“ของฝากจากสิงคโปร์ มันอาจจะไม่ได้มีราคาแพงอะไร แต่ว่าฉันก็ตั้งใจซื้อมาให้นายนะ” ฮอร์นพยักหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
“แค่เธอนึกถึงฉัน แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะ”
คำพูดของฮอร์นทำให้ไวโอลินเผลอหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เพื่อหลบสายตาของเขา
“จริงสิ...ฉันว่าจะเล่าเรื่องที่ไปสิงคโปร์ให้นายฟังด้วยแหละ” ไวโอลินพูดขึ้น แต่ฮอร์นกลับยกมือขึ้นปราม
“หยุดเลย! อย่าพึ่งเปลี่ยนเรื่องนะ ส่งใบเกรดมาให้ฉันดูก่อนซะดี ๆ ว่าเทอมนี้เธอได้เกรดเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเที่ยว…ค่อยเล่าให้ฉันฟังทีหลังก็ได้” ไวโอลินถูกเบรกเอี๊ยด เพราะกะจะตีเนียน ให้เขาลืม ๆ เรื่องเกรดไปซะ แต่ฮอร์นกลับความจำดีเลิศ คงเพราะว่าเขาชอบรับประทานพวกใบแปะก๊วย หรือไม่ก็อาหารที่มีส่วนผสมของใบกิงโกะ เขาถึงได้ความจำดีเยี่ยมซะขนาดนี้
“นี่นายยังไม่ลืมเหรอ” ไวโอลินถามเสียงแผ่ว สายตาคมจ้องมองเธออย่างไม่กะพริบตา ไวโอลินจึงต้องรีบส่งใบแสดงผลการเรียนในเทอมสุดท้ายให้กับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อ่ะ! อย่าว่าฉันนะ” ไวโอลินเสียงอ่อน ยอมยื่นใบเกรดให้เขาอย่างว่าง่าย แล้วก้มหน้าลงเศร้า ๆ ที่ตัวเองสอบได้ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่อวดอ้างไว้กับฮอร์น
“โอ้วโหว…3.87 อยากได้อะไรอ่ะ ขอฉันมาสิ” ฮอร์นยิ้มกว้างขณะที่สบตากับเธอ ไวโอลินก้มหน้าลง เพราะรู้ตัวดีว่าเธอไม่ควรที่จะขออะไรเขาตอนนี้ เพราะเธอสอบได้คะแนนเกรดไม่ถึง 4.00 แถมเธอยังรู้สึกผิดที่ทำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่เขาซื้อให้หายไป จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาลงอย่างเศร้าสลด
“ขอโทษนะ ที่ทำได้ไม่ดีอย่างที่พูดไว้ ขนาดว่านายเป็นคนติวให้แท้ ๆ ฉันยังพลาด! ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไหนจะคณิตศาสตร์อีก เพราะฉะนั้น ฉันก็เลยคิดว่าจะไม่ขออะไรจากนาย” ไวโอลินตอบกลับเสียงอ่อน ๆ
“ถึงเธอจะไม่ขอ แต่ว่าฉันก็ตั้งใจจะให้เธออยู่แล้วล่ะ อ่ะนี่! โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของเธอ รับไปซะ” ฮอร์นหยิบถุงอุปกรณ์มือถือแล้ววางลงที่โต๊ะ
“ฮอร์น… (ไวโอลินรู้สึกประหลาดใจ) ทำไมนายถึงจะต้องซื้อของราคาแพง ๆ แบบนี้มาให้ฉันด้วยล่ะ” ไวโอลินรู้สึกซาบซึ้งแต่ก็อดที่จะเกรงใจเขาไม่ได้ เพราะนี่ถือเป็นโทรศัพท์เครื่องที่สองแล้วที่เขาซื้อให้ แม้ว่าเครื่องก่อนหน้านี้ที่เธอเลือกเอง จะราคาแค่ไม่กี่พันบาท แต่เธอก็ยังรู้สึกเกรงใจเขาอยู่ดี โดยเฉพาะเครื่องนี้ดูท่าว่าราคาจะสูงมากพอสมควร
“ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก นายเอากลับไปเถอะนะ”
“จะไม่ดูหน่อยเหรอ สีมันสวย…หวานเหมาะกับเธอมากเลยนะ” ฮอร์นบอกพลางหยิบมือถือเครื่องใหม่เคสสีชมพูหวานแหววออกมาให้กับเธอ
“ขอบคุณนะ แต่ฉันรับมันไว้ไม่ได้จริง ๆ” ไวโอลินยืนกราน
“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่ายัยบ๊อง! รับ ๆ ไปเถอะนะ ไหน ๆ เครื่องเก่าของเธอก็หายไปแล้วด้วยไม่ใช่หรือไง ถือซะว่าแลกกับของฝากที่หิ้วมาไกลหลายไมล์จากสิงคโปร์ก็แล้วกัน” ฮอร์นบอกกับไวโอลิน คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เห็นด้วยนัก
“แต่ว่า...ท่าทางมันจะแพงมากเลยนะ ฉันรับมันไว้ไม่ได้จริง ๆ ส่วนค่าขนมที่ฉันซื้อให้นาย มันก็เทียบไม่ได้เลยกับราคาโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้” ไวโอลินบอกกับฮอร์น
“รับมันไว้ซะ! เธอก็รู้ว่าสมัยนี้ใคร ๆ ก็ต้องใช้สมาร์ตโฟนกันทั้งนั้น ถ้าเธอไม่รับไว้แล้วเราจะเอาอะไรติดต่อกัน” ฮอร์นจับที่ข้อมือเล็กแล้วจัดการยัดมันใส่มือของเธอ ไวโอลินรับมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“คิดซะว่ามันเป็นของที่ฉันให้เธอยืมใช้ก็แล้วกัน ถ้ามันจะทำให้เธอสบายใจขึ้น แต่ว่ามีข้อแม้ด้วยนะ” ฮอร์นพูดพลางจ้องหน้า
“ข้อแม้อะไร” ไวโอลินขมวดคิ้วแล้วถามออกมาด้วยความอยากรู้
“ฉันไม่อนุญาตให้เธอบอกเบอร์มือถือเครื่องนี้กับใคร แอดไลน์ก็ไม่ได้ เฟซบุ๊กก็ห้าม ไอจี รวมถึงวอตส์แอปป์” ฮอร์นยังไล่เรียงไม่ทันจะครบทุกแอปพลิเคชันที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ ไวโอลินก็พูดแทรกออกไปซะก่อน
“พอแล้ว ๆ ๆ ฉันรู้แล้วว่านายไม่ต้องการให้ฉันติดต่อกับผู้ชายคนอื่น นอกจากแค่นายคนเดียว ฉันเข้าใจถูกใช่ไหม” ไวโอลินจ้องหน้าขณะที่ถามคำถามนั้น ใบหน้าเรียวพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ ก่อนตอบ
“อือหือ...ฉันไม่ชอบให้เธอคบชู้!”
“นี่นายจะบ้าเหรอ!” ไวโอลิน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วเอ็ดเขาเบา ๆ “ชู้เช้ออะไรกัน ฉันไม่ทำเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นอยู่แล้ว นายก็พูดเกินไป” ไวโอลินจ้องเขาตาเขม็ง
“ฉันเหรอพูดเกินไป” เขาแย้งแล้วมองหน้าเธอตรง ๆ
“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่อยากชวนนายทะเลาะนะ นี่เราก็พึ่งจะเจอกัน อย่าทำให้เสียบรรยากาศจะได้ไหม” ไวโอลินพูดก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ลงไปในกระเป๋าแล้วหอบดอกไม้ช่อใหญ่ขึ้นมาชื่นชม จนกระทั่งเวลาผ่านไป
“นายเอารถมาด้วยหรือเปล่า จะกลับยังไง” ไวโอลินถามขณะที่ทั้งคู่รับประทานไอศกรีมจวนจะแล้วเสร็จ
“เหาะไปมั้ง! ถามได้ ก็หารถกลับเอาสิยัยบ๊อง รถเมล์ก็ออกจะเยอะแยะ หรือถ้าจะให้สบายหน่อยก็กลับแท็กซี่” ฮอร์นตอบกวน ๆ ขณะที่ก้มหน้าก้มตารับประทานไอศกรีมรสโปรดอย่างเอร็ดอร่อย
“นี่! ฉันถามนายดี ๆ นะ ทำไมนายจะต้องพูดจากวนประสาทฉันด้วยล่ะ เชอะ!” ไวโอลินเชิดหน้าหนี ก่อนที่เขาจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ พลางกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู
“จะไปส่งฉันเหรอ หือ!” ไวโอลิน เลื่อนเก้าอี้ถอยหลังออกมาทันทีที่ถูกเขาจู่โจมเอาแบบดื้อ ๆ ปลายจมูกโด่งเป็นสันตรงแทบพุ่งเข้ามาชนกับแก้มใส ๆ ของเธอ แต่ดีที่เธอขยับถอยออกมาได้ทัน
“ใครว่าล่ะ ฉันเองก็ต้องกลับรถเมล์เหมือนกับนายนั่นแหละ” เธอบอกแล้ววางช้อนตักไอศกรีมลงบนถ้วยพลางหยิบกระดาษทิชชู่มาซับบนริมฝีปากอย่างแผ่วเบา เพื่อกลบเกลื่อนอาการขวยเขินที่เผลอแสดงออกมาเมื่อครู่นี้ เขามองตามแล้วอมยิ้มออกมาเล็ก ๆ
“โอเคยัยบ๊อง! สรุปว่าฉันจะพาเธอกลับแท็กซี่ พอใจไหม แต่ว่าตอนเนี้ยอากาศในนี้มันหนาวมากเลย ฉันว่าเรารีบกินแล้วก็รีบกลับกันเถอะ” ฮอร์นพูด พร้อมกับเอามือขึ้นมาถู ๆ กัน เพื่อคลายความหนาว
“อื้อ! รู้แล้วน่า ฉันเองก็รู้สึกหนาว ๆ อยู่เหมือนกัน” ไวโอลินตอบ พร้อมกับก้มหน้าก้มตารับประทานไอศกรีมต่อจนหมดเกลี้ยง
หลังจากนั้น ฮอร์นก็นั่งรถแท็กซี่พาเธอกลับมายังที่บ้าน ส่วนไวโอลินก็ต้องปั่นจักรยานย้อนกลับมาส่งเขาที่ป้ายรถเมล์เหมือนอย่างเคย เป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพราะฮอร์นชอบที่จะนั่งรถเมล์กลับบ้าน เขาบอกว่าได้นั่งสูดอากาศ แถมได้ชมบรรยากาศข้างทางอีกด้วย
จริง ๆ แล้วคนที่ปั่นจักรยานที่ว่านั่นไม่ใช่ไวโอลิน แต่เป็นฮอร์นเสียมากกว่า เพราะเขาไม่มีทางให้สาวรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างเธอ มาปั่นจักรยานให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขานั่งซ้อนท้ายแน่ ๆ ทั้งหนักแถมยังต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ แค่เธอนั่งซ้อนท้ายมาด้วย แล้วคอยโอบเอวหนา ๆ ของเขามาตลอดทาง เท่านี้ก็ทำให้รู้สึกดี แถมยังการแสดงออกในความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งคู่ที่มีต่อกันมากเพียงพอแล้ว
“วันหลังนายเอารถมาด้วยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องลำบาก” ไวโอลินบอกกับฮอร์นหลังจากที่เขาปั่นมาจนถึงหน้าปากซอยบ้านของเธอ
“ก็ไหนเธอว่าไม่ชอบให้ฉันขับรถไง” ฮอร์นถาม
“แล้วใครใช้ให้นายขับรถไวอย่างกับจรวดล่ะ” ไวโอลินตอบ
“เป็นห่วงฉันสินะ!” เขาแกล้งแหย่
“ก็แหงล่ะ!”
ไวโอลินงับคำพูดเอาไว้ไม่ทัน เผลอหลุดปากออกมาจนได้ เขายิ้มร่า เพราะจับไต๋เธอได้ ฮอร์นรู้ว่าไวโอลินเป็นห่วงเขา แต่ก็ไม่ค่อยจะยอมรับ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกดีที่อย่างน้อย ๆ เธอก็แสดงออกมาให้รู้ว่าเธอรู้ัสึกยังไงต่อเขา
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ” ฮอร์นย้อนถามแบบหยอก ๆ
“เปล่าสักหน่อย นี่ฝนก็ทำท่าว่าจะตกแล้ว นายรีบกลับบ้านไปเร็วเข้า เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”
“โอเค ไว้ฉันจะวิดีโอคอลหาเธอนะ…ที่รัก!” ไวโอลินเผลอหน้าแดง เพราะคำว่าที่รัก ที่ได้ยินจากปากของเขาเป็นครั้งแรก ก่อนที่ร่างสูงของฮอร์นจะวิ่งขึ้นรถเมล์ไป เธอโบกมือลาพร้อมกับยิ้มจนแก้มปริ เฝ้าดูเขาจนลับตาไป
คืนนั้น ไวโอลิน และ ฮอร์นวิดีโอคอลหากันจนเกือบจะสว่าง และเธอก็ยังเตือนเขาเรื่องขับรถอยู่เสมอเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะฮอร์นเป็นคนที่ขับรถเร็วมาก ซึ่งเธอเคยนั่งแค่ครั้งเดียว ในวันที่เขาไปส่งเธอที่สนามบินก่อนเดินทางไปสิงคโปร์
ไวโอลินไม่อยากให้ฮอร์นเป็นเหมือนอย่างพี่ชายของเธอ เพราะพี่ชายของเธอเป็นนักแข่งรถซูเปอร์คาร์ ขับรถไวมาก พอ ๆ กับฮอร์น หรือบางทีฮอร์นอาจจะขับไวกว่าพี่ชายของเธอด้วยซ้ำ แล้วพี่ชายของเธอก็ต้องจากไปอย่างไม่หวนกลับด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฮอร์นเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอ และเธอจึงไม่อยากที่จะสูญเสียเขาไปอีกคน
แต่ก็น่าแปลก ที่แม้ไวโอลินจะคบกับฮอร์นมาได้เป็นปี ๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่รู้ว่าเขาทำงานอะไร เพราะฮอร์นไม่เคยพูดถึงเรื่องงานของตัวเองเลยสักครั้ง แม้จะเอ่ยถามแต่เขาก็มักจะเปลี่ยนเรื่องคุยอยู่เสมอ ๆ
ไวโอลินรู้แค่ว่าเขามีรายได้มากพอ ที่จะสามารถจับจ่ายซื้อของได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะฉีก จนเธออดคิดไม่ได้ว่า เขาอาจจะมีอาชีพนักแข่งรถแบบเดียวกับพี่ชายของเธอ ด้วยระดับเม็ดเงินที่เขามีอยู่ ไวโอลินได้แต่ภาวนาว่า เขาจะไม่ใช่พวกเดียวกับพี่ชายของเธอ แค่นี้เธอก็สบายใจแล้ว