วันจันทร์ยามบ่าย บรรยากาศภายในโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยยังคงระอุไปด้วยไอร้อนและเสียงเครื่องจักรที่ทำงานต่อเนื่องอย่างไม่รู้อ่อนล้า ‘ปูน’ ในชุดหมีช่างสีเข้มยืนกอดอก เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนท่อนแขนตัวเองด้วยความหงุดหงิดเต็มปรี่ สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือระบบดิจิทัลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงสิบห้านาทีแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของใบเสนอราคาฉับบสมบูรณ์จากพีเอ็มเซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง เลยแม้แต่เงา
“ช้าจริง ๆ...” ช่างหนุ่มบ่นพึมพำ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นทุกนาที
วันนี้เขาต้องรีบเคลียร์เอกสารพาร์ทอะไหล่ระบบ Chiller ทั้งหมดเพื่อเสนอต่อ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิต และต้องส่งต่อให้ฝ่ายจัดซื้อคีย์เข้าระบบภายในบ่ายสามโมงตรง เพื่อให้ทันรอบบัญชีตัดจ่ายประจำเดือนนี้พอดี หากพลาดกำหนดการนี้ไป การเบิกงบซ่อมบำรุงจะถูกลากยาวไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งระบบ Chiller ที่กำลังบายพาสสายไฟไว้ชั่วคราวคงรอไม่ไหวแน่ แรงกดดันระดับสิบล้านเริ่มกลับมาเกาะกุมสมองของปูนอีกครั้งจนอารมณ์ดิ่งลงเหว
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อหมีสั่นประท้วง ปูนหยิบขึ้นมาดูทันที เมื่อเห็นว่าเป็นสายจาก ‘คุณตาร์’ เขาก็กดรับสายด้วยความเร็วแสงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
“คุณตาร์ครับ! ตอนนี้มันเลยเวลานัดมาสิบห้านาทีแล้วนะครับ!” ปูนพ่นลมหายใจออกประชดประชัน น้ำเสียงทุ้มเข้มตวัดสูงด้วยความฉุนเฉียวและกดดันทันตา “ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าเอกสารชุดนี้มันสำคัญมาก ต้องรีบส่งเข้าฝ่ายจัดซื้อให้ทันรอบบัญชีบ่ายนี้ ถ้าส่งไม่ทันแล้วระบบล่มซ้ำสอง คุณจะรับผิดชอบความเสียหายไหวไหมครับ? ทำไมเป็นเซลล์แต่ไม่มีความรับผิดชอบเรื่องเวลาแบบนี้...”
(“นี่คุณปูน! หยุดพ่นไฟด่าสับฉันยาวเป็นชุดก่อนได้ไหมคะ!”) เสียงตาร์แทรกสวนกลับมาตามสาย น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดูโมโหตอบ แต่กลับแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและหอบหายใจถี่อย่างคนกำลังขวัญเสีย (“ฟังฉันก่อนค่ะ! รถยนต์ของฉันเกิดอุบัติเหตุ ยางมันระเบิดแบนแต๊ดแต๋อยู่ข้างทางเนี่ย! ตอนนี้จอดเลยทางแยกเข้าโรงงานคุณมาไม่ถึงห้าร้อยเมตรเลย... ฉันไม่ได้เลทเพราะอู้งาน แต่รถมันเสีย! ขอความช่วยเหลือก่อนเถอะค่ะ!”)
คำว่า ‘รถเสีย’ และ ‘ยางแบน’ ทำให้อารมณ์ดุดันของปูนสะดุดกึก ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปสามวินาที สติที่เกือบหลุดลอยเพราะความเครียดเรื่องงานถูกดึงกลับมาโฟกัสที่ความปลอดภัยของยัยเซลล์รุ่นพี่ทันที
“...ยางแบนเหรอ? แล้วคุณเป็นอะไรไหม บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ปูนลดระดับเสียงลง แม้จะยังคงนิ่งสนิทตามสไตล์
(“ไม่เจ็บค่ะ แต่ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย รถบรรทุกก็วิ่งผ่านขวักไขว่ ลมจะจับแล้วเนี่ย!”)
“จอดรออยู่ในรถ ห้ามลงมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกเด็ดขาด พื้นที่ไหล่ทางแถวนั้นอันตราย... เดี๋ยวผมออกไปดูให้เดี๋ยวนี้แหละ” ปูนสั่งเสียงเด็ดขาด ก่อนจะกดวางสาย ชายหนุ่มหันไปคว้ากล่องเครื่องมือช่างชุดเล็กจากห้องซ่อมบำรุง วิ่งตรงไปยังรถกระบะตราโรงงานแล้วขับบึ่งออกไปทันที
ไม่ถึงห้านาที รถกระบะของโรงงานก็มาจอดเทียบท้ายรถเก๋งคันเล็กของตาร์ที่เปิดไฟฉุกเฉินกะพริบอยู่ข้างทาง ปูนก้าวลงจากรถพร้อมกล่องเครื่องมือ สายตากวาดมองเห็นสภาพยางล้อหลังซ้ายที่แบนบดไปกับพื้นถนนยางมะตอยร้อนระอุ ตาร์รีบเปิดประตูรถลงมาหาเขา วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัว กางเกงสแล็ก และที่สำคัญ... สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งตามที่เขาสั่งไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้าสวยชุ่มไปด้วยเหงื่อและดูซีดเผือดด้วยความกังวล
“คุณปูน! มาไวมากเลย” ตาร์ร้องทักอย่างโล่งอกราวกับเห็นพระเอกขี่ม้าขาว ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งโดนเขาด่ามาหยก ๆ
“ไหนบอกให้รอในรถไงครับ ลงมาเดินข้างนอกทำไม รถบรรทุกรถสิบล้อเฉี่ยวขึ้นมาจะทำยังไง” ปูนบ่นอุบแต่สายตากลับสำรวจรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะก้มลงมองล้อรถ “โดนเศษเหล็กทิ่มเข้าแก้มยางเต็ม ๆ บดมาไกลแค่ไหนเนี่ย แบนจนโครงยางเสียรูปหมดแล้ว”
“ฉันก็ขับมาดี ๆ ได้ยินเสียง ตึบ ๆ ๆ เลยชะลอจอดเนี่ยค่ะ... แล้วต้องทำยังไงต่อคะ?” ตาร์ถามหน้าซื่อ
ปูนไม่ตอบแต่เดินไปเปิดท้ายรถเก๋งของเธอ คว้าเอาหมุดยางอะไหล่และล้อสำรองที่ซ่อนอยู่ใต้พรม และแม่แรงที่ซ่อนอยู่ในตัวรถออกมา ช่างหนุ่มรุ่นน้องจัดการวางแม่แรงเข้าตำแหน่งใต้ท้องรถอย่างแม่นยำและคล่องแคล่ว แขนแกร่งออกแรงหมุนก้านแม่แรงยกตัวรถขึ้นสูงจนล้อที่แบนลอยพ้นพื้น จากนั้นจึงใช้บล็อกถอดล้อขันนอตออกทีละตัวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง หยาดเหงื่อไหลซึมตามไรผมและโครงหน้าคมคาย แผงอกกว้างสีกรมท่าขยับขึ้นลงตามจังหวะการออกแรง
ตาร์ยืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง... เวลาผู้ชายคนนี้อยู่กับงานช่างและเครื่องมือ ตัวเขาดูมีเสน่ห์และพึ่งพาได้มากจริง ๆ ความรู้สึกขอบคุณผุดขึ้นมาในใจจนลืมความปากร้ายของเขาไปเสียสนิท
“เรียบร้อย... ผมเปลี่ยนยางอะไหล่ให้แล้ว” ปูนเอ่ยเสียงเรียบพลางโยนยางเส้นที่พังเข้าท้ายรถ ขันนอตล้อสำรองจนแน่นหนาและลดแม่แรงลง ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่หน้าผากลวก ๆ ก่อนจะหันมาสั่ง “ล้ออะไหล่แบบนี้มันเป็นล้อชั่วคราว วิ่งเร็วมากไม่ได้ คุณตาร์ขับประคองรถตามผมเข้าโรงงานไปก่อน ไปยื่นใบเสนอราคาให้เสร็จ แล้วขากลับค่อยแวะร้านยางข้างหน้าปะยางเส้นนี้ซะนะ”
“เอ่อ... คุณปูนคะ” ตาร์ทำเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความอาย “คือว่า... ร้านยางที่ว่าเนี่ย ฉันต้องไปทำยังไงบ้างเหรอคะ? แล้ว... แล้วฉันต้องคุยกับช่างยังไง? ฉันไม่เคยเอารถเข้าอู่ปะยางคนเดียวเลยปกติแฟนจัดการให้ตลอด...”
ปูนชะงักไปทันที ชายหนุ่มเลิกคิ้วหนามองยัยเซลล์รุ่นพี่อย่างไม่เชื่อหู “คุณตาร์... ขับรถมาตั้งกี่ปีแล้วครับ? แค่ขับเข้าร้านยางบอกช่างว่า ‘มาปะยางครับ’ มันยากตรงไหน?”
“ก็คนมันไม่เคยนี่คะ!” ตาร์แหวใส่หน้าแดง “ปกติอยู่กรุงเทพฯ รถมีปัญหาอะไรแฟนก็จัดการให้หมด หรือไม่ก็เรียกประกัน ยิ่งแถวนี้เป็นดงโรงงานอุตสาหกรรม มีแต่ร้านช่างคุมงานดุ ๆ ใหญ่ ๆ ถ้าฉันโดนช่างร้านยางหลอกฟันหัวแบะ หรือคุยกับเขาไม่รู้เรื่องจะทำยังไงล่ะคะ!”
ปูนถอนหายใจยาวเหยียด พ่นลมหายใจออกประชดประชันระลอกสอง “เฮ้อ... ดื้อไม่พอ ยังเดือดร้อนคนอื่นรอบสองอีกนะคุณตาร์ คำก็แฟน สองคำก็แฟน ถ้าแฟนคุณเขาพึ่งพาได้ขนาดนั้น วันนี้เขาคงมาเปลี่ยนยางให้คุณแล้วล่ะ ไม่ปล่อยให้คุณมายืนหน้าซีดข้างทางดงสิบล้อแบบนี้หรอก”
คำพาดพิงถึงแฟนหนุ่มที่เพิ่งเทนัดเธอเมื่อคืนแทงใจดำตาร์เข้าอย่างจัง หญิงสาวหน้าตึง ค้อนขวับใส่ปูนทันควัน “นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! พูดเรื่องงานช่างอยู่ดี ๆ ไหงลากเข้าเรื่องส่วนตัวเฉยเลยล่ะ ปากเสียไม่มีวันหยุดราชการจริง ๆ!”
ปูนไม่ได้สะทกสะท้านกับอาการแง่งอนของเธอ ชายหนุ่มยกกระเป๋าเครื่องมือขึ้นพาดบ่าพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “เอาเถอะครับ... เห็นแก่ความพยายามที่อุตส่าห์ใส่รองเท้าผ้าใบมาหน้างานตามคำสั่ง และเห็นแก่เอกสารใบเสนอราคาที่จะช่วยให้ผมส่งทันรอบบัญชีบ่ายนี้... ขับรถตามผมเข้าโรงงานไปเซ็นเอกสารให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวตอนบ่ายสามตอนที่ผมเอาเอกสารไปส่งฝ่ายจัดซื้อเสร็จ ผมจะขับรถนำคุณไปร้านปะยางเจ้าประจำของโรงงานให้เอง ช่างที่นั่นสนิทกับผม เขาไม่กล้าฟันหัวเซลล์มือใหม่สะดุดล้อตัวเองแบบคุณแบะหรอก”
ตาร์ที่ตอนแรกทำท่าจะอ้าปากเถียงต่อค้างเติ่งไปทันทีเมื่อได้ยินคำอาสาช่วยเหลือของเขา แม้คำพูดคำจาจะยังคงขวานผ่าซากและจิกกัดไม่เลิกรา แต่การกระทำของปูนกลับเต็มไปด้วยความใส่ใจและพร้อมช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่ ความรู้สึกโกรธเคืองจึงลายกลายเป็นความอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
“...รู้แล้วค่ะ! ขอบคุณอีกครั้งแล้วกันนะคะหัวหน้าปูนสุดโหด” ตาร์สะบัดเสียงใส่นิด ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นรถเก๋งคันเล็กรอออกตัว
ปูนส่ายหัวขำ ๆ ในลำคอ เดินกลับไปที่รถกระบะของตัวเอง ความเครียดและความหม่นหมองจากการอกหักช้ำรักเมื่อวันก่อน ดูเหมือนจะถูกความวุ่นวายและฝีปากกล้าของยัยเซลล์รุ่นพี่คนนี้ปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว มิตรภาพแปลก ๆ ระหว่างช่างหนุ่มปากร้ายกับเซลล์สาวจอมโก๊ะกำลังเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไอร้อนและควันรถบนถนนสายมหาชัยแห่งนี้!