แอบฟังคนในสวน

1246 Words
ความเงียบสงบของทางเดินทอดยาวกลับสู่ห้องพักในคอนโดมิเนียมย่านชานเมืองกลายเป็นพื้นที่บำบัดจิตใจชั้นยอดของ ‘ตาร์’ หลังจากเผชิญหน้ากับมหากาพย์แรงดันไฟฟ้าและตู้ MDB มาตลอดทั้งวัน สมองของสาววัยยี่สิบแปดปีแทบจะระเบิดเป็นจุลน์ สองมือหอบหิ้วทั้งกระเป๋าเอกสาร แฟ้มคู่มือเล่มหนาเตอะที่พี่เจนยัดเยียดให้มาทบทวน และถุงร้านสะดวกซื้อที่มีข้าวกล่องอุ่นร้อนเป็นอาหารประทังชีวิตสำหรับค่ำคืนนี้ “โอย... ส้นสูงสี่นิ้วกับงานเอ็นจิเนียร์นี่มันไม่ถูกกันจริง ๆ” ตาร์บ่นพึมพำพลางเตะเท้าถอดรองเท้าส้นสูงคู่เก่งออกมากึ่งเดินกึ่งลากส้น ผ่านบริเวณสวนหย่อมส่วนกลางของคอนโดมิเนียม บรรยากาศยามทุ่มเศษช่างเงียบสงบ ลมเอื่อยๆ พัดโชยเอาความเครียดจากการทำงานให้ทุเลาลงไปได้บ้าง แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟในสวนสะท้อนลงบนผืนหญ้าสีเขียวขจี ชวนให้รู้สึกอยากจะทิ้งตัวลงนอนตรงนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า ความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มคนหนึ่ง ตาร์ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ บริเวณม้านั่งหินอ่อนมุมอับสายตา มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ยืนหันหลังให้เธออยู่ โครงสร้างไหล่กว้างและท่าทางที่ดูสลับกับความกระสับกระส่ายทำให้เขามีรังสีบางอย่างที่ชวนให้สะดุดตา แต่สิ่งที่สะดุดหูตาร์มากกว่าคือประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา “พีช... ฟังปูนก่อนดิ อย่าเพิ่งวางสายนะ” น้ำเสียงทุ้มนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน ชายหนุ่มที่แทนตัวเองว่า ‘ปูน’ กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ มือหนึ่งยกขึ้นเสยผมสั้นเกรียนของตัวเองคล้ายคนคิดไม่ตก ตาร์แอบขยับตัวหลบหลังต้นปาล์มใหญ่โดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะแอบฟังเรื่องชาวบ้านหรอกนะ... แต่ขามันก้าวไม่ออกต่างหากล่ะ! “ปูนขอโทษ... ที่ผ่านมาปูนอาจจะไม่มีเวลาให้ แต่อย่าเพิ่งพูดคำว่าเลิกกันได้ไหม ขอโอกาสให้ปูนอีกครั้งนะพีช ปูนสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวจริงๆ” ปูนยังคงกรอกเสียงลงไปในสมาร์ทโฟน น้ำเสียงออดอ้อนและนุ่มนวลชนิดที่ถ้าผู้หญิงคนไหนได้ฟังก็คงใจอ่อนได้ไม่ยาก “ปูนคิดถึงพีชนะ... ให้ปูนไปหาที่หอตอนนี้เลยไหม? ให้ปูนทำอะไรก็ยอม ขอแค่พีชอย่าทิ้งปูนไปเลยนะ” ตาร์ที่ยืนแอบฟังอยู่เบื้องหลังพุ่มไม้ถึงกับเบ้ปากทันที คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกหมั่นไส้แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก ‘หนอย... ไอ้หนุ่มนี่ ทรงแบบนี้มันเสือผู้หญิงชัดๆ!’ ตาร์คิดในใจพลางวิเคราะห์จากประสบการณ์ชีวิตยามย่างเข้าสู่วัยยี่สิบแปดปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและเห็นผู้ชายเจ้าชู้มานักต่อนัก น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ ขอโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยถ้าไม่ไปแอบซุกกิ๊ก ก็ต้องไปทำเรื่องงามหน้าจนจับได้ไล่ทันมาแน่ๆ ผู้หญิงปลายสายถึงได้เด็ดขาดขนาดขอตัดความสัมพันธ์แบบไม่ใยดี “ดี! สมน้ำหน้า!” ตาร์พึมพำเสียงเบาประชดประชันชายหนุ่มปริศนาที่ยืนหันหลังอยู่ “เจ้าชู้นิสัยไม่ดีล่ะสิ ท่าทางหน้าตา (ด้านหลัง) ก็ดูดีอยู่หรอกนะ แต่พฤติกรรมท่าจะแย่ ผู้หญิงเขาขอเลิกน่ะถูกแล้ว เลิกไปเลย! ผู้ชายแบบนี้ปล่อยให้เหงาตายคาสวนหย่อมไปเถอะ!” ตาร์เบ้ปากใส่แผ่นหลังกว้างนั้นอีกหนึ่งที ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้าเดินเลี่ยงออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคนนั้นจับได้ว่าเธอแอบฟังอยู่ เธอเดินลิ่วตรงไปยังลิฟต์โดยสารในใจยังคงนึกกระแนะกระแหนผู้ชายที่ชื่อ ‘ปูน’ คนนั้นไม่หาย โดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่า แท้จริงแล้ว ‘ปูน’ คนที่เธอเพิ่งแช่งชักหักกระดูกไปตะกี้นี้ ไม่ได้มีเรื่องชู้สาวใดๆ เลย... ขัดกับสิ่งที่เธอจินตนาการไปไกลลิบ ในความเป็นจริง... ปูนเพิ่งจะโดนแฟนสาวบอกเลิก เพียงเพราะเขา ‘บ้างาน’ มากเกินไป ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีเพิ่งจะได้รับการโปรโมตเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงในโรงงานใหญ่ เวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตของเขาจึงถูกอุทิศให้กับเสียงสัญญาณเตือนภัย ตู้ไฟระเบิด และไลน์ผลิตที่ห้ามหยุดรัน แม้กระทั่งวันครบรอบหรือวันเกิดแฟน เขาก็ต้องสลัดชุดลำลองเปลี่ยนเป็นชุดหมีเพื่อวิ่งเข้าหน้างานด่วนเสมอ ความห่างเหินและเวลาที่ไม่เคยตรงกันทำให้ความรักของคนทั้งคู่มาถึงทางตัน ไม่ใช่เพราะความเจ้าชู้อย่างที่ตาร์เข้าใจผิดไปเองแม้แต่น้อย ปูนลดโทรศัพท์มือถือลงหลังจากสัญญาณปลายสายตัดไป ใบหน้าคมคายฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด เขาถอนหายใจยาวพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง “งานก็ต้องคุม... รักก็พัง... เจริญเหอะไอ้ปูน” ชายหนุ่มสบถกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินคอตกกลับห้องพักของตัวเองซึ่งบังเอิญว่าอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูโครงการเดียวกันนี้เอง ตัดกลับมาที่ห้องพักของตาร์ หลังจากจัดการกับข้าวกล่องประทังชีวิตเสร็จสิ้น ตาร์ในชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรดก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอน รอบตัวเต็มไปด้วยชีทเอกสารการอบรมที่พี่เจนให้มา หญิงสาวพยายามสะบัดเรื่อง ‘ไอ้หนุ่มในสวนหย่อม’ ออกจากหัว แล้วหันมาโฟกัสกับอนาคตปากท้องของตัวเองในวันพรุ่งนี้แทน “ไหนดูซิ... โรงแรมเดอะ แกรนด์ เมโทร กรุงเทพฯ” ตาร์เปิดดูรายละเอียดในแท็บเล็ต “ตึกสูงสามสิบห้าชั้น ระบบไฟฟ้าหลักใช้ตู้ MDB ขนาดใหญ่ มีหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงตั้งอยู่ใต้ดิน... แถมยังมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ Sprinkler ทุกชั้น” ตาร์อ่านทวนศัพท์เทคนิคที่เพิ่งเรียนมาเมื่อกลางวันพลางใช้ปากกาเคาะขมับตัวเองเบาๆ “วันแรกพี่เจนบอกว่าจะพาไปเจอกับผู้จัดการฝ่ายอาคารของโรงแรม... เราเป็นแค่เซลล์ฝึกหัด ต้องนิ่งเข้าไว้ ห้ามทำไก่ตื่นเด็ดขาด” เธอหลับตาลง ท่องจำขบวนการทำงานของระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ สมุดโน้ตเล่มหนาหลุดมือร่วงลงบนตัก พร้อมกับที่ดวงตาคู่สวยปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย ในค่ำคืนนั้น สาวเซลล์มือใหม่วัย 28 ปี หลับไปพร้อมกับความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสายงานวิศวกรรม โดยที่เธอไม่มีทางรู้เลยว่า โลกใบนี้มันกลมเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด เพราะอีกไม่นาน... ‘ไอ้หนุ่มนิสัยไม่ดี’ ที่เธอเพิ่งแอบสมน้ำหน้าเขาในสวนหย่อม จะกลายมาเป็นคนเดียวในโลกที่เธอต้องเข้าไปง้อขอความช่วยเหลือในหน้างานจริง!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD