ตัดภาพมาทางด้าน คณะบัญชีและการจัดการ บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าเฟรชชี่น้องใหม่ปีหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาสะอาดตา ทุกคนต่างยืนรวมกลุ่มพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้นกับวันเปิดภาคเรียนและกิจกรรมรับน้องวันแรก
ท่ามกลางผู้คนมากมาย ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัว ใบหน้านวลใสไร้ที่ติรับกับดวงตากลมโตและริมฝีปากอมชมพูธรรมชาติ กำลังเดินหน้ายุ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นโบ.. ริสา ฟรชชี่สาวสุดน่ารักเดินก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหากลุ่มเพื่อนสนิทสองคนที่ยืนโบกมือเรียกรออยู่หน้าตึก
"ยัยริสา! ทางนี้ๆ " ซอลสาวเท่ประจำกลุ่มตะโกนเรียกพลางโบกมือยกใหญ่
"ทำไมทำหน้าเหมือนไปฟัดกับใครมาแบบนั้นล่ะแก?" น้ำหวานเพื่อนสาวสายหวานอีกคนเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหน้าบึ้งตึงของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย
"ก็พี่ธันวาน่ะสิ "
ริสาถอนหายใจออกมาแรงๆ พลางยกมือขึ้นเท้าเอว บ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด "เมื่อคืนแอบไปดื่มหนักจนแฮงก์ ตื่นสายโด่ง ถ้าฉันไม่เข้าไปถีบ เอ้ย ไปปลุกถึงเตียง มีหวังวันนี้ฉันได้มาสายตั้งแต่วันเปิดเรียนวันแรกแน่ๆ"
"สมเป็นพี่ธันวาจริงๆ" ซอลหัวเราะขำ
"แล้วแกรู้ทั้งรู้ว่าพี่ชายแกเป็นสายชิลขนาดไหน ทำไมยังดื้อตามมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่แกอีกล่ะเนี่ย?"
"ก็อุตส่าห์สอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งที ถึงจะคนละคณะก็เหอะ อย่างน้อยมีพี่ชายอยู่ใกล้ๆ มันก็อุ่นใจกว่านี่นา"
ริสายักไหล่ ก่อนที่ใบหน้างอง้ำเมื่อครู่จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานใส เมื่อนึกถึงจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างที่เธอเก็บไว้ในใจคนเดียว
เหตุผลจริง ๆ ที่เธอเลือกเรียนที่นี่ นอกเหนือจากจะได้อยู่ใกล้พี่ชายสุดหวงแล้ว มันยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ
"แหม ยิ้มกริ่มแบบนี้ มีแผลงฤทธิ์อะไรในใจอีกหรือเปล่ายัยริสา?" น้ำหวานจับสังเกตเพื่อนสาวได้ทันที
"เปล๊า ... ไม่มีอะไรซะหน่อย"
ริสาทำเสียงสูงปฏิเสธทันควัน ก่อนจะยืดอกเชิดหน้าขึ้นเบาๆ "เอาน่า ฉันว่ารีบไปรายงานตัวเข้ากิจกรรมรับน้องดีกว่า วันนี้วันแรก ฉันตั้งใจว่าจะทำตัวเป็นน้องปีหนึ่งน่ารักๆ ซะหน่อย"
"จ้ะ แม่คนน่ารัก " ซอลและน้ำหวานส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขำในความสดใสเกินร้อยของเพื่อนสนิท
ตกบ่ายเเก่ๆ แดดร่มลมตกบริเวณใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
กิจกรรมรับน้องและเชกชื่อวันแรกของตึกบัญชีเลิกเร็วกว่ากำหนด ริสาเเยกย้นกับเพื่อนสาว ที่วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะกลับบ้านพร้อมพี่ชาย จึงก้าวฉับๆ เดินข้ามฝั่งจากตึกบัญชีมุ่งตรงมายังถิ่นเกียร์แดงทันที
ดวงตากลมโตสอดส่องมองหาธันวาแต่บริเวณม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกวิศวะกลับมีเพียงนักศึกษาคณะอื่นและกลุ่มรุ่นพี่ที่นั่งพักผ่อนอยู่ ไร้เงาของพี่ชายสายชิลของเธอ
มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชัน LINE แล้วพิมพ์ข้อความส่งหาพี่ชายทันที
> Risa_Arisa : พี่ธันวา ริสาเลิกเรียนแล้วนะ ตอนนี้อยู่หน้าตึกพี่ นั่งรอตรงโต๊ะหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นไม้หน้าคณะ ลงมาแล้วทักด้วย!
>
กดส่งสติกเกอร์แมวกวักไปอีกหนึ่งที ริสาก็ถอนหายใจเบาๆ พลางหย่อนสะโพกลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนอย่างสบายอารมณ์ ลมเย็นๆ ยามบ่ายพัดเอาผมยาวสลวยพริ้วไหวเบาๆ ใบหน้าน่ารักหันมองไปรอบๆ คณะวิศวะด้วยความสนใจ... สมกับเป็นคณะที่มีผู้ชายเยอะที่สุด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยหนุ่มๆ ในชุดช็อปสีเลือดหมูเดินกันขวักไขว่
ทว่า ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาของเธอกลับหยุดชะงักลงที่ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งทีเดินออกมาจากตึก
ร่างสูงโปร่งเกิน 180 เซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโป้งบนท่อนแขนแกร่ง เขากำลังเดินลงมาจากบันไดหน้าตึกช็อปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน เรือนผมสีดำสนิทปลิวตามลมเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบไร้ที่ติราวกับเทพบุตรหลุดมาจากนิยาย แต่ทว่า... นัยน์ตาคู่คมกลับนิ่งเรียบ ดุดัน และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่ออร่าความเย็นชาจนคนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องเว้นระยะห่าง
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจดวงน้อยใต้เสื้อนักศึกษาของริสากระตุกวูบอย่างแรง วินาทีที่ชายหนุ่มคนนั้นยกมือขึ้นเสยผมอย่างไม่แยแสใคร สายตาของเขากวาดยื่นผ่านโต๊ะหินอ่อนที่เธอนั่งอยู่ชั่วครู่ แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยววินาที... แต่มันกลับทำให้โลกทั้งใบของริสาหยุดหมุนไปโดยสิ้นเชิง
"โอ้โห ผู้ชายอะไรวะ หล่อจัด แต่หน้านิ่งตึงยังกับมากๆ"
ริสาพึมพำกับตัวเองในใจ นัยน์ตากลมโตเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับขึ้นบนริมฝีปากอมชมพู ความดื้อรั้นและนิสัยไม่ยอมแพ้ใครถูกจุดขึ้นในอก
เธอรู้ได้ทันทีในวินาทีนั้นว่าเธอชอบเขาให้เเล้วเเน่ๆ