สามวันต่อมา
พลั่ก!
"โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ" ฉันแกล้งเดินชนกับเป้าหมาย หลังจากที่ตั้งตารอเด็กนั่นมาจนถึงช่วงบ่าย ก่อนจะสะดุดล้มไปแบบจริง ๆ จนก้นกระแทกลงกับพื้นไปแบบเต็ม ๆ
"อูยย..." 'เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย ลงทุนเกินไปหน่อยไหม' ฉันค่อนขอดตัวเอง
"เป็นอะไรไหม" เด็กนั่นปรี่เข้ามาถามฉันเหมือนกับจะช่วยแต่ก็ดั๊นมีพวกสาว ๆ รุ่นน้องเข้ามาซะก่อน
ถ้าฉันเดาไม่ผิดคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนของเขาที่เดินตามมาด้วยกัน เพื่อจะตรงเข้าไปด้านในตึกคณะ
"ม...ไม่เป็นไรค่ะ น้องชื่อ..." ฉันยังไม่ทันถามชื่อของเป้าหมาย ยัยสามสาวก็กรูกันเข้ามาพยุงร่างของฉันแล้ว
"นายไปเหอะ เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง"
เป้าหมายของฉันพยักหน้าให้กับบรรดาสาว ๆ ที่ห้อมล้อมฉันอยู่ แน่นอนว่าพวกเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยเหลือฉัน
พอลับตาเขาเท่านั้น พวกนางก็เริ่มออกอาการเขม่นฉันทันที คงจะหวงผู้ชายคนนี้น่าดู แน่ล่ะ! ก็อิตานี่ ทั้งสูง ยาว เข่าดี หล่อเหลาเอาการซะขนาดนั้น ไม่ว่าจะใครก็คงต้องหวงเป็นธรรมดา
"มาอ่อยเขาเหรอยะ!"
"นั่นผัวเพื่อนฉัน อย่าสาระแนมาจุ้น!"
"มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ถ้าไม่อยากเจอตบ!"
พวกหล่อนบีบแขนของฉันจนเขียว พร้อมกับตวัดตามองมาราวกับจะต้มยำทำแกงฉันลงหม้อ พวกหล่อนน่ากลัวเหมือนหมาป่าผสมกับปีศาจร้าย
ครั้งนี้ยัยมิ้วคงจะได้กินแห้ว... เพราะเป้าหมายของเธอดันมีแฟนอยู่แล้ว ฉันจะกลับไปบอกยังไง น่าเห็นใจนางอยู่เหมือนกัน
"ไปให้พ้น!"
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้นกระชากเส้นผมที่ท้ายทอยแล้วจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ดุดัน เธอคงจะกลัวว่าใครจะมาแย่งผู้ชายของตัวเองไปถึงได้กล้าทำตัวร้ายกาจแบบนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะมีคนอยู่มาก แต่พวกหล่อนก็ดูจะไม่เกรงกลัวอะไรเลย พวกเธอน่ากลัว!
'แน่นอน! ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็น่ากลัวทุกคน ไม่แพ้กัน!'
ฉันยอมรับว่ากลัวพวกเธอที่มีมากกว่า แต่ถ้าตัวต่อตัว ฉันก็ไม่กลัวใครหน้าไหนเหมือนกัน ทว่าหน้าที่ฉันไม่ใช่การมามีเรื่องกับคนพวกนี้
"ฉันเตือนเธอแล้วนะ!"
พวกเธอผลักร่างของฉันจนเซแทบจะล้ม ก่อนจะสะบัดก้นแล้วเดินเข้าไปด้านในของตึกคณะ แต่โชคดีที่มีมือคู่แกร่งของใครคนหนึ่งเข้ามาประคองร่างของฉันเอาไว้ จังหวะที่คล้ายกับบทละคร เล่นเอาฉันถึงกับหน้าเหวอ อึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ
หมับ!
"เป็นอะไรรึเปล่า" เสียงทุ้มเอ่ย ก่อนที่ฉันได้สติแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
"มะ... ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก" ฉันตอบกลับไป ด้วยใบหน้าที่ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย ฉันจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครจึงได้เอ่ยถาม หลังจากที่เขาปล่อยร่างฉันเป็นอิสระ เมื่อเห็นว่าฉันยืนได้ด้วยขาของตัวเองโดยไม่น่าจะล้มแล้ว
"น้องชื่อฟาใช่ไหมคะ นั่นเพื่อนน้องรึเปล่า เขาชื่ออะไรเหรอ" ฉันถามทันที เพราะคิดว่าเขาน่าจะมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้
"ครับ มันชื่อพิธ พิธ พิธาเพื่อนผมเอง"
"แล้วผู้หญิงที่เดินไปเมื่อกี้ เป็นแฟนกับเพื่อนของน้องเหรอ"
"เปล่า! พิธมันยังไม่มีแฟน มีแต่พวกผู้หญิงมารุมจีบ... ทำไม คิดจะจีบมันเหรอ"
"มะ... ไม่ใช่! แต่มีคนเขาสนใจ... ขอเบอร์หน่อยได้ไหม"
"เบอร์ผมแทนไหม ถ้าเบอร์มัน... ใครก็เอาไปไม่ได้ มันหวงซะยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีกนะ"
"ถึงว่า... ทำไมถึงยังไม่มีแฟน"
"ถ้ามีมันคงจีบเองแหละ ไม่รอให้พวกผู้หญิงเข้ามาหาหรอก มันโคตรจะไม่ชอบ"
"แล้วพอจะมีเฟซบุ๊กไหม ไอจีก็ได้ หรือไลน์ก็ดี"
"ไม่มีหรอก ถึงมีก็ไม่ให้ ขอตัวก่อนครับ พอดีผมมีเรียน" พูดจบ เด็กนั่นก็เดินหายไปในด้านในตึกคณะฯ ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากด้านหลัง
"หึ ๆ"
"...เฟิร์ส"
ฉันหันกลับไปมอง เห็นอิตาพี่ชายของเด็กรุ่นน้องที่ชื่อฟาโรห์นั่น หน้าตาก็ดูหล่อดี แต่ท่าทางกวนประสาทชะมัด! จำไม่ได้เลยว่าไปเป็นอริด้วยตอนไหน ถึงได้มายิ้มเยาะใส่ฉันแบบนี้
"ยังไม่เลิกทำอาชีพนี้อีกเหรอเจ๊ นี่ถ้าจีบเองนะ คงได้ผัวไปหลายคนละ มัวแต่หาให้คนอื่น ตัวเองถึงได้แห้งเหี่ยวอยู่แบบนี้ไง" อิตาเฟิร์สนั่นเริ่มพูดจาถากถางฉัน
"แล้วนายมายุ่งไรด้วย" ฉันถามกลับ
"เปล๊า! ก็แค่อยากมาเตือนว่าอย่ายุ่งเรื่องคู่ครองของคนอื่นให้มากนัก เพราะทุกวันนี้อ้อมันยังบ่นอยู่เลยนะว่าเธอ...มันแส่ไม่เข้าเรื่อง!"
"ทำไม! อิจฉาเหรอที่เพื่อนในกลุ่มของนายต่างก็มีสาวมารุมจีบ แต่ตัวเอง... หมาสักคงตัวก็ยังไม่มาเลียแข้งเลียขา... น่าสมเพช!" ฉันต่อว่า แต่ทว่าเขากลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร
"เหอะ! ไม่มีหมามาเลีย แต่ก็มีหมาบ้ามาเห่าแหละวะ หนวกหูชะมัดเลย!" หมอนั่นยักไหล่แล้วกระตุกยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ เห็นแล้วน่าหมั่นไส้ อยากจะตบให้คว่ำ!
"นายว่าใคร!" ฉันถามกลับไปด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราด แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มร่าราวกับเป็นผู้ชนะพร้อมกับเดินหันหลังให้ แบบนี้มันกวนตีนกันชัด ๆ
"ยืนอยู่กันสองคน คิดว่าว่าใครล่ะ" เขาจงใจตะโกนกลับมาให้ฉันได้ยินมัน พอได้ยินแบบนั้นกลับยิ่งทำให้ฉันเดือดพล่านหนักกว่าเก่า เด็กนี่มันปีนเกลียว ด่าฉันว่าหมา แถมยังเป็นหมาบ้าซะด้วย ใครล่ะจะยอมทนได้!
"ไอ้บ้า!"
ฉันด่ากลับ ก่อนจะก้มลงหยิบก้อนหินก้อนเล็กที่โดนเข้าไปพอให้เจ็บ ๆ คัน ๆ แล้วปาใส่ไปยังเป้าหมายตรงหน้า มีหรือที่จะพลาด มันลอยละลิ่วไปกระแทกที่หัวของเขาแบบเต็ม ๆ
โป้ก!
"โอ้ย!!!" นายนั่นหันขวับกลับมามอง
"ฮ่า ๆ สำเร็จ!"
ฉันเบ้หน้าท้าทายแลบลิ้นปลิ้นตาให้อย่างไม่กลัวเกรง ทำท่าอย่างกับเป็นเด็ก คิดแล้วก็ตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน อายุฉันเพิ่งจะแค่ยี่สิบสองปีเท่านั้น ใครอย่ามาหาว่าฉันแก่ล่ะ
"นี่เธอ!" เขาจ้องมองมาตาเขม็ง
"สมน้ำหน้า!"
ฉันยิ้มอย่างสะใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับชี้หน้าคาดโทษ แต่ใครจะอยู่ให้หมาบ้ามาไล่กัดล่ะ ฉันรีบชิ่งหนี ก่อนที่อิตานั่นจะตามมารังควาน ต่อไปฉันคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น เพราะอาจจะไม่ปลอดภัย จากสามสาวกลุ่มนั้น รวมถึงผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สนี่ด้วย
¬¬¬¬¬
ค่ำวันนั้น
ฉันอยู่ทำรายงานกับเพื่อนจนแล้วเสร็จ เลยยังไม่มีเวลาได้บอกถึงเรื่องที่ฉันรู้มาจากเพื่อนสนิทของคนที่ยัยมิ้วต้องการอยากรู้ นางก็กลับบ้านไปแล้ว และ ฉันคิดว่าถ้าหล่อนยังไม่มาถาม ฉันก็จะเงียบเอาไว้ก่อน เพราะว่าฉันเองก็อยากพักจากเรื่องพวกนี้เต็มทน
ซ่าาาา!
ระหว่างที่ฉันวิ่งผ่านหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เซ็งชะมัด! มาตกอะไรกันตอนนี้เนี่ย นี่ฉันต้องนั่งรถไฟฟ้าตามด้วยโหนรถเมล์กลับบ้านทั้งที่เปียก ๆ แบบนี้เหรอเนี่ย คิดถึงชะตากรรมของตัวเองได้ ก็รีบวิ่งฝ่ากลางสายฝนไปที่หน้าประตูรั้วของมหาวิทยาลัย
ปริ๊นนนน...
เสียงแตรยาวบอกให้รู้ว่าฉันกำลังวิ่งตัดหน้ารถ พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดเข้ามาที่ร่างของฉันแบบเต็ม ๆ
"กรี๊ด!!!"
ฉันกรีดร้องแล้วสะดุดขาตัวเองก่อนจะล้มลงที่พื้น ทว่ายังโชคดีที่รถคันนั้นเบรกไว้ได้ทัน เพราะการจำกัดความเร็วในรั้วของมหาวิทยาลัย และ การรักษากฏระเบียบของการจราจร ทำให้รถคันนั้นขับมาแบบไม่เร็วนัก
"เป็นอะไรไหม"
คำถามนั้นทำให้ฉันแหงนหน้าฝ่าสายฝนชุ่มฉ่ำขึ้นไปมองเห็นเจ้าของร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลาในชุดนักศึกษาที่ลงจากรถหรูเข้ามาประคองร่างของฉันให้ยืนขึ้น
"ไปที่รถผมก่อน เดี๋ยวไม่สบาย"
ฉันเลิ่กลั่ก แต่ก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นคือ เป้าหมายของฉันเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พิธ พิธา นั่นแหละเขาเลย
เวลาต่อมา
"ขึ้นไปทำแผลที่คอนโดผมก่อน เดี๋ยวผมขับรถไปส่ง"
'หืม... มันง่ายแบบนี้เลยเหรอ!'
เด็กพิธอะไรนั่นขับรถพาฉันเลี้ยวเข้ามาในคอนโดที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนัก ก่อนจะลงจากรถ แล้วอ้อมมาเปิดประตูให้กับฉัน
"ไม่ดีกว่าค่ะ ขาพี่แค่ถลอกเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก" ฉันบอกออกไป พิธมองหน้าฉันแบบไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
"ผมไม่มีพี่ กรุณาแทนตัวเองใหม่ด้วย"
"เอ่อ... ขอโทษ งั้นฉันว่าฉันขอตัวกลับเลยดีกว่า ขอบคุณมากนะที่ให้ฉันติดรถมาด้วย" ฉันบอกก่อนจะก้าวขาลงจากรถ แต่ถูกคนตัวใหญ่กว่าเข้ามาขวางทางไว้ ทำให้ฉันต้องกลับขึ้นไปนั่งลงบนเบาะอีกครั้ง
"จะขึ้นไปเอง หรือจะให้อุ้ม!" เด็กพิธนั่นบอกฉันพร้อมกับจ้องหน้า แววตาของเขาเป็นประกายแวววาว ดูมีเสน่ห์ดึงดูด ซึ่งฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
พิธ :
เจอตัวจนได้ นี่สินะ... ยัยแม่สื่อที่ไอ้ฟามันพูดถึง ดูหล่อนก็จะสวยไม่เบา ได้ข่าวว่าพวกคนในคณะจะพูดถึงแม่นี่กันทั้งนั้น ชอบเป็นแม่สื่อแม่ชักให้กับคนโน้นที...คนนี้ที หารู้ไม่ว่าตัวเองดันเข้าตาพวกเป้าหมายซะเอง
"ตกลงจะขึ้นไปเองดี ๆ หรือจะให้ผมอุ้ม" ผมถามย้ำ นัยน์ตาสวยของหล่อนเปล่งประกายส่งประสานมองมาที่ผม ช่างดูมีเสน่ห์ดึงดูดซะเหลือเกิน แต่ผมไม่ยอมหลงกลเธอง่าย ๆ หรอก
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร ทำไมจะต้องขึ้นไปข้างบนด้วย" ยัยนี่ถามผม ท่าท่างจะระวังเนื้อระวังตัวเป็นพิเศษเหมือนกันสิท่า แบบนี้ไม่ว่าใครก็คงจะแอ้มหล่อนไม่ได้ง่าย ๆ แต่ผมก็มีวิธีของผม
"ฝนก็ตก... เสื้อผ้าก็เปียก จะกลับไปทั้งแบบนี้เลยเหรอ"
"ก็ดีกว่าขึ้นข้างบนกับนายแล้วกัน"
"กลัวรึไง?"
"ใครกลัว!"
"ก็เธอไง!"
"ฉันไม่เคยกลัวใคร แม้กระทั่งนาย"
"ถ้างั้นก็ขึ้นไปด้วยกัน"
"เรื่องอะไร ฉันจะกลับบ้าน"
"นี่ไง! ชัดซะขนาดนี้ยังจะกล้าเถียงอีกเหรอว่าไม่กลัว แบบคุณก็ไม่ใช่สเปก ผมไม่ทำอะไรหรอกน่า อย่าขวัญอ่อนนักเลย อยากได้เบอร์โทรผมไม่ใช่เหรอ ขึ้นไปได้รู้.แม้กระทั่งเลขห้อง ชั้น แล้วก็ชื่อคอนโดผมเลยนะ"
แม่นี่ระวังตัวแจเลยทีเดียว เห็นผมเหล่มองเสื้อผ้าบาง ๆ ที่แนบเนื้อมาตลอดทางบนรถก็รีบเอามือยกขึ้นมาปิด ๆ ไว้ ดูซิ! ว่าพูดขนาดนี้แล้วจะยังทำมึน ไม่ยอมขึ้นไปอยู่อีกไหม นี่ผมก็ยอมแลกขนาดนี้แล้วด้วย ถ้ายังไม่ยอมมันก็จะดูเกินไปหน่อย
"ก็ได้ รอแค่ฝนหยุด แล้วฉันก็จะกลับ"
'หึ! ก็ไม่ได้ยากเย็นนักหรอก แบบนี้ค่อยสนุกหน่อย'
"โอเค งั้นก็ลงมาสิ" ผมบอกเธอ
ดรีม :
ฉันก้าวลงจากรถตามที่เด็กพิธอะไรนี่บอกกับฉัน คงคิดว่าฉันหลงกลเข้าแล้วสิท่า บอกก่อนเลยนะว่ามันไม่ง่าย
นอกจากเลขห้อง ชั้น แล้วก็ชื่อคอนโด ฉันจะสำรวจให้หมดเลยว่านายมีผู้หญิงซุกไว้บนนั้นรึเปล่า ฉันจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปบอกยัยมิ้วให้หมดเลย คอยดูเถอะ!