วันรุ่งขึ้น ไวโอลินพยายามพาตัวเองออกจากเตียงนอนนุ่ม ๆ เพราะต้องไปตามนัดที่เธอถูกบังคับไว้จากพันเจีย ผู้ชายที่เธอแทบจะไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย ถ้าให้พูดตามตรงก็คือเพราะไม่มีอะไรจะให้เสียแล้วต่างหาก “ฮัดชิ้วววว!” ไวโอลินปิดปากแล้วรีบล้วงกระดาษทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าสะพายเพื่อเช็ดน้ำมูกที่อัดอั้นอยู่ในโพรงจมูกโด่งสวยได้รูป ขณะที่เดินตามหลังฟานไปแบบห่าง ๆ “นี่ยัยหัวเห็ด! ฉันเห็นเธอจามมาตลอดทางเลย ไม่สบายหรือเปล่า!” ฟานหันมาถามก่อนที่เขาจะเดินไปกดลิฟต์หลังจากมาส่งเธอที่ล็อบบี้ในคอนโดมิเนียมหรูย่านชานเมืองของผู้ชายจอมเผด็จการที่มีนามว่า พันเจีย “เปล่า! ฉันแค่เป็นหวัดนิดหน่อย แต่ถ้านายกลัวติดนายก็ไปห่าง ๆ ตัวฉันก็ได้นะ” ไวโอลินตอบออกไปส่ง ๆ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากจะเข้าใกล้ผู้ชายพวกนี้อยู่แล้ว “ไม่ล่ะ! แค่เธอไม่ได้เป็นโรคติดต่อร้ายแรง แค่นั้น...ฉันก็สบายใจแล้ว” ฟานตอบแบ

