"เข้ามาสิมิ้ว... นี่ห้องผมเอง" ผมเชิญชวน หลังจากที่ขับรถพาเธอขึ้นมาถึงคอนโดหรูของผม จะเรียกว่ามันเป็นห้องเชือดก็คงไม่ผิดอะไร
ยัยนี่ดูผอมแห้งกว่ายัยเพื่อนคนที่เป็นแม่สื่อนั่นซะอีก แต่ก็ผิวพรรณขาวสะอาด หุ่นดี ดูเรียบร้อยกว่าเยอะ ท่าทางคงยังไม่ผ่านศึกอะไรมาเท่าไหร่ ดีไม่ดีวันนี้ผมได้ฟันเหยื่อซิง ๆ ก็มีความเป็นไปได้สูง
"เอ่อคือ... มันจะดีเหรอ เราเพิ่งรู้จักกันเอง" มิ้วบอกกับผม เสียงเธอหวานกว่ายัยแม่สื่อนั่นเป็นกอง ยัยนั่นพูดห้วน ไม่รู้เป็นแม่สื่อได้ไง
"คิดว่ามิ้วน่าจะรู้จักผมนานแล้ว ไม่งั้นไม่ให้เพื่อนมาขอเบอร์ผมหรอกใช่ไหม"
ผมแสร้งถามออกไป เพราะเหมือนจะคับคล้ายคับคลาอยู่แล้วว่ายัยนี่ชอบแอบมองผมตรงม้าหินอ่อนที่คณะอยู่บ่อย ๆ
แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะหน้าอกหน้าใจไม่ใหญ่เท่าที่ควร ผมก็ตัดทิ้งจากสารบบแม่งหมดเลย ถึงจะหน้าตาสวยแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าอกไข่ดาว ผมล่ะขอบาย!
เพราะเวลาเอา ได้จับได้ดูดแบบเต็มไม้เต็มมือไปด้วยมันดูได้อารมณ์กว่าเยอะ เสียดายที่ไม่ใช่ยัยแม่สื่อเมื่อตะกี้...เพราะดูแล้วนมน่าจะใหญ่กว่ายัยมิ้วกี้นี่อยู่มากเลยทีเดียว
แต่ก็ช่างเถอะ! ได้ฟันยัยนี่ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร หอยสด ๆ ใหม่ ๆ แบบนี้ จะหาได้อีกทีก็คงต้องตื่นไปตลาดตั้งแต่ตีสามตีสี่นั่นแหละนะ
"มิ้วรู้จักผมแล้ว ถูกไหม" ผมถามย้ำ
"อืม... ก็จริงนะ" มิ้วบอกกับผม แต่ก็ยังลังเลใจที่จะเข้ามาข้างใน ผมจึงได้พูดจาหว่านล้อมออกไปอีกว่า
"ในเมื่อมิ้วรู้จักผมนานแล้ว คืนนี้ผมขอรู้จักมิ้วบ้างได้ไหม เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไง" ผมพูดพลางมองเรือนร่างของเธอในชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่แม้หน้าอกจะไปเล็กไปหน่อย แต่ความขาวก็สามารถปลุกเร้าอารมณ์ความเป็นชายของผมให้ลุกฮือขึ้นมาได้เหมือนกัน
"เอ่อคือ... มิ้ว มะ... ไม่เคย" เธอตอบ ผมกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เหยื่อรายนี้ของผมท่าทางจะสด และ ซิงอยู่จริง ๆ ไม่ผิดแน่
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวใส่ถุง" ผมพูดพร้อมกับฉุดร่างของเธอเข้ามาด้านในด้วยกัน ก่อนใช้เท้าดันประตูปิดแล้วพาร่างของเธอมาในห้อง ดึงเธอเข้ามาจูบพร้อมกับสอดเรียวลิ้นเข้าไปชิมความนุ่มข้างในโพรงปากหวานที่ดูจะไร้เดียงสาราวกับเด็กที่ยังไม่ประสีประสา
"อืม~" เสียงหวานครางออกมาเบา ๆ ยืนนิ่งปล่อยให้ผมเป็นคนจูบอยู่ฝ่ายเดียว แบบนี้ก็เข้าทางผมสิ อ่อนหัดอย่างนี้ ผมจะคุมเกมให้ไปทางไหนก็ย่อมได้ ง่ายดายชะมัด!
"นอนลง" ผมดันร่างเธอให้นอนราบลงไปบนเตียง แล้วจัดการกับเดรสเกาะอกสีขาวที่ปิดบังเรือนร่างของเธอเอาไว้แค่ครึ่งเดียว จากนั้นจึงจัดการกับชั้นในของเธอออกหมดทุกชิ้น เผยให้เห็นสองเต้าขาวสะอาดสะอ้าน ห***มสีชมพูน่าดูดน่าฟัด แม้จะดูคล้ายกับไข่ดาว แต่ก็เป็นไข่ดาวจานแรกสำหรับผมในคืนนี้
"อ้ากว้าง ๆ" ผมสั่งพร้อมจับเรียวขาขาว ๆ ของเธอให้ถ่างออกจากกัน โดยที่เธอเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย คงอยากจะโดนผมเต็มทนแล้วล่ะสิ ดูท่าทางก็คงจะร่านไม่เบา ถึงได้ยอมมากับผู้ชายง่าย ๆ แบบนี้ นี่ถ้าผมต้องจ่ายตังค์ คงไม่ต่างหากกะหรี่แน่นอน
"ขาวจัง!" เมื่อเห็นตรงนั้นของเธอแล้วท่อนเอ็นของผมก็ปวดหนึบขึ้นมาทันที นาทีนี้หากมีใครที่คิดจะหยุดผมก็คงไม่ทันแล้วล่ะ
ผมจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วงัดเอาความเป็นชายที่ห้อมล้อมด้วยเส้นเลือดใหญ่ปูนโปนถูไถไปมาเพื่อทักทายร่องเสียวของเธอที่ยังคงปิดสนิท เสมือนว่ายังไม่ผ่านมือชายใดมาก่อน แล้วก้มลงไปหยิบถุงยางอนามัยจากลิ้นชักใต้เตียงออกมาสวม
"แฉะไวดีนะ...อยากโดนแล้วเหรอ" ผมถาม ระหว่างที่กรีดนิ้วลงลึกมุดหายเข้าไปในกลีบแคมอวบอูมใหญ่ทั้งสองที่เบียดชิดติดกันให้แบะออกจนมีน้ำเมือกใสไหลเยิ้มมาตามง่ามนิ้วที่แยงเข้าออกแยงอย่างช้า ๆ และ เริ่มเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นเสียงลามกจกเปรต จนมิ้วบิดไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องครางกระเส่าหลังจากที่เก็บกลั้นมันไว้ต่อไปไม่อยู่
"อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊าาา สะ... เสียว~ อื้อ... "
"เสียวก็อ้าออกอีกสิ รับรองมิ้วจะได้ร้องเสียวยิ่งกว่านี้อีก" พูดจบผมก็ดึงเอานิ้วออกแล้วยัดท่อนเอ็นเข้าไปจ่อที่ร่องชื้นฉ่ำแฉะของเธอลึกลงไปเพียงแค่ส่วนหัวปลายปานสีแดงเถือก มิ้วก็ผวาตัวโยนจนส่งเสียงร้องลั่น!
"อ๊าย... เบาหน่อย มิ้วเจ็บ!"
"ยังเข้าไม่ลึกเลย อ้าออกอีกมิ้ว... อย่าเกร็ง!" ผมหว่านล้อม เพราะร่องของมิ้วมันฝืด เหมือนกับยังไม่เคยโดนของใหญ่ และ ก็คงจริงแบบนั้น ผมใส่มันเข้าไปไม่ได้ของเธอฟิตเกินไป
ปึก!
ผมกดความใหญ่โตกว่ามาตรฐานชายไทยเข้าไปกลางร่องฉ่ำเยิ้มอีกครั้ง จนเธอหน้าเหยเก น้ำตาเล็ดออกมาด้วยความเจ็บปวด!
"อ๊า~" ผมครางลั่น อย่างเก็บกลั้นไว้ไม่อยู่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวของแม่สื่อสาวคนนั้นแล่นเข้ามาแทนที่ใบหน้าสวยหวานของยัยมิ้วกี้นี้ได้ไง ผมยังงง!
"ถอดออกก่อน...เอาออกก่อนได้ไหม มิ้วเจ็บถุง" เสียงของมิ้วทำให้ผมก้มลงมองที่ร่องรักของเธอที่ถูกท่อนเอ็นของผมจ่อคาไว้ และ ยังไม่ยอมถอดออกตามคำเรียกร้องของเธอ
"เอาออกก่อนสิ มันเจ็บ!" มิ้วพูดน้ำเสียงสั่นพร่า เพราะเธอเพิ่งจะเคยรับรู้ถึงความคับแน่นและใหญ่โตจากบุรุษเพศ ซึ่งไม่เคยพบพานมาก่อนเป็นครั้งแรก
"ถ้างั้นเอาสดนะ" ผมบอกออกไป เพราะยิ่งใส่ถุงเวลาที่ตรงนั้นมันขยาย มันจะยิ่งเพิ่มความอลังการมากขึ้นอีก ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากโดนเอาจนบานตั้งแต่ครั้งแรกหรอก
"อืม" มิ้วพยักหน้า ทำให้ผมรีบดึงท่อนเอ็นของผมออก เพื่อถอดถุงยางอนามัยแล้วจับมันแทงสวนกลับเข้าไปใหม่ จนกลีบแคมของเธอปริแยกออกจากกันเป็นร่องลึกลงมาตามความยาวใหญ่ของไอ้เจ้ามังกรของผม
ปึก!
"อ๊าาา~" ผมเปล่งเสียงครางลั่น เพราะคราวนี้มันหายลึกเข้าไปหมดทั้งลำ จนผมรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว หอย สด ๆ มันฟิต แน่น อร่อย แบบนี้เอง
สวบ~ สวบ~ สวบ ~
ผมค่อย ๆ ซอยอย่างช้า ๆ ก่อนจะกระแทกกระทั้นอัดเข้าหากลีบอวบอูมที่ ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำเมือกใสไหลเคลือบท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนมันเลื่อม ทั้งลื่น ทั้งเสียว ทั้งมัน ผสมปนเปกันจนผมอธิบายไม่ถูก... ที่อยู่ ๆ ก็ได้ฟันสาว สด ๆ ซิง ๆ แบบไม่เสียกะตังค์
แต่ทว่ากลับน่าเสียดาย เพราะผู้หญิงที่นอนอ้าขาให้ผมเอาอยู่ตอนนี้ดันไม่ใช่ยัยแม่สื่อที่สวมเดรสสายเดี่ยวปักเลื่อมสีทองชุดนั้น
"อ๊า... สะเสียวจัง!" เธอว่า
ผมกระเด้าซอยถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายเปลือยเปล่าของมิ้วโยกคลอนไปตามแรงอัดกระแทกกระทั้นของผม นมเล็ก ๆ รูปอกไข่ดาวถูกผมบีบขยำจนเป็นรอยแดง ก่อนจะถูกเรียวลิ้นสากลากเลียจนห***มชมพูชูชันขึ้นเป็นไต
ยิ่งได้ยินเสียงครางหวาน ผมก็ยิ่งกระแทกความแข็งแกร่งเข้าหาความอ่อนนุ่มอย่างหนักหน่วง จนน้ำเมือกใสไหลสาดกระเซ็นถูกหน้าขาของทั้งผมและเธอ เกิดเป็นเสียงลามกตามมาเป็นระยะ ๆ ผู้หญิงอะไรขี้เงี่** ชะมัด แต่แม่งก็ง่ายดี
"เสียวโคตร! อ้ากว้าง ๆ นะ มิ้ว... ของคุณน่าเอา เด้ามันสุด ๆ เลย จะแตกอยู่แล้ว" คำพูดของหนุ่มรุ่นน้องทำให้มิ้วกี้รู้สึกตื่นเต้น... และ เสียวสะท้านไปพร้อมกัน
มิ้วกี้ :
"มิ้วก็จะแตก...อ๊ายยย~" ไม่ทันจะพูดจบ เธอลอยลำนำหน้าเขาไปแล้วหนึ่งน้ำเล่นเอาเธอยิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบ พอกับกลีบเนื้อที่เบียดชิดติดกันในตอนแรกที่เบ่งบานจนแดงช้ำแบบหุบไม่ลงแล้วเช่นกัน
"อ๊า... เสียว!" เธอยิ้มมุมปาก ในขณะที่อีกฝ่ายเองก็บิดยิ้มอย่างพอใจ
มิ้วกี้แอบมอง และ แอบชอบเขามานานแล้ว ไม่คิดว่าจะได้มีวันนี้ วันที่ตัวเองกำลังนอนถ่างขาให้กับหนุ่มรุ่นน้องได้กระแทกท่อนเอ็นเข้าใส่ แถมบรรดาเพื่อนสาวในกลุ่มของเธอก็ต่างสนใจรุ่นน้องคนนี้กันอยู่หลายคน ถ้ายัยพวกนั้นได้รู้ว่าเธอเคยเอากับผู้ชายคนนี้มาแล้ว ยัยพวกนี้ต้องพากันอิจฉาเธอเป็นแถว ๆ แน่
"อื้อ... ผัวขา เอาอีก แรงกว่านี้อีก... มิ้วชอบ" ฉันครางออกมาอย่างยั่วยวน พูดคำว่าผัวอย่างไม่อายปาก ตอนแรกก็กะจะให้ยัยดรีมติดต่อคนที่ชื่อเฟิร์สให้ แต่เอาเข้าจริง... อิตารุ่นน้องที่ชื่ออ้อ.ก็ดูเท่... แถมยังเย... ดุไม่เบา ใส่เอา ๆ แบบไม่ยั้ง คิดถูกแล้วที่เลือกอิตานี่
ปึก! ปึก! ปึก!
ท่อนเอ็นขนาดใหญ่ ปราศจากเครื่องป้องกันขยับมุดเข้ามุดออกแหวกกลีบแคมสีเนื้ออ่อน ๆ จนกลับกลายเป็นสีแดงช้ำ
ถูกเปิดซิงครั้งแรกรุนแรงขนาดนี้ แต่กลับไม่มีเลือดของความบริสุทธิ์ไหลซึมออกมาสักหยด ก็ไม่แปลกอะไร เพราะถึงแม้เธอจะโสด และ ซิง
ทว่ามิ้วกี้ก็เคยช่วยตัวเองด้วยนิ้ว และ อุปกรณ์เสริมที่สั่งซื้อจากเน็ตมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนเยื่อพรหมจรรย์ของเธอไม่หลงเหลืออยู่แล้ว โดนเอาจากของจริงครั้งแรก ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของเธอ แถมยังได้ผัวคนแรกเป็นรุ่นน้องที่แอบปลื้มอีกด้วย ตรงนี้มันทำให้เธอฟินสุด ๆ
"อ๊า... เสียวหัว... สุด ๆ อ้าขากว้าง ๆ" เขายังคงกระแทกกระทั้นเข้าหาร่องสวาทของเธอแบบไม่ยั้ง
"อ๊า.... อ้อ... อ้อ อ๋อยยย~ กระแทกลงมาอีก ซอยลงมาแรง ๆ ถี่ ๆ เลยค่ะ" รอยยิ้มมุมปากเกิดขึ้นสร้างความพอใจให้กับคนใต้ร่าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายคุมเกม แต่สำหรับมิ้วกี้ เธอถือว่าตัวเองได้เป็นคนควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้หมดแล้ว
"ร่านจังเลยนะครับ จะเอาให้แหกเลย"
เรือนกายแกร่งของเขาอัดกระแทกกระทั้นเข้าหาร่องเสียวของฉัน จากเจ็บกลายเป็นเสียว จากเสียวกลายเป็นแสบ จนฉันเสร็จไปไม่รู้กี่ครั้งไม่ต่อกี่ครั้ง เขาทั้งอึดแล้วก็ทนดีจริง ๆ แต่ก็สะใจสุด ๆ
ไม่นานเขาก็ปล่อยน้ำรักพุ่งออกมาเต็มใบหน้าสวย จนเธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่กระเด็นเข้ามาในปาก ก่อนจะไหลย้อนกลับออกมาด้านนอก มองเห็นเป็นสีขาวขุ่นหยดลงบนผ้าปูที่นอนสีเดียวกัน
หลังจากคืนนั้น ทั้งคู่ก็สานสัมพันธ์ และ มีเซ็กซ์ร่วมกันบ่อยขึ้น เรียกได้ว่าทุกคืนเลยก็ว่าได้ จนเธอแอบเอามาเม้าท์ให้กับเพื่อนสาวในกลุ่มฟังว่าเธอคบอยู่กับรุ่นน้องคนนี้ จนหลาย ๆ คนต่างพากันอิจฉาเธอกันยกใหญ่ เว้นเสียแต่ยัยดรีมคนเดียวที่ไม่ได้มาสนใจเรื่องของเธอกับอิตารุ่นน้องที่ชื่ออ้อนี่อีกเลย
กระทั่ง...
หนึ่งเดือนให้หลัง
“อ้อ...มิ้วกลัวว่ามิ้วจะท้อง!” มิ้วกี้พูดเสียงเครียดต่อหน้าคู่ขาของเธอ เพราะหนุ่มรุ่นน้องไม่เคยบอก หรือ เปิดตัวกับใครต่อใครว่าเธอคือคนรัก หรือ แม้กระทั่งแฟน
“แตกนอกตลอด ถุงก็ใส่ จะท้องได้ไง มิ้วเองก็กินยาคุมไว้ทุกครั้งด้วยไม่ใช่รึไง”
“ก็กิน... แต่ประจำเดือน เดือนนี้ของมิ้วยังไม่มาเลยนะ”
“ลองตรวจดูรึยัง! แน่ใจแล้วเหรอ” หนุ่มรุ่นน้องถามกลับ
“ยังเลย แต่มิ้วกังวล... กลัวว่าจะท้อง ถ้ามิ้วท้อง... แล้วอ้อจะว่าไง” เธอถามเสียงเครียด
“มันต้องไม่ใช่แบบนี้มิ้ว” หนุ่มหล่อคมคายตอบออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะถูกฝ่ามืออ่อนนุ่มตบเข้าที่สันกรามแบบไม่แรงนัก
เพียะ!
หนุ่มหล่อร่างสูงขายาวราวกับนายแบบหน้าชา หากแต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้
“นี่อ้อจะไม่รับผิดชอบเหรอ” เธอถามด้วยความรู้สึกโกรธ และ ไม่พอใจกับคำตอบที่ได้ยิน
“จะให้รับผิดชอบอะไร มิ้วควรดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองท้องทั้งที่ยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่ ไม่อายคนเค้ารึไง เราแค่เอากันนะ ไม่ใช่ผัวเมียสักหน่อย ท้องแบบนี้ใครมันจะโอเค”
"พูดจาหมา ๆ แบบนี้ได้ไงวะ!" มิ้วด่าทอ
"เธอน่าจะรู้ดีว่าไปนอนกับใครมาบ้าง แทนที่จะมาเรียกร้องขอความรับผิดชอบจากฉัน"
“นายมันเห็นแก่ตัว!"
"ถ้างั้นเราก็ไม่ต้องมาพูดกัน!”
แม่สื่อสาวแอบฟังสองคนนั้นสนทนากันที่ข้างห้องน้ำ ก่อนที่เธอจะเห็นมิ้วกี้ผลักเข้าที่แผงอกแกร่งของหนุ่มรุ่นน้อง แล้ววิ่งปาดน้ำตาออกไปจากตรงนั้น
“มีเรื่องอะไรกันเหรอ” เธอถาม ทั้งที่ความจริงนั้นได้ยินมันหมดแล้ว
“ไม่มีอะไร” เจ้าของร่างสูงบอกกับเธอ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป แต่ทว่าร่างบางกลับปรี่เข้าไปขวาง
“มิ้วท้องกับนายใช่ไหม” เธอถามพลางจ้องหน้ากับคนที่ตัวสูงกว่า
“ไม่รู้!” เขาตอบออกมาห้วน ๆ
“บอกไม่รู้ได้ไง นายกับมิ้ว... มีอะไรกันแล้วไม่ใช่เหรอ” เธอถามงง ๆ
“อืม... ฉันกับมิ้ว แต่มิ้วกับใครอีกฉันไม่รู้”
“พูดงี้... หมายความว่าไง” เธอถามกลับ
“มิ้วไม่ได้มีไรกับฉันแค่คนเดียวหรอกนะ เธอเป็นเพื่อนกันภาษาอะไร ไม่รู้เลยรึไง” เขาถาม
“ฉันไม่รู้” เธอตอบอย่างละล่ำละลัก เพราะคำตอบที่ได้ฟังมันจุกอยู่ในอก
“งั้นก็รู้ไว้ด้วยนะ ว่าเพื่อนเธอมันไม่ได้เอากับฉันแค่คนเดียว” หนุ่มรุ่นน้องตอบออกมาสีหน้าเรียบเฉย หากแต่แววตาของเขาดูเกรี้ยวกราดเอามาก ๆ
“นายจะปัดความรับผิดชอบรึไง” เธอถามพลางเม้มริมฝีปากแน่น ไม่คิดว่าสองคนนี้จะเดินมาถึงทางตันได้ในระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น
“ไม่ได้ปัด! แต่ช่วยไปบอกมิ้วด้วยว่าถ้าหาพ่อเด็กไม่ได้จริง ๆ ค่อยมาบอกฉัน” พูดจบแล้วเขาก็เดินผ่านหน้าของเธอไป โดยที่เธอไม่รู้ว่ายัยมิ้วจะทำอย่างที่ผู้ชายคนนี้พูดจริง ๆ หรือไม่
'ผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยแบบยัยมิ้วน่ะเหรอ ที่จะทำเรื่องแบบนั้น ไม่อยากจะเชื่อเลย' เธอคิด
¬¬¬¬¬
หลังจากวันนั้น ดรีมก็ได้มารู้ว่ายัยมิ้วกี้นั้นไม่ได้ตั้งท้อง แต่ที่ประจำเดือนมาช้า เนื่องด้วยสาเหตุอื่น พร้อมกับที่รู้ว่ารุ่นน้องที่ชื่ออ้อนั่น หันไปคั่วกับผู้หญิงคนอื่นที่รุ่นราวคราวเดียวกัน
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของมิ้วกับอ้อก็น่าจะจบลงแล้ว แต่เธอก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นที่เคยมีอะไรกับยัยมิ้วนอกจากรุ่นน้องที่ชื่ออ้อแล้วเป็นใครกัน ซึ่งเธอไม่รู้จริง ๆ ก็อย่างที่บอกไว้... ว่าเธอไม่ได้สนิทกับยัยนั่นขนาดนั้น แล้วจะไปรู้เรื่องได้ยังไงกัน
แม่สื่อII
หนึ่งเดือนต่อมา
ดรีม :
"นะดรีม...แกช่วยฉันหน่อย"
"อีกแล้วเหรอมิ้ว...แต่แกเพิ่งจะเลิกกับเด็กที่ชื่ออ้อมาได้ไม่นานนี้เองนะ"
ฉันยืนคุยกับมิ้วข้างตึกคณะที่ฉันกำลังจะจบออกไปในเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งเรื่องที่คุยก็เป็นเรื่องเดิม ๆ ที่ยัยมิ้วมักมาขอให้ฉันช่วยเรื่องจีบหนุ่มให้กับนาง
บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกอึดอัดเวลาที่ต้องเห็นคนที่ฉันเคยเป็นแม่สื่อให้เลิกรากันไป บางคนก็แทบมองหน้ากันไม่ติด ถึงขั้นเกลียดกันไปเลยก็มี จะว่าไปมันเหมือนกับว่าฉันกำลังสร้างตราบาปให้กับพวกเขาอยู่รึเปล่าที่ดันพาคนไม่ใช่คู่มาเจอกัน ฉันเองก็ไม่แน่ใจ
"ก็ฉันไม่ได้ชอบมันแล้ว แกติดต่อรุ่นน้องอีกคนให้ฉันที...นะแก! ฉันจะได้ไม่เหงาไง เบื่อจะตายอยู่แล้วกับการเป็นโสดเนี่ย" มิ้วบอกกับฉัน ดูเธอไม่มีท่าทีเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเลยแม้แต่น้อย เป็นฉันเองที่คิดมากไปว่ายัยนี่จะเข็ดหลาบกับความรัก ทว่ามันกลับไม่ใช่
"รุ่นน้อง! อีกแล้วเหรอ...ทำไมพวกแกถึงชอบกินเด็กกันนักนะ" ฉันถามด้วยความประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้ยัยออมเพิ่งขอเบอร์โทรของอ้อที่เป็นทั้งรุ่นน้อง คู่ขา แล้วก็กิ๊กเก่าของยัยมิ้วกี้ไป
ดูท่าว่ายัยออมสนใจจะเคลมเด็กนี่ต่อจากเพื่อนสนิทของตัวเอง ซึ่งฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่เลยตามน้ำ เพราะทั้งยัยมิ้วและอ้อก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว
"อืม...ก็มันอร่อยดี! เอาเป็นว่าแกช่วยขอชื่อกับไลน์มาให้หน่อยนะ ฉันรู้แค่ว่าเค้าเป็นเพื่อนกับลูกของอาจารย์สอนวิชาเอกเราตอนปีหนึ่ง" ยัยมิ้วบอกกับฉัน
"ลูกอาจารย์! อย่าบอกนะว่า..." คำพูดของยัยมิ้วทำให้ฉันต้องประหลาดใจอีกครั้ง
"ชื่อฟา!..."
"ฟาโรห์! เด็กปีสองที่เป็นน้องชายของอิตาเฟิร์ส เพื่อนในกลุ่มเดียวกับอ้อผู้เก่าของแกน่ะเหรอ ฉันว่าอย่าเลยดีกว่านะ มันใกล้ตัวเกินไป" ฉันแย้งออกไป เพราะคงจะไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าจะจีบ หรือ เสาะแสวงหาหนุ่มใกล้ตัวกับกิ๊กเก่าของตัวเอง
"จะไปสนใจทำไม... ฉันให้แกไปถามชื่อกับขอไลน์เพื่อนของเด็กฟานั่นต่างหาก ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคนพวกนั้นสักหน่อยเลย" ยัยมิ้วตอบอย่างหน้าตาเฉย
'แน่ล่ะ! เธอจะไปสนอะไร เพราะคนหน้าหนา หน้าทน ที่มันต้องเดินเข้าไปหาคนพวกนั้น ด่านแรกก็คือฉัน!'
"จะลองดูแล้วกัน" ฉันตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
และ นี่คงเป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะเป็นแม่สื่อแม่ชักให้กับคนอื่น โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้จะเต็มใจกับเคสนี้เท่าไหร่ แต่ที่ทำไปก็เพราะคำว่าเพื่อน ไม่ได้เห็นแก่เงินทองอะไรพวกนั้นหรอกนะ เพราะว่าฉันไม่ได้เลยสักแดงเดียว
ดังสุภาษิตว่าไว้...
'เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่ดันเอากระดูกมาแขวนคอ'
เฮ้อ! ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรกับเรื่องพวกนี้ด้วยเลย แต่ก็ช่างเถอะ! ฉันจะทำให้ดีที่สุด และมันจะเป็นครั้งสุดท้าย