เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที พันเจียที่เห็นไวโอลินนั่งรอด้วยสีหน้า และ แววตาที่ดูกระวนกระวายใจ เกิดความสงสัยว่าเธอมีเรื่องอะไร ถึงได้แสดงสีหน้าซีเรียส และ ดูจริงจังขนาดนั้น เพราะเขาเองก็ไม่เคยจะเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มพเยิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถามออกไป “มีเรื่องสำคัญอะไร ไหนเธอลองว่ามาซิ” พันเจียตั้งหน้าตั้งตารอฟัง พลางเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม “เอ่อคือ...เรื่องที่” ตื๊ด ตื๊ด ๆ ๆ แต่ไม่ทันที่ไวโอลินจะได้พูดออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน “เดี๋ยวแป๊บนะ” พันเจียลุกจากโต๊ะเพื่อออกไปรับสายด้านนอกห้องอาหาร แต่ไม่ทันที่เขาจะได้กดรับ สายที่โทรเข้ามานั้นก็ดันหลุดไปซะก่อน เพราะเห็นว่าไม่คุ้นและไม่รู้ว่าเป็นเบอร์โทรของใคร เขาจึงไม่ได้โทรกลับไป เลือกที่จะเดินกลับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องสำคัญที่ไวโอลินกำลังจะพูดกับเขา “เมื่อกี้นี้เธอ

