งานใหม่ กับความโล่งใจ

1091 Words
แสงอาทิตย์ยามสายวันพุธสาดส่องลงมากระทบหน้าตึกคอนโดมิเนียม ทว่าสภาพของ ‘ปูน’ ในเวลานี้กลับสวนทางกับความสดใสของสภาพอากาศอย่างสิ้นเชิง ช่างหนุ่มอยู่ในสภาพเดินสะโหลสะเหล ตาปรือปรอย ขอบตาคล้ำดำเป็นหมีแพนด้าเพราะสวมกะดึกติดต่อกันมาสองคืนเต็ม แถมเมื่อคืนยังต้องถือสายโทรศัพท์นั่งฟังยัยเซลล์รุ่นพี่ร้องไห้โฮอยู่เกือบครึ่งค่อนคืนจนแทบไม่ได้งีบ ชายหนุ่มลากรองเท้าแตะเดินตรงเข้ามาภายในห้องนิติบุคคลของคอนโดฯ หวังจะมาจิบกาแฟกดฟรีและตากแอร์ให้สมองตื่นสักหน่อย ‘ม่อน’ เจ้าหน้าที่นิติบุคคลหนุ่มอารมณ์ดีประจำคอนโดฯ และเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทที่รู้ไส้รู้พุงปูนเป็นอย่างดี เงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์ พอเห็นสภาพเพื่อนรักเดินเข้ามาเหมือนซอมบี้หลงทิศก็หลุดขำออกมาทันที “เฮ้ยไอ้ปูน! นี่มึงไปคุมช่างไฟหรือไปโดนไฟช็อตมาวะ สภาพเหมือนคนพร้อมขิตตลอดเวลาเลยเพื่อน” ม่อนแซวยิ้ม ๆ พลางเหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกบนโต๊ะที่ตัวเองเตรียมไว้ แต่ยังไม่ได้ยื่นมันให้ในทันที ปูนลากเสียงหึในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์นิติบุคคลอย่างหมดสภาพ ยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบ ๆ “อย่าให้พูดเลยมึง... เมื่อวานตอนเช้ากูเลิกงานมากำลังจะเดินกลับขึ้นห้องไปนอนแท้ ๆ แต่ดันโดนคุณตาร์ ยัยเซลล์ชั้นบนลากตัวไประยองเฉยเลย ไปช่วยดูหน้างานมาบตาพุด กว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ค่ำ แล้วกูก็ต้องบึ่งรถไปต่อกะดึกที่โรงงานแช่แข็งมหาชัยอีกเนี่ย สรุปคือตั้งแต่วานซืนจนถึงตอนนี้ กูก็ยังไม่ได้นอนเลยสักงีบเดียว” เมื่อได้ยินเพื่อนรักร่ายยาวประชดชีวิต ม่อนก็ส่ายหัวขำ ๆ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเห็นใจ ม่อนจึงตัดสินใจหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกบนโต๊ะส่งยื่นให้ปูนทันที ปูนรับซองเอกสารมาถือไว้ขำ ๆ พลางเลิกคิ้วหนา “อะไรของมึงวะไอ้ม่อน? ค่าน้ำค่าส่วนกลางกูก็จ่ายครบแล้วนะ” “เออ! ร่างพังขนาดนี้ มึงก็รับไอ้นี่ไปดูเลย อนาคตใหม่ของมึง...” ม่อนปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น “เอกสารสมัครงานที่ใหม่... พอดีรุ่นพี่กูที่เป็นฝ่ายบุคคลของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เขาหาคนไปรับตำแหน่ง ‘หัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุง’ ดูแลระบบวิศวกรรมอาคารและพวก Chiller ทั้งหมด กูเห็นคุณสมบัติมึงตรงเป๊ะเลยล็อกสเปกไว้ให้” ปูนก้มมองซองเอกสารในมือ ท่าทางมึน ๆ งง ๆ ม่อนถอนหายใจแล้วตบไหล่เพื่อนเบา ๆ “งานนี้เป็นพนักงานประจำออฟฟิศ ทำงานเป็นเวลา ไม่ต้องเข้ากะดึกกะเช้าให้ระบบชีวิตพังอีกต่อไป... กูเห็นมึงขับรถไปกลับกรุงเทพฯ-มหาชัยเกือบทุกวัน แถมเข้างานเป็นกะจนร่างพัง เมียเก่ามึงเขาก็ทิ้งไปเพราะมึงไม่มีเวลาให้ไม่ใช่หรือไงวะ? ขืนมึงยังลุยหน้างานหนักแบบเดิมชาตินี้คงไม่มีเวลาไปหาเมียใหม่หรอก ลองเก็บไปคิดดู กูอยากเห็นมึงมีชีวิตที่ดีขึ้น” คำพูดแทงใจดำเรื่องความรักครั้งเก่าทำให้ปูนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยปรือเพลียไหววูบไปวับหนึ่ง ก่อนที่แววตาจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม ช่างหนุ่มแค่นยิ้มสมเพชตัวเองเบา ๆ แล้วสวนกลับไอ้ม่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ปนประชดตัวเองอยู่กลาย ๆ “เหอะ... พูดซะเห็นภาพเลยนะมึง แต่เรื่องไม่มีเวลาหาเมียใหม่เนี่ย มึงไม่ต้องห่วงกูหรอก ขนาดเวลาจะนอนให้ครบแปดชั่วโมงกูยังไม่มีเลย... อีกอย่าง คนที่เขาจะทิ้ง ต่อให้กูมีเวลาให้เขายี่สิบสี่ชั่วโมง เขาก็หาเรื่องทิ้งอยู่ดีนั่นแหละ” ปูนพลิกซองเอกสารในมือไปมา “แต่ก็ขอบใจม่อน... กูรู้ว่ามึงหวังดี เดี๋ยวว่าง ๆ กูจะลองเปิดดูแล้วกัน” ชายหนุ่มรับซองเอกสารมาถือไว้หยั่งงั้น ๆ พยักหน้ารับรู้แต่ในหัวสมองอันเบลอจัดตอนนี้กลับไม่ได้คิดเรื่องปากท้องหรืออนาคตของตัวเองเลยสักนิด... หัวสมองซีกหนึ่งของเขามันดันแล่นไปคิดถึงเรื่องของ ‘ยัยเซลล์จอมจุ้น’ ชั้นบนแทน เมื่อคืนหลังจากตาร์ปล่อยโฮจนหลับคาสายไป ปูนก็รู้สึกกระวนกระวายใจมาตลอดจนถึงเช้า “เออไอ้ม่อน...” ปูนพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุดพลางแสร้งทำเป็นมองซ้ายมองขวา “...เมื่อเช้านี้ มึงเห็นคุณตาร์ Sales ที่อยู่ชั้นบน ๆ บ้างไหมวะ? พอดีเขามีนัดส่งเอกสารงานมาบตาพุดให้กู” ม่อนทำหน้าอ๋อทันที “อ๋อ คุณตาร์เซลล์คนสวยน่ะเหรอ? เห็นดิ... เมื่อกี้ตอนสาย ๆ ประมาณเก้าโมงกว่ากูเห็นเขาแต่งตัวสวยเนี้ยบ ถือกระเป๋าเอกสารใบใหญ่ขับรถออกไปข้างนอกแล้ว ท่าทางกระฉับกระเฉงยิ้มแย้มแจ่มใสดีออก มีอะไรหรือเปล่าวะ?” คำบอกเล่าของม่อนทำให้ปูนที่ยืนหน้านิ่งอยู่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก หัวใจที่เคยหนักอึ้งและเป็นห่วงยัยรุ่นพี่ตลอดทั้งคืนพลันคลายความกังวลลงทันที ช่างหนุ่มลอบระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อย ‘หน้ากากคนเก่ง’ ของตาร์ก็ยังคงทำงานได้ดีในเวลางาน และเธอก็ไม่ได้ฟูมฟายจนเสียงานเสียการอย่างที่เขาแอบกังวล “ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานน่ะ ขอบใจมากม่อน” ปูนเอ่ยเสียงเรียบพลางม้วนซองเอกสารสมัครงานหนีบไว้ใต้รักแร้ “กูขึ้นห้องไปนอนตายก่อนนะ คืนนี้มีเคลียร์งานส่งท้ายที่มหาชัยอีกวัน... บายเพื่อน” ช่างหนุ่มเดินหันหลังกลับออกจากห้องนิติบุคคลมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์ แม้ร่างกายจะเพลียจัดจนแทบจะล้มพับ แต่รอยยิ้มบาง ๆ กลับจุดประกายขึ้นบนมุมปากอันแห้งผากของเขา... อย่างน้อยเช้านี้ ยัยเซลล์รุ่นพี่คนนั้นก็ยังคงออกไปสู้รบตบมือกับโลกภายนอกได้ ยอดเยี่ยมสมกับเป็นคู่หูเซลล์ของเขาจริง ๆ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD