อคินวิศวะร้ายขย้ำรัก
วันต่อมา
"เอาล่ะ ในเมื่อมากันพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ" อิงอรพูดขึ้นเมื่อทุกคนมายืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหันไปถามภูริตที่ยืนอยู่
"ว่าแต่ตาภูจะไปรถอาไหม หรือจะขับรถไปเอง"
"ผมขับรถตามไปเองดีกว่าครับ ไม่อยากนั่งเบียดสาวๆ เดี๋ยวจะอึดอัดกันเปล่าๆ" ภูริตตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆพลางเบนสายตามองสมายด์ที่ยืนอยู่ข้างอิงอร
"หึ รู้ตัวก็ดี" อคินพูดลอยๆออกมา ทำให้ทุกคนที่ได้ยินหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน เขาจึงทำเป็นลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้เสมือนว่าเมื่อกี๊เขาไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ก่อนคนเป็นแม่จะเอ่ยถามขึ้น
"แล้วเราล่ะตาคิน จะขับรถไปเองไหมหรือจะไปกับแม่"
"ผมไปกับแม่ดีกว่าครับ ขี้เกียจขับรถเอง" อคินเอ่ยตอบแค่นั้น ก่อนคนเป็นแม่จะเอ่ยพูดต่อ
"โอเค งั้นก็ไปกันเถอะ ไปสาวๆขึ้นรถลูก" พูดจบอิงอรก็ขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันหรูสีดำเป็นคนแรก ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ
"หนูมายด์มานั่งกับแม่มาลูก" พูดจบอิงอรก็เหลือบมองหน้าลูกชายเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
ด้ายสมายด์ได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าไปนั่งในรถข้างอิงอรทันที ส่วนเอแคลร์ก็ไปนั่งเบาะหลัง ด้านอคินที่คราแรกกะจะนั่งข้างสมายด์ก็โดนคนเป็นแม่กันท่าเอาไว้เสียก่อนเสมือนรู้ทันเขาอย่างไรอย่างนั้น เขาจึงจำใจไปนั่งเบาะหลังข้างน้องสาวตัวเองอย่างไม่เต็มใจ
จากนั้นรถตู้คันหรูก็ขับเคลื่อนออกไปจากคฤหาสน์โดยชายหนุ่มวัยกลางคนหรือชัยคนขับรถของบ้าน ด้านภูริตก็ขับรถของตัวเองตามหลังไปติดๆ
ณ มูลนิธิเด็กกำพร้า
เมื่อทุกคนมาถึงมูลนิธิเด็กกำพร้า ก็มีเด็กๆในมูลนิธิมายืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่แล้ว เด็กๆต่างเอ่ยสวัสดีและยกมือไหว้พวกเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาทุกคนจึงยกมือรับไหว้เด็กๆ ก่อนอิงอรจะหันไปพูดกับคนขับรถ
"นายชัยเดี๋ยวยกของใช้ทั้งหมดที่นำมาให้เด็กๆไปไว้ในมูลนิธิให้หมดเลยนะ ส่วนพวกขนมเอามาวางไว้แถวนี้ก่อน เดี๋ยวฉันจะให้พวกเด็กๆเป็นคนแจกให้เด็กในมูลนิธิเอง"
"ได้ครับคุณหญิง" ชัยเอ่ยตอบรับพร้อมค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปขนของท้ายรถทันที
"เดี๋ยวพวกเราช่วยกันแจกขนมให้เด็กๆไปก่อนนะ แม่จะไปคุยกับครูใหญ่ข้างในหน่อย" พูดจบอิงอรก็เดินไปกับครูใหญ่หรือหญิงวัยกลางคนที่ดูแลมูลนิธิแห่งนี้เพื่อทำการบริจาคเงินทุน และพูดคุยสาระทุกข์สุขดิบทั่วไป
ส่วนอคิน สมายด์ เอแคลร์และภูริตก็ช่วยกันแจกขนมให้เด็กๆตามที่คนเป็นแม่ได้มอบหมายไว้
"ใครอยากกินอะไรบอกพี่ได้เลยนะคะ" เอแคลร์พูดกับเด็กๆที่ยืนต่อแถวรอรับขนมกันเป็นระเบียบเรียบร้อย บ่งบอกถึงการถูกอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี
...เด็กๆทั้งชายและหญิงต่างยิ้มดีใจกับขนมที่ได้มา รอยยิ้มไร้เดียงสาดูมีความสุขของเด็กๆเหล่านี้ พาให้คนที่มองยิ้มตามไปด้วย
"พี่สาวคนสวยครับ ผมอยากกินอันนี้ครับ" เด็กชายวัยประมาณเจ็ดถึงแปดขวบเอ่ยบอกสมายด์ที่ยืนแจกขนมอยู่ตรงกลางระหว่างอคินกับภูริต นิ้วเล็กๆของเด็กชายชี้ไปที่ขนมบนโต๊ะตรงหน้าของสมายด์
"ได้เลยครับผม" สมายด์พูดกับเด็กชายคนดังกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะหยิบขนมที่เด็กผู้ชายชี้ให้สามห่อและขนมอย่างอื่นอีกสองสามห่อ เด็กชายจึงยกมือไหว้สมายด์ก่อนจะรับขนมไป
"พอไหม เอาอีกไหมครับ" สมายด์เอ่ยถามย้ำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จนสองหนุ่มข้างๆที่มองอยู่ยิ้มตามเธอไม่หุบด้วยความเอ็นดู
"พอแล้วครับ ขอบคุณครับพี่สาวคนสวย" พูดจบเด็กชายคนดังกล่าวก็เดินไปหาที่นั่งกินขนมที่หอบไปเต็มไม้เต็มมือ
"ไอ้เด็กคนนี้ คารมดีตั้งแต่เด็กเลยแฮะ" อคินพูดพึมพำออกมาเบาๆขณะที่มองตามเด็กชายคนดังกล่าว ก่อนจะหันกลับมามองสมายด์ที่อยู่ในความสนใจของเขาตลอด โดยที่สองมือหนาก็หยิบขนมแจกให้เด็กๆไปพลาง
"โอ๊ย!" สมายด์อุทานออกมาพร้อมกับก้มลงไปปัดมดที่มากัดเท้าของเธอ
"เป็นอะไรครับน้องสมายด์" ภูริตถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ต่างจากสีหน้า
"แค่มดกัดน่ะค่ะ"
สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยตอบภูริต ด้านอคินก็มองลงยังพื้นดินตรงที่สมายด์ยืนอยู่ทันที พอเห็นว่าเป็นรังมดเขาจึงจับแขนเรียวเล็กของสมายด์ดึงลากเธอให้ไปยืนอยู่หัวโต๊ะข้างเอแคลร์ทันที ก่อนจะเอ่ยพูดออกไป
"ตรงนั้นเป็นรังมด ยืนตรงนี้แหละมดจะได้ไม่กัด"
ด้านสมายด์ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เธอมองอคินนิ่งๆก่อนจะหลบสายตาเขาด้วยความรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องครัวเมื่อคืน จึงเลือกหันไปแจกขนมให้เด็กๆต่อ
ส่วนภูริตก็ทำได้แค่ยืนมองนิ่งๆ คราแรกเขากะจะทำเช่นเดียวกับอคิน อยากจะดูแลสมายด์ แต่อคินก็ทำตัดหน้าไปเสียก่อน แต่เขาก็เลือกที่จะไม่คิดอะไรมาก ก่อนจะหันไปแจกขนมให้เด็กๆต่อ
เมื่อแจกขนมให้เด็กๆเสร็จแล้ว ทั้งสี่คนก็พากันไปนั่งเล่นที่ศาลาภายในมูลนิธิ โดยมีเด็กๆวิ่งเล่นกันให้ควักอย่างสนุกสนาน จนทั้งสี่คนที่มองอยู่ต่างยิ้มตามด้วยความเอ็นดู
"เด็กๆพวกนี้น่าสงสารเนอะ" เอแคลร์พูดออกมาลอยๆขณะนั่งมองเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ บ้างก็นั่งจับกลุ่มกินขนมกัน บ้างก็วิ่งไปป้อนขนมให้เพื่อนคำตัวเองคำ หากดูด้วยตาก็เหมือนเด็กๆเหล่านี้มีความสุข แต่ใครจะรู้ว่าก่อนที่เด็กเหล่านี้จะมาอยู่ในมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าจะเจอกับอะไรมาบ้าง
สมายด์ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองเอแคลร์เล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเด็กๆต่อโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เธอนั่งมองเด็กๆพลางนึกถึงตัวเองที่ไม่ต่างจากเด็กๆเหล่านี้เลย ตอนนี้เธอเองก็กำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ แต่นับว่าเธอยังโชคดีที่มีครอบครัวใหม่คอยดูแล และได้แต่หวังให้เด็กๆเหล่านี้โชคดีมีคนอุปถัมภ์เหมือนเธอ