อคินวิศวะร้ายขย้ำรัก
เช้าวันต่อมา
วันนี้วันจันทร์สมายด์กับเอแคลร์กำลังจะไปโรงเรียนกันตามปกติ ขณะที่สมายด์ขึ้นไปนั่งประจำที่ในรถตู้คันหรู ด้านเอแคลร์ก็กำลังจะขึ้นตามไปนั่งเบาะข้างๆ ทว่า...
พรึบ!
"เฮ้ย! อะไรเนี่ยพี่คิน มาแย่งที่แคลร์ทำไม" เอแคลร์โวยวายทันทีเมื่อพี่ชายขึ้นไปนั่งข้างสมายด์ แย่งที่นั่งของเธอไปต่อหน้าต่อตา
"วันนี้พี่ขอติดรถไปด้วยนะ ขี้เกียจขับรถไปเอง" อคินเอ่ยบอกน้องสาวหน้าตาเฉย
"จะติดรถคนอื่นเค้าก็ไปนั่งข้างหลังสิ มาแย่งที่เจ้าของรถแบบนี้ได้ไง" เอแคลร์พูดสวนกลับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"รถแกที่ไหนยัยแคลร์อย่ามั่ว นี่มันรถของที่บ้าน เพราะงั้นพี่มีสิทธิ์จะนั่งตรงไหนก็ได้" อคินพูดลอยหน้าลอยตา
"พี่คิน! เป็นพี่ประสาอะไรเนี่ยมาแย่งที่น้อง" เอแคลร์แว้ดเสียงใส่พี่ชายอย่างไม่พอใจ ยกมือเท้าสะเอวด้วยท่าทางเอาเรื่อง จ้องมองเขม็งพี่ชายด้วยใบหน้าบึ้งตึง จนสมายด์ที่นั่งมองอยู่ในรถข้างอคินต้องเอ่ยห้าม
"อย่าทะเลาะกันเลย แคลร์แกมานั่งที่ฉันก็ได้เดี๋ยวฉันไปนั่งข้างหลังเอง มัวแต่เถียงกันเดี๋ยวก็ไปเรียนสายกันพอดี"
"ไม่เป็นไรแกนั่งไปเถอะเดี๋ยวฉันไปนั่งข้างหลังเองก็ได้ เสียสละที่นั่งให้คนแก่ถือว่าได้บุญละกัน" เอแคลร์พูดกับเพื่อนโดยอดที่จะแขวะพี่ชายไม่ได้ก่อนจะขึ้นไปนั่งตรงเบาะรถด้านหลัง
"นี่ยัยแคลร์เกินไปละ พี่ไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย" อคินหันไปตำหนิน้องสาวด้านหลังทันที จะด่าว่าอะไรก็ว่าเถอะ แต่ว่าเขาแก่มันก็เกินไป เขารับไม่ได้
"แต่แก่กว่าแคลร์ตั้งสี่ปีเลยนะ" เอแคลร์เถียงกลับอย่างไม่ยอม
"ก็แค่เกิดก่อนสี่ปีเอง" อคินก็ไม่มียอมน้องเลย
"ก็แก่กว่าสี่ปีไง จะเถียงแคลร์ทำไมเนี่ย" เอแคลร์เริ่มมีน้ำโหเมื่อพี่ชายเอาแต่ยอกย้อนเธอไม่หยุด ทั้งที่ตัวเธอเองก็ใช่ย่อย
"เออ แก่ก็แก่วะ เด็กอะไรเถียงเก่งฉิบหาย!" ด้วยความรำคาญ อคินต้องเป็นฝ่ายยอมเอง เพราะหากยังเถียงกันต่อไปก็คงเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
"คิกๆ~"
ทว่าเมื่อได้ยินเสียงขำขันของเด็กสาวข้างๆ อคินก็หันไปตำหนิเธอทันทีอย่างไม่จริงจัง
"ตลกมากเหรอเราน่ะ"
สมายด์รีบส่ายหน้าพลันโดยที่ยังยิ้มขำอยู่อย่างนั้น อคินเห็นเช่นนั้นก็ว่าอะไรไม่ได้จึงหันไปพาลใส่คนขับรถ
"ลุงชัยเมื่อไหร่จะออกรถ จะรอตัดริบบิ้นก่อนหรือไง"
"ครับๆ ออกรถเดี๋ยวนี้แหละครับคุณอคิน" ลุงชัยลนลานรีบออกรถทันทีด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย
.....
เวลาต่อมา
22:35 น.
เวลาล่วงเลยผ่านไปกระทั่งถึงเวลากลางคืน วันนี้เลิกเรียนอคินก็พลอยรถธารากลับ เช่นเดียวกับคามินที่ไม่ได้เอารถมาจึงพลอยรถของธารากลับเช่นกัน ทว่าพวกเขาไม่ได้กลับบ้าน แต่มาดื่มสังสรรค์กันที่ร้านแต่งรถของธาราอีกเช่นเคย จนดึกก็ยังนั่งดื่มกันอยู่
"ไอคินมึงดูอะไรพวกนี้ด้วยเหรอวะ ไร้สาระฉิบหาย" คามินพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นอคินที่นั่งอยู่ข้างๆกำลังดูคลิปสอนทำผมถักเปียอยู่
"เสือกไรเรื่องกู ยุ่งไม่เข้าเรื่องมึงอ่ะ แดกเหล้าไปเถอะ" อคินหันไปว่าคามินก่อนจะหันมาดูคลิปสอนถักเปียในโทรศัพท์ต่อ โดยกระดกเหล้าในแก้วดื่มไปพลาง
ด้านคามินยักไหล่ให้อย่างไม่ยี่หระ เลือกไม่สนใจแล้วกินเหล้าในแก้วของตัวเองต่อไปเงียบๆ ทว่าเมื่อเห็น ลูกตาล เดินลงมาจากบันไดคามินจึงเอ่ยทัก
"อ่าวน้องลูกตาลยังไม่นอนเหรอครับ มานั่งกับพวกพี่สิมา"
...ซึ่งลูกตาลก็คือน้องสาวของต้นหนลูกน้องในร้านของธาราที่อาศัยอยู่ที่นี่ หนำซ้ำลูกตาลยังเป็นเด็กที่ธาราถูกตาต้องใจอีก ซึ่งอคินกับคามินก็รู้ดีว่าธาราชอบลูกตาลอยู่
"มานั่งข้างพี่ครับ" เป็นเสียงธาราหันไปพูดกับลูกตาลด้วยท่าทีนิ่งๆ ตามบุคลิกของคนเย็นชาเช่นเขา เฉยเมยไร้ความรู้สึกกับทุกเรื่อง แต่พอเป็นเรื่องของลูกตาลกลับเฉยไม่เป็น
"หนูแค่ลงมาดูพี่ต้นค่ะ เดี๋ยวหนูก็จะไปนอนแล้ว" ลูกตาลเอ่ยบอกขณะหยุดยืนอยู่ที่ขั้นบันได ไม่ได้เดินเข้าไปในวงเหล้าแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ต้นหนพี่ชายของเธอนั่งดื่มอยู่ด้วย เธอจึงลงมาดูด้วยความเป็นห่วงเฉยๆ ด้านอคินจึงพูดขึ้น
"ไอต้นหนมันไปนอนตั้งนานแล้วครับ เหลือแต่พวกพี่นี่แหละที่นั่งเหงาๆกันอยู่ ลูกตาลมานั่งให้เป็นสีสันในวงหน่อยก็ดีครับ มาเร็วๆ" ประโยคหลังๆอคินพูดเชิงหยอกเล่น ประหนึ่งแกล้งยั่วโมโหเพื่อนอย่างธาราให้หึง ทว่าเมื่อเห็นธาราชำเลืองมองมาด้วยสายตาไม่พอใจ อคินก็ยักไหล่ให้อย่างไม่ยี่หระ อดสะใจไม่ได้ที่ได้กวนตีนเพื่อนเล่น
"ไม่ดีกว่าค่ะ หนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ" ลูกตาลปฏิเสธด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะเดินกลับขึ้นชั้นบนไป
"พวกมึงกลับไปได้แล้วกูจะนอน" ธาราไล่เพื่อนทันทีหลังจากที่เห็นลูกตาลเดินกลับขึ้นชั้นบนไปแล้ว
"นอนห่ามึงสิ กูรู้กูเห็นกูสัมผัสได้ มึงไม่ต้องมาอ้างแล้วก็ไม่ต้องมาไล่ เดี๋ยวกูกลับเองไม่ต้องส่ง" อคินพูดราวกับคนเมาทั้งที่ไม่ได้เมาเท่าไหร่ เนื่องจากกินยั้งตัวเองไว้เพราะพรุ่งนี้มีเรียนอีก แต่ความเป็นเขาที่เป็นคนทะเล้นและมักติดเล่นก็จะไปได้เรื่อย หาความจริงจังได้ยาก
ด้านธารากับคามินถึงกับส่ายหน้าให้อคินอย่างเอือมระอา แต่ก็เป็นเรื่องปกติในกลุ่ม
...หลังจากนั้นอคินกับคามินก็หาทางกลับกันเอง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผู้ชายอย่างพวกเขา