สุสานเพื่อนรัก...เพื่อนเลิฟ [2]

1918 Words
“ก็ไม่มีอะไร มันก็สวยดี พอดูได้” คำพูดกลบเกลื่อนของไมค์ไม่ได้ดีขึ้นเลย ทั้งพ่อและแม่ต่างพากันหัวเราะร่วน เพราะท่านทั้งสองก็คิดไม่ต่างจากไมค์ โดยเมื่อก่อนไวโอลินมักจะไว้ผมยาวถักเปียทั้งสองข้าง หรือไม่ก็มัดผมแกละ แต่ตอนนี้กลับตัดมันสั้นลงเลยติ่งหูลงมานิดหน่อย แถมผมหยักศกเจ้ากรรมก็ดูจะไม่รับกับรูปหน้าของเธอซะเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่ไวโอลินก็ดูเป็นคนสวย และน่ารักในระดับหนึ่ง วันนั้น ไมค์เริ่มพาเธอตะลอนทัวร์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ จนมาถึงสถานที่ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดี แน่นอนว่ามันคือ เมอร์ไลออน สัตว์ในวรรณคดีครึ่งสิงโตครึ่งปลา แม้ว่าไมค์จะเป็นเพื่อนของเลิฟ แต่เขาก็รู้จักและสนิทสนมกับไวโอลิน และมักจะเป็นไกด์พาเธอเที่ยวทุกครั้งที่เดินทางมาที่นี่แม้จะไม่บ่อยนัก ไมค์พาเธอถ่ายรูปมุมต่าง ๆ จนทั่ว ทำให้เธอนึกไปถึงฮอร์น จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเขามาด้วยคงจะดีอยู่ไม่น้อย เพราะฮอร์นกับไมค์ก็รู้จักกันดี ซึ่งทั้งสองคน เป็นเพื่อนของพี่ชายเธอทั้งคู่ อีกทั้งเธอเองก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับฮอร์นเสียเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยมีโมเมนต์ในการถ่ายรูปคู่สวย ๆ เหมือนอย่างคู่รักคู่อื่น ๆ แน่นอนว่าไวโอลินเก็บภาพความทรงจำตลอดหนึ่งเดือนเต็มของที่นี่ ไว้ในโทรศัพท์มือถือของเธอ โดยไม่อัพโหลดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย เหมือนกับคนอื่น ๆ เพราะเธอคิดเสมอว่า ความทรงจำดี ๆ เป็นเรื่องของบุคคล และไม่จำเป็นว่าจะต้องเปิดให้เป็นเรื่องสาธารณะ แต่เธอก็ไม่ได้อคติ หรือ คิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพียงแต่เธออยากที่จะเก็บความเป็นส่วนตัวนี้ไว้ เพื่อช่วยเตือนความจำให้กับตัวเอง ว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยได้พบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ไมค์ และไวโอลินเดินมาจนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไมค์บอกว่าที่นี่เป็นที่นัดพบสำหรับชีวิตยามค่ำคืนของเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลาย เพราะมีทั้งบาร์ ไนต์คลับ อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับนั่งชมอ่าวมารีน่าอีกด้วย ทั้งสองคนเดินตามทางมาเรื่อย ๆ กระทั่งถึง Esplanade Park (เอสพานาร์ดปาร์ค) ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งเป็นลานกว้างสำหรับเดินเล่น มีวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่ง กำลังเล่นคริกเก็ตกันอยู่อย่างสนุกสนาน “ที่นี่เขาเรียกว่า ควีนอาลิซาเบธ วอร์ค” ไมค์บอกกับไวโอลิน ก่อนที่จะเดินเข้าไปร่วมแจมกับวัยรุ่นกลุ่มนั้น ไวโอลินมองดูด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะได้ยินเสียงปรบมือดังขึ้นมายกใหญ่ วัยรุ่นกลุ่มนั้นชื่นชอบการเล่นของไมค์อย่างไม่น่าเชื่อ “เฮ้! นายเล่นเป็นด้วยเหรอ” ไวโอลินตะโกนถามออกไป ก่อนที่ไมค์จะถอนตัวออกมาจากหนุ่ม ๆ กลุ่มนั้น “ที่เล่นเมื่อกี้เธอไม่เห็นหรือไง ยัยหัวเห็ด!” เขาตอบกลับแบบกวน ๆ “หา...หัวเห็ด!” ไมค์พูดเป็นภาษาอังกฤษแบบคนสิงคโปร์ แต่ดันมีคำไทยหลุดออกมาด้วยว่า หัวเห็ด! 'มันคืออะไรกันนะ' ไวโอลินไม่ได้สนใจคำพูดมากไปกว่าลีลาการเล่นของเขา 'จะว่าไปนายก็ดูเท่เหมือนเลยนะ' เพราะตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน เธอสังเกตว่ามีสาว ๆ ต่างพากันมองไมค์จนแทบจะเหลียวหลัง “นายเนี่ยมีเสน่ห์เหมือนกันแฮะ” ไวโอลินพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วยิ้มแก้มแดง “บ่นอะไรของเธอ!” ไมค์กะจะโวย ขณะที่เดินเลี่ยงออกมาจากสถานที่แห่งนั้น “ปล๊าววว!” ไวโอลินตอบกลับเสียงสูง และคิดว่า 'ทำไมผู้ชายพวกนี้ถึงชอบวางมาด ทำท่าทางขี้เก๊ก แถมยังชอบขี้บ่นอีกด้วย ถ้าไม่ติดว่ารูปร่าง หน้าตาดี ก็คงไม่รู้ว่าจะหาเสน่ห์จากไหนมามัดใจสาว ๆ ได้บ้าง' ไวโอลินได้แต่คิด 'เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้น ที่ไวโอลินจะได้มีโอกาสเที่ยวเล่นกับไมค์ก่อนที่เธอจะกลับเมืองไทย' วันรุ่งขึ้น ไวโอลินเดินทางไปยังหาดปาลาวันอีกครั้ง เพื่อไปชมโชว์ของเจ้าโลมาแสนรู้สีชมพูที่สุดแสนจะน่ารัก (Dolphin Lagoon) ซึ่งเธออยากจะดูมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที “ตื่นเต้นจัง!” ไวโอลินพูดขึ้นมาเบา ๆ ทันทีที่มาถึง โชว์ของที่นี่เปิดทำการแสดงทุกวันเวลา 11:00 น. จนกระทั่งถึง 17:45 น. การเดินทางก็มาได้ไม่ยากด้วย Sentosa Express ลงที่ Beach Station แล้วต่อ Sentosa Bus สาย 1 ลงที่ Siloso Point “อยากให้ฮอร์นมาด้วยจัง” เธอคิด ก่อนที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาจะลอยเข้ามาในหัว ขณะที่ชมโชว์เจ้าโลมาแสนสวยที่ว่านั้น เธอก็เผลอนึกไปถึงฮอร์น ที่นอกจากเขาจะขับรถได้ดีแล้ว ฮอร์นยังมีความสามารถในการว่ายน้ำได้เก่งกาจราวกับเจ้าโลมาแสนรู้พวกนี้อีกด้วย 'แต่ฮอร์นเนี่ย ไม่ค่อยจะเชื่องกับเธอเอาซะเลย' “เฮ้...ยัยหัวเห็ด!” เสียงไมค์เรียกทำให้เธอตื่นจากภวังค์ หลังจากที่การแสดงโชว์สิ้นสุดลง “มีอะไร” ไวโอลินหันมาถาม สองคิ้วงามขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “การแสดงจบแล้ว เธออยากจะไปไหนต่อหรือเปล่า” ไมค์กลับมาพูดไทย แม้ว่าสำเนียงของเขาจะพอฟังได้เท่านั้น “ไม่ ๆ ๆ เรากลับกันเลยก็ได้ แต่ว่า…ฉันขอแวะไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวนะ” ไวโอลินบอกกับไมค์ “ก็ได้ แต่ว่าอย่าช้านะ เพราะว่าฉันอาจจะไม่รอ” ไมค์บอกแกมขู่ “โอเค ฉันจะรีบให้ไวที่ซู๊ดดดดเลย” ไวโอลินลากเสียงยาว ก่อนจะวิ่งไปตามทางป้ายที่ติดไว้ ไวโอลิน พรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำ จนลืมสังเกตตรงป้ายทางเข้าไปซะสนิท กระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัว แต่ในระหว่างนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอร้องเตือนขึ้นมา ทำให้มือบางต้องรีบกดรับ เพราะว่าสายสำคัญสายนั้นเป็นสายของฮอร์น แต่ไม่ทันที่จะได้รับสาย อยู่ ๆ สัญญาณมือถือเครื่องของเธอ มันก็ดันมาหายไป แม้กระทั่งสัญญาณไวไฟของอินเตอร์เน็ตก็ดูจะหายไปด้วย ไวโอลินพยายามยกมือถือขึ้นสูง ๆ เพื่อหาสัญญาณโทรศัพท์ แต่ก็ไม่พบ ก่อนจะตัดสินใจออกจากห้องน้ำเพื่อค้นหาสัญญาณด้านนอกแทน แต่ในตอนนั้นเอง ประตูเจ้ากรรมก็ดันเปิดไม่ออก แถมมือถือเครื่องเก่าของเธอ ที่ตอนนี้เจ้าของแบรนด์ก็ปิดตัวไปแล้วด้วย ก็ดันมาใช้การไม่ได้อีก ให้ตายเถอะ! เธอกำลังจะขาดอากาศหายใจ เพราะอากาศในนี้มันช่างไม่ถ่ายเทเอาซะเลย ไวโอลินพยายามออกแรงดึงประตูอยู่หลายที แต่มันก็ยังขยับไม่ออก กึก! กึก! กึก! ไวโอลินพยายามออกแรงอีกครั้งจนสุดแรงที่มีอยู่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ออกอยู่ดี “ทำไงดีเนี่ย! โทรศัพท์เฮงซวยก็ดันไม่มีสัญญาณอีก บ้าเอ๊ย!” ไวโอลินสบถขึ้นมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่เธอจะโมโหแล้วเขวี้ยงเจ้าแท่งสี่เหลี่ยม ๆ ที่เรียกกันว่าสมาร์ทโฟนออกนอกห้องน้ำไป ราวกับมันไร้สิ้นซึ่งผลประโยชน์แล้ว ฟิ้ววว... มือถือเจ้ากรรมลอยละลิ่วปลิวไปตามแรงเหวี่ยง ก่อนที่มันจะลอยข้ามผ่านประตูไปกระทบเข้ากับศีรษะของใครบางคนที่ยืนอยู่ที่หน้ากระจกห้องน้ำด้านนอกเสียงดังโป้ก! “โอ้ย!...อะไรวะเนี่ย!” เสียงทุ้มดุดันแผดเสียงร้องออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ปนความโมโห ไวโอลินได้ยินเสียงก็รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และอดคิดไม่ได้ว่าทำไมห้องน้ำที่เธอเข้าถึงได้มีเสียงร้องของผู้ชาย “ใครกล้าดียังไงมาเขวี้ยงอะไรใส่หัวฉันวะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย อยากเจ็บตัวเหรอวะ!” ไม่ใช่ภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาอังกฤษสไตล์สิงคโปร์ที่คนที่นี่มักชอบใช้กัน เสียงของชายคนดังกล่าวยังคงตะโกนข่มขู่อยู่ด้านนอก และดูเหมือนว่าจะเดินตรงมาที่หน้าประตูห้องของเธอแล้วเสียด้วย “เปิดประตูออกมาเดี๋ยวนี้ อยากตายนักใช่ไหม ฉันสั่งให้ออกมาไง!” ไวโอลินยังคงนิ่งเงียบ ยืนตัวสั่นเทาอยู่ภายในห้องน้ำห้องนั้น แน่นอนว่าประโยคเหล่านั้นถูกพ่นออกมาเป็นภาษาอังกฤษในแบบสิงคโปร์ ที่แม้ว่าเธอจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้ได้ว่าผู้ชายที่อยู่หน้าประตูจะต้องโกรธ และโมโหเธอเอามาก ๆ “ไอ้โรคจิต! เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ ออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าต้องให้ถึงกับพังประตูเข้าไปนะ” เสียงของเขายังคงดังลั่น พร้อมกับประตูที่ขยับไปมาราวกับจะพังลงไปต่อหน้าต่อตา ไวโอลินตกใจกลัว เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ชายอยู่ในห้องน้ำแห่งนี้ร่วมกับเธอด้วย “ไม่ออกใช่ไหม ดี…งั้นแกตายแน่!” เสียงข่มขู่ ที่อยู่ด้านนอกราวกับการคาดโทษในขณะที่ไวโอลินยังคงยืนขาตาย และฝืนไม่ให้เขาพังเข้ามาได้โดยง่าย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้จะอยากออกไปแค่ไหน แต่เวลาแบบนี้ เธอขอทนอยู่ในนี้ต่อไปยังจะดีเสียกว่า “แย่แน่เรา! พระเจ้า...ทำไงดีล่ะทีนี้ ใครก็ได้ช่วยที...ไมค์ช่วยฉันด้วย!” ไวโอลินได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ เพื่อให้ไมค์ตามเข้ามาช่วยเธอออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด โครมมม!!! เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้น พร้อมกับร่างบอบบางที่ถูกกระชากคอเสื้อจนตัวลอย ทันทีเมื่อประตูถูกพังเข้ามาจนได้ พร้อมกับการปรากฎตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูง ที่กำลังจะซัดเปรี้ยงเข้ามาที่ใบหน้าของไวโอลินแบบจัง ๆ “ละ ล่ะ…เลือดดดด!!!” ไวโอลินพูดออกมาเบา ๆ ทันทีเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปที่ศีรษะของผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จากนั้นภาพที่เธอเห็นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนจะดับวูบไป 'อาการที่ไม่ได้เป็นมานานของไวโอลินกลับมาเป็นอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่น่าจะหายไปนานแล้ว' ไวโอลินยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามของตัวเอง ร่างของเธอก็สลบล้มลงไปในอ้อมแขนของชายหนุ่มรูปงามที่ยื่นมือเข้ามารองรับร่างของเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที “เฮ้! นี่เธอ ตายหรือเปล่าเนี่ย ตื่นมาเดี๋ยวนี้นะ ยัยบ้า! ตื่นขึ้นมาสิ! (เขามองดูทรงผมของเธอ ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเบา ๆ) นี่มันทรงผมอะไรของเธอเนี่ย ยัยหัวเห็ด!” เขาพูด หลังจากที่ไวโอลินสลบไปแล้ว ไม่เพียงแต่จะยังไม่ได้จัดการกับคนที่เขวี้ยงมือถือมาถูกศีรษะของตัวเอง แต่เขากลับต้องมาทนแบกรับร่างของเธอเอาไว้ แล้ววางนอนลงบนตัก มองดูเธอแบบตาไม่กะพริบ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD