(ดรีม) :
กิ๊บที่เดินควงแขนของอ้อออกมาจากรังรักเร้าร้อนพูดจากำกวมขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางที่ตกอกตกใจ ไม่คิดว่าต่างฝ่ายต่างจะมาเจอแจ็กพอตกันจะ ๆ แบบนี้
“มะ...มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันเปล่า!” ฉันพยายามที่จะปฏิเสธ แต่ก็ถูกยัยกุ๊บกิ๊บทึกทักสรุปเอาเองไปแล้วว่า เราสองคนคงจะได้เสียกันไม่ต่างจากคู่ของเธอ
“เอาเถอะ ๆ ยังไงแกก็เพื่อน ฉันจะปิดปากให้เงียบเลยแล้วกัน เพื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา ฉันจะไม่บอกยัยมิ้วหรอกนะ ว่าแกแอบมากิน... เอ้ย! หมายถึงแกกับรุ่นน้องนี่ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว” กุ๊บกิ๊บกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมาเจอแจ็คพอตอะไรทำนองนี้ ราวกับสวรรค์ช่างเป็นใจ
'เห็นมันร่านอย่างนี้แล้ว...จะยังอยากเอามันอยู่อีกไหม'
กุ๊บกิ๊บช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ข้างกายขณะที่ครุ่นคิดอยู่ภายในใจ ก่อนจะลอบยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย
'หึ! คิดว่าจะใสซื่อ ที่ไหนได้ก็ร่านเหมือนกันทั้งกลุ่ม... อยากรู้เหมือนกันว่าลีลาเธอมันจะเด็ดแค่ไหน จะต่างจากเพื่อนสามคนนี้ของเธอรึเปล่า'
รุ่นน้องที่ชื่ออ้อเองก็คิดไม่ต่างกัน ทั้งสองคนกำลังมองเธอด้วยสายตาที่เหยียดหยัน
'นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมเธอถึงได้จ้องหน้าฉันแบบนั้นล่ะกิ๊บ... ไหนจะสายตาของผู้ชายที่ชื่ออ้อนี่อีก บ้าที่สุด! นี่นายไม่คิดจะแก้ต่างอะไรแทนฉันเลยรึไง... พิธ พิธา! ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!'
ฉันได้แต่บ่นมันอยู่ในความคิดของตัวเอง ทั้งที่ความจริงฉันได้แต่นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะแก้ต่าง หรือว่าจะต้องอธิบายอะไรออกไปยังไง แต่พอเห็นสายตาของพวกเขา ฉันก็พอจะรู้ตัวว่าไม่ต้องพูดให้เปลืองน้ำลายเปล่า เพราะว่าคนพวกนี้... ไม่มีทางเชื่อคำพูดของฉันแน่
เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉันก็ไม่ลังเลใจที่จะเดินออกมา
“ขอตัวนะ!” ฉันบอก ก่อนจะมีเสียงของใครบางคนดังไล่หลังตามฉันมา จำได้ว่ามันเป็นเสียงของอิตาบื้อ... ของคนต้นเรื่อง
"ดรีม... เดี๋ยวก่อน ให้ฉันไปส่งนะ" เสียงของเด็กพิธนั่นตะโกนบอกกับฉัน
"ไม่เป็นไร นายกลับไปจัดการกับตัวเองเถอะ" ไม่รอให้เขาตามมา ฉันก็รีบวิ่งตรงไปที่ลิฟต์ทันที
เรื่องน่าอายแบบนี้ ถึงจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่ฉันก็ไม่ได้โง่ที่จะอยู่ให้ใครมาประจานตัวเอง มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย... ทำไมมันถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนอยู่แบบนี้
ไม่รู้ว่าเรื่องของฉันกับเด็กพิธนั่น จะมีใครเอาไปพูดต่อรึเปล่า ยัยกิ๊บไม่พูด แล้วถ้าเด็กอ้อนั่นพูดล่ะ! ฉันจะทำยังไง
“โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้าตาย” ฉันสบถหลังจากที่ก้าวขาลงจากรถเมล์สายหนึ่งที่แล่นเข้ามาจอดให้ฉันลงตรงหน้าป้าย โชคดีที่ฝนหยุดตกไปนานแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้ลืมอะไรทิ้งไว้ที่นั่น และ คิดว่าตัวเองคงจะไม่กลับไปที่คอนโดแห่งนั้นอีกแล้ว
ตึก ตึก ตึก~
ฉันเดินออกจากป้ายรถเมล์ด้วยรองเท้าส้นสูงแล้ววิ่งข้ามถนนตรงทางม้าลาย เพื่อตรงมาอีกฟากหนึ่งซึ่งมีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ตรงหน้าปากซอยทางเข้าบ้าน
ก่อนจะก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือเหมือนว่าจะสามทุ่มตรงพอดี ควรแวะซื้ออะไรเพื่อรองท้องสักหน่อยก่อนกลับไปถึงจะได้อาบน้ำเข้านอนเลยทันที
“เอ๊ะ... นั่นมัน!”
ฉันแทบช็อก... เมื่อเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครบางคนที่ยืนกอดอกพิงประตูรถยนต์คันหรูอยู่ที่หน้าทางเข้าร้านสะดวกซื้อที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปด้านใน และ มันไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันซวยมากไปกว่าวันนี้อีกแล้ว
“บังเอิญจังเลยนะ จะกลับบ้านทั้งที แต่ก็ดันเจอ... นี่ถ้าไม่ใช่เธอ ฉันคงต้องคิดว่าเราเป็นเนื้อคู่กันไปแล้ว”
'ยุบหนอ... พองหนอ'
ฉันหลับตาแน่นพร้อมกำหนดลมหายใจเข้าออก พยายามอดทนอดกลั้นเอาไว้ให้นานที่สุด โดยไม่สนใจคำพูดของสัมภเวสี... ที่กำลังก่อกวนฉันแล้วหันหลังกลับเลี่ยงที่จะไม่เดินเข้าไปในร้าน ก่อนจะรีบเดินต่อไปข้างหน้า แต่ผีบ้าตนนั้นมันก็ยังราวีฉันอีกไม่เลิก!
“เด็ดไหม!” คำถามของผีไม่มีญาติตนนี้ มันทำให้ฉันต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปถามด้วยความอยากรู้
“เด็ด! หมายความว่าไง”
“ก็กินเด็กไง รสชาติมัน... อร่อยถึงใจเธอดีไหม”
'บ้าจริง! อิตาเฟิร์สบ้านี่รู้เรื่องของฉันได้ยังไง'
“ฉันไปทำอะไรให้นาย ทำไมถึงได้กวนประสาทฉันอยู่เรื่อย นายต้องการอะไรกันแน่ หยุดวุ่นวายกับฉันสักทีได้ไหม!”
ฉันต่อว่า... ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า อิตานี่จะคุกคามฉันไม่ยอมเลิก ด้วยคำพูดที่ร้ายกาจแบบนี้
ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่ฉัน ก่อนที่เขาจะขยับเข้ามาใกล้แล้วผลักร่างของฉันไปชนกับประตูรถอีกคันที่จอดสนิทอยู่ใกล้ ๆ
"อ๊ะ!"
“ถ้าไม่ให้ฉันยุ่งกับเธอ แล้วจะให้ฉันยุ่งกับใคร... หืม~”
ไอ้บ้าเฟิร์สโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ข้างหู จนฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขายังยียวนกวนประสาทฉันไม่เลิก ใช้สายตาคุกคามฉันราวกับคนโรคจิต! ดูท่าทางว่าอิตานี่คงจะเป็นคนบ้าไม่ก็โรคจิตจริง ๆ
"ถอยไปนะ!" ฉันบอกก่อนจะผลักไสไปที่แผงอกกำยำของเขาจนกระเด็นออกไป ก่อนจะได้ยินเสียงของใครบางคนร้องเรียกฉันดังแว่วมาจากทางด้านหลัง
พลั่ก!
"โอ๊ะ!"
“เฮ้... พี่ดรีม!”
ทั้งฉันและนายเฟิร์สนั่นหันไปมองยังต้นเสียง ก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลังออกไป
“ยัยเดียร์!”
ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ เมื่อหันกลับไปเห็นเด็กสาวร่างบางระหงในชุดนักศึกษารัดรูปของสถาบันเดียวกันกำลังรอข้ามถนนอยู่ตรงทางม้าลายในฝั่งตรงกันข้าม
“นั่นน้องสาวเธอเหรอ” อิตาเฟิร์สนี่ถามฉัน พร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก หลังจากที่มองไปยังถนนอีกฟาก ก่อนจะเบนสายตากลับมามองที่ฉัน
"ถามทำไม!" ฉันถามกลับ
"น่ารักดีนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นพลางจ้องหน้าฉัน แววตาของเขาดูมีเลศนัยบางอย่างแอบแฝง ซึ่งฉันเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร
"เกี่ยวอะไรกับนายด้วย!" ฉันถามกลับไป
(เฟิร์ส) :
'หึ! เฟิร์สเอ้ยกูว่ามึงมาถูกทางแล้วว่ะ เห็นอวดเก่งอยู่ตั้งนาน จุดอ่อนดันอยู่ที่น้องสาวเองเหรอวะเนี่ย'
ผมพูดกับตัวเอง หลังจากที่ยัยแม่สื่อตัวดีถามผมกลับมาอย่างหวาดระแวง ในขณะที่ผมยังคงจ้องหน้าเธอไม่ไปไหน พร้อมกับก้าวเข้าไปหาแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้
"ฉันรู้ละ! ว่าควรจะยุ่งกับใครแทนเธอดี" ผมบอกออกไป ดูท่าว่าหล่อนจะตกใจอยู่ไม่น้อย
“นายคิดจะทำอะไร" ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่เธอจะผลักเข้าที่แผ่นอกผมอีกครั้ง
พลั่ก!
"นาย!" ท่าทางเธอจะโกรธ ดูแววตาของเธอสิ... ผมล่ะอดสงสารไม่ได้ โดนผมพูดจาถากถางแถมต่อว่าสารพัดกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ดันมาตกม้าตาย เพราะน้องสาวตัวเอง เข้าแผนผมล่ะสิที่นี้!
"อย่ามายุ่งกับน้องสาวของฉันนะ” เธอบอกกับผม
“หึ! สั่งฉันไม่ได้... ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” ผมบอกกับเธอ
“เฟิร์ส...อย่านะ! ขอร้องล่ะ” เธออ้อนวอน สายตาออดอ้อนแบบนี้สิ ที่ผมเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก อย่างกับลูกแมวตัวน้อย ผมควรจะเห็นใจเธอดีไหม
“หึ!” แต่ผมกลับแสยะยิ้มร้ายกาจขึ้นมาอย่างไม่แยแส
“นี่... อย่านะ! ได้ยินไหม... เฟิร์ส! อย่ายุ่งกับน้องฉัน”
ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่เดินกลับไปที่รถแล้วสตาร์ตเครื่อง ก่อนจะขับรถออกไปอย่างเฉยชา ป่านนี้หล่อนคงจะแทบบ้า ไม่ก็ดิ้นพล่านไปแล้วที่ร้องขอผมแต่ดันไม่เป็นผลสำเร็จ
'รอดูแผนการของผมต่อจากนี้เถอะ'
(เดียร์) :
“พี่ดรีม! โหย...มาไม่ทันเลยอ่ะ แฟนมาส่งเหรอ...หน้าตาดีนี่”
ฉันชื่อเดียร์ นั่นพี่ดรีม... ลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง
“มะ...ไม่ใช่นะ เขาแค่มาถามทาง” ดรีมตอบออกมา ท่าทางอิโนเซ้นต์ไม่เปลี่ยนเลย น่าหมั่นไส้ชะมัด!
“จริงเหรอ? คิดว่าแฟนซะอีกนะ ไม่งั้นฉันคงอิจฉาพี่แย่เลย” ฉันตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม เรื่องอะไรจะแสดงสีหน้าบึ้งตึงให้ยัยนี่รู้ความจริงล่ะว่าฉันแค่แสร้งหลอกถาม
"อิจฉาทำไม?" ดรีมขมวดคิ้ว ท่าทางแสนใสซื่อของเธอมันทำให้ฉันขัดใจเสียจริง นี่ถ้าไม่ใช่พี่นะ ฉันตบคว่ำไปแล้ว
“ก็นั่นน่ะ อดีตเดือนสถาปัตย์เลยนะ มีใครไม่รู้จักบ้าง อย่าบอกนะว่าพี่ไม่รู้”
“จะไปรู้ได้ไง...ช่างเถอะ! พี่ว่าเรารีบกลับบ้านกันดีกว่าอย่าไปสนใจเลย” ท่าทางดูมีพิรุธ ตอบมาได้ว่าไม่รู้ ถึงเนื้อถึงตัวกันซะขนาดนั้นคิดว่าฉันไม่เห็นรึไง อย่าให้รู้เชียวนะว่ามีอะไรในกอไผ่ ไม่งั้นละน่าดู!
วันต่อมา
(ดรีม) :
“ยัยดรีม...มานี่เดี๋ยวนี้เลย” มาถึงยัยมิ้วก็เข้ามาลากแขนของฉันให้ไปด้วยกันจนเกิดเป็นรอยแดง.เพียงแค่เพื่อมาคุยกันสองคนในที่ประจำที่ข้างตึกคณะเหมือนกับทุกครั้ง
“โอ๊ยมิ้ว! เบาหน่อยสิ...ฉันเจ็บนะ!” ฉันบอกออกไป แต่ยัยมิ้วกลับเบะปากไม่สนใจ
“เจ็บสิดี... เมื่อวานแกไปไหนมา แกไปทำอะไรกับผู้ชายของฉันมาใช่ไหม” ยัยมิ้วออกอาการกระฟัดกระเฟียดใส่ฉัน ท่าทางยัยนี่คงจะรู้อะไรมาบ้างแล้ว
“แกพูดเรื่องอะไร” ฉันแสร้งถามกลับไป
“ฉันรู้หมดแล้ว แกนี่มันแย่จริง ๆ ฉันให้แกไปติดต่อถามชื่อของเด็กนั่นมาแค่นั้น ไม่ได้ให้แกไปอ่อยหรือแย่งคนของฉันเลยนะ นี่แกทำได้ยังไง ยังเป็นเพื่อนกันอยู่รึเปล่า” มิ้วต่อว่าฉันสารพัดโดยไม่รอให้ฉันได้ตั้งหลัก
“มิ้ว...ใจเย็นก่อนสิ นี่แกกำลังเข้าใจฉันผิดนะ นี่ไง! ฉันได้เบอร์โทรมาแล้ว และนี่ก็ชื่อรุ่นน้องของแกไง ฉันไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะ” ฉันอธิบายพร้อมกับยื่นกระดาษที่ฉันจดเตรียมมาไว้ให้แล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้
“แกแน่ใจเหรอ!”
มิ้วถามอย่างลังเลใจหลังจากที่มองดูเบอร์โทรศัพท์มือถือกับชื่อคอนโด หมายเลขชั้นและเลขที่ห้องซึ่งฉันจดใส่กระดาษแผ่นนั้นในมือของเธอ
“แน่สิ...ฉันไม่ทำอะไรแบบที่ใครพูดมาหรอกนะ แกก็รู้...ว่าฉันเป็นคนยังไง” ฉันบอกออกไปด้วยความสัตย์จริง
“ถ้าเป็นแบบนั้น งั้นฉันก็ต้องขอบใจแกแล้วกัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ ว่าอย่ายุ่งกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด ไม่งั้น... อย่ามาหาว่าฉันร้ายกาจแล้วกัน”
มิ้วข่มขู่พร้อมกับจ้องหน้าฉันด้วยสายตาหวาดระแวง ไม่รู้ว่ายัยนี่ไปได้ยินใครพูดอะไรมาบ้าง แต่ว่า... ถึงฉันจะพูดหรือเล่าอะไรไป มันก็ดูจะเป็นการแก้ตัวเปล่า ๆ ฉันเชื่อว่าเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง
"งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
มิ้วเก็บกระดาษแผ่นนั้นแล้วเดินกลับเข้าไปในตึก เหลือแค่ฉันที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพลางถอนหายใจทิ้ง
“เอ๊ะ... นั่นมัน! ยัยเดียร์หนิ”
ฉันมองเห็นน้องสาวของตัวเองเดินกระหนุงกระหนิงอยู่กับอิตาเฟิร์สนั่นผ่านหน้าตึกคณะของฉันไป
บ้าไปแล้วหรือไง ทำไมถึงได้ไวไฟกันขนาดนี้ นี่สองคนนั้นไปถึงไหนแล้วเนี่ย ไม่ได้การล่ะ
นายคิดจะทำอะไรกันแน่ อิตานั่นไม่ได้ชอบ หรือ คิดจะคบกับเดียร์จริง ๆ แน่... ฉันควรจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี!
เวลาต่อมา
หน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
(ดรีม) :
“นี่นาย!”
ฉันมาดักรอพบกับอิตาเฟิร์สนั่น จนกระทั่งบ่ายถึงได้เห็นกลุ่มเพื่อนสนิทของเขาเดินกลับมาจากพักทานอาหารมื้อกลางวันกำลังจะเดินเข้าไปด้านในตึกคณะ
ดูท่าว่าคนพวกนั้นจะรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นฉันมาถึงที่นี่ โดยเฉพาะกิ๊กเก่าของยัยมิ้ว 'อ้อ' ทำไมถึงได้มองฉันด้วยสายตาที่ดูแคลนขนาดนี้ คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้แน่ ถึงทำให้สายตาที่เขามองฉันดูเปลี่ยนไป
แต่ก็ช่างเถอะ! ฉันไม่เห็นต้องแคร์คนพวกนี้เลย สนใจแต่เรื่องที่จะพูดกับอิตาเฟิร์สนั่นจะดีกว่า
“ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ” อิตาเฟิร์สนั่นปรายหางตามองมาที่ฉัน ก่อนจะหยุดเดินเพื่อพูดบางอย่างกับฉัน โดยมีกลุ่มเพื่อนสนิทของเขายืนอยู่ด้วย
“พอดีฉันมีเรียน... ไม่ว่าง! เสียใจด้วยนะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ! เดี๋ยว!” ฉันร้องทัก ทว่ามันกลับเปล่าประโยชน์ เพราะเขาไม่ได้สนใจฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
พวกเขาเดินดิ่งไปด้านในตึกปล่อยให้ฉันเสียหน้า เพราะถูกคนจับจ้องมองมาเสมือนว่าฉันตามตื๊อผู้ชายหน้าด้าน ๆ อยู่ที่หน้าตึกคณะแต่กลับไม่มีคนสนใจ น่าอับอายสิ้นดี! ฉันได้แต่ตัดพ้อ