ททลานจอดรถคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ช่วงเช้า
เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำแต่ทรงพลังดังก้องเข้ามาในบริเวณลานจอดรถหน้าตึกช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดจัดยามเช้าสะท้อนเข้ากับผิวนอกที่เงาวับของรถสปอร์ตสีดำสนิท ซึ่งค่อยๆ ชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ช่องจอดรถประจำตำแหน่ง สายตาหลายคู่ของนักศึกษาวิศวะที่เดินขวักไขว่อยู่บริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียว ทั้งด้วยความทึ่งในความหรูหราและความอยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของรถคันนี้
บูม ศุภกิจ ในชุดช็อปสีแดงเลือดหมูตัวเดิมที่ยังคงมีโลโก่คะคณะ ปรากฏอยู่บนอก ก้าวลงจากรถ Porsche 911 Turbo S สีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาจัดราวกับรูปสลักนั้นยังคงนิ่งสนิทและแผ่ออร่าความเย็นชาออกมาอย่างมหาศาล เขาไม่ใส่ใจสายตาที่จ้องมองมาเลยแม้แต่น้อย มือหนาปิดประตูรถเสียงดังปัง และล็อครถโดยไม่หันกลับไปมอง
ท่วงท่าที่ดูดีแต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจที่ยากจะเข้าถึง บูมเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่บริเวณเสาคอนกรีตหน้าตึก
"มาเเล้วหรอวะ"
เบียร์เพื่อนร่วมแก๊งวิศวะยกมือทักทายพลางผิวปากแซว "วันนี้แดดร้อนนะเว้ย แต่ออร่ามึงหนาวจนกูจะจับไข้"
ต็งหนึ่ง หัวเราะผสมโรง "นั่นดิ หน้านิ่งจนผู้หญิงตึกบัญชีที่เดินผ่านมาเมื่อกี้ถึงกับหยุดเดินเลยนะ"
บูมไม่ตอบอะไร เพียงแค่ขมวดคิ้วนิดหน่อยเป็นเชิงรับรู้ เขาเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน สายตาราบเรียบมองออกไปราวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่มีตัวตน
"แล้วไอ้ธันวาละ?" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบของบูมเอ่ยขึ้นสั้นๆ
"อ้อ ไอ้ธันวาบอกว่ารถติดว่ะ" เบียร์ตอบพลางดูนาฬิกา "มันบอกว่าจะเเวะส่งน้องสาวที่คณะบัญชีมา เห็นว่าวันนี้มีกิจกรรมรับน้องวันแรก"
"หึ น้องสาวมันน่ะเหรอ?" เต็งหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้น
"ยัยน้องริสา แสบใช่ย่อยเลยนะ ได้ข่าวว่าหวงน้องหนักมาก"
บูมหน้านิ่งลงไปอีกนิดเมื่อได้ยินชื่อคณะบัญชี และคำว่า 'น้องสาวเพื่อน' ที่เคยมีประวัติทำให้หัวใจเขาบาดเจ็บ...
อดีตที่เคยคลั่งรักแฟนเก่าตึกบัญชีจนถูกทิ้งอย่างไม่ใยดีผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างช่วยไม่ได้ เขาแอบแค่นยิ้มในใจอย่างสมเพชตัวเองในอดีต
"งั้นเหรอก็แค่คณะที่รวมพวกผู้หญิงน่ารำคาญไว้ด้วยกันเท่านั้นเเหละ"
เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันคุ้นตาของธันวาแว่วเข้ามาในที่สุด บูมสะบัดความคิดไร้สาระทิ้งไปและเตรียมตัวเดินเข้าตึกเรียนพร้อมเพื่อนๆ
เสียงประตูรถกระบะฝั่งคนขับปิดลงดัง
ปัง!! พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ ธันวา ในเสื้อช็อปสีเลือดหมูยับย่นเล็กน้อยก้าวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาดูอิดโรยและอารมณ์บวมตื่นอย่างเห็นได้ชัด มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ขณะที่ขาเรียวยาวก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหากลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่
"เห้ย ไอ้ธันวา! สภาพเหมือนเพิ่งฟื้นจากความตายเลยนะมึง" เบียร์ทักขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ
"อย่าเพิ่งทักกู... กูแฮงก์จนหัวจะปวดฉิบหาย" ธันวาสบถเสียงพร่า ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนข้างๆ กลุ่มเพื่อนอย่างคนหมดแรง "เมื่อคืนไอ้พวกเหล้าปั่นแม่นทำพิษ ดื่มหนักไปหน่อย ตื่นมาอีกทีแทบตกเตียง"
"แล้วยัยน้องริสาไม่เทศน์มึงหูชาเลยเหรอวะ?" เต็งหนึ่งยิ้มกวน ถามถึงน้องสาวสุดรักของเพื่อน
"เทศน์เหรอ? เรียกว่าถีบกูลุกจากเตียงยังง่ายกว่า" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ถลึงตาใส่เพื่อน
"เนี่ย.. เกือบพายัยริสาไปส่งเข้ากิจกรรมรับน้องตึกบัญชีไม่ทัน โดนบ่นตลอดทางตั้งแต่หน้าบ้านยันหน้าคณะ 'พี่ธันวาช้า อย่งนั้รอย่างนี้ พี่ธันวาเร่งหน่อย เสียงแหลมๆ ของยัยนั่นยังก้องอยู่ในหูกูอยู่เลยเนี่ย"
เบียร์กับเต็งหนึ่งหัวเราะร่าด้วยความสะใจที่เห็นเสือหวงน้องอย่างธันวาถูกน้องสาวตัวเองจัดหนักตั้งแต่ไก่โห่
ผิดกับ บูม ที่ยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตเงียบๆ สายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆ ร่วม เขาเพียงแค่แค่นหัวเราะในคอเบาๆ ให้กับความวุ่นวายของสองพี่น้อง ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินขึ้นตึกเรียน
"เออๆ ช่างเรื่องน้องมึงเหอะ"
บูมเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ ตัดบทความวุ่นวาย
"จะขึ้นเรียนได้ยัง? อาจารย์เข้าตรงเวลา มึงก็รู้"
"เออๆ ไปดิ กูขอแวะซื้อกาแฟดำกดประสาทแป๊บหนึ่ง ไม่งั้นเรียนวิชาแรกกูหลับคาโต๊ะแน่"
ธันวาลุกขึ้นยืน ยักไหล่อย่างเซ็งๆ แล้วเดินนำกลุ่มเพื่อนตรงไปยังทางเข้าตึกวิศวะ