ท้าทาย! [สี่หนุ่มแทคทีม]​ [1]

1948 Words
วันรุ่งขึ้น ไวโอลินตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพราะนัดกับฮอร์นว่าจะนำขนมของฝากจากสิงคโปร์ที่เธอหอบหิ้วมาด้วย ไปให้ที่บ้านเด็กอ่อนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเลิฟพี่ชายของเธอ “สวัสดีครับคุณป้า” เสียงฮอร์นกล่าวทักทายคุณป้าของไวโอลินที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หน้าประตูรั้ว “มาก่อนเวลาอีกตามเคยนะ” คุณป้าเอ่ยทักเพื่อนสนิทของหลานชายแท้ ๆ เพราะเอ็นดูเขาไม่ต่างจากเลิฟหลานชายที่เสียไปแล้ว “ฮอร์นเขาเป็นคนตรงเวลาแบบนี้เสมอค่ะป้า” ไวโอลินในชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สีขาวยาวคลุมเข่าในลุคคุณหนูแสนซน วิ่งลงจากบันไดชั้นสองมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ก่อนจะโผลกอดคุณป้าของเธออย่างสนิทสนม ส่วนป้าเองก็ยิ้มให้ แล้วหันไปหอมที่หน้าผากเล็กของเธอด้วยฟอดหนึ่งความรักใคร่เอ็นดู “วันนี้แต่งตัวสวยนะจ๊ะหลานป้า” คุณป้าเอ่ยปากชม ไวโอลินยิ้มรับแบบไม่ยอมถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อยนิด “ลินว่า ลินสวยทุกวันนะคะ สวยเหมือนคุณป้าไง” เธอตอบก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ฮอร์น “ตามสบายนะจ๊ะเด็ก ๆ ยังไงป้าฝากขนม นมเนย แล้วก็ผลไม้ไปฝากเด็ก ๆ ด้วยนะจ๊ะ แล้วก็…อย่าพากันกลับดึกนักนะ เดี๋ยวยัยลินจะเคยตัว” คุณป้าบอก “ได้ครับคุณป้า” ฮอร์นรับปาก ก่อนที่ทั้งหมดจะช่วยกันยกของเข้าไปไว้ในรถของฮอร์น เพื่อนำไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ เย็นวันนั้น ฮอร์นขับรถกลับมาส่งไวโอลินที่บ้าน ดูเหมือนว่าเธอจะนั่งเกร็งอยู่ในรถ เพราะกลัวว่าเขาจะขับเร็วเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ฮอร์นกลับขับแค่ 80 กม./ชม. เท่านั้น เพราะเขารู้แล้วว่าเธอกลัวความเร็วเป็นที่สุด ใบหน้าเรียวหันมาเห็นร่างบอบบางที่ดูจะเหนื่อยอ่อน หลังจากที่ต้องรับมือกับเด็ก ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้ามาเกือบทั้งวันจนผล็อยหลับไป พอเห็นอย่างงั้นฮอร์นก็ไม่อยากที่จะปลุกเธอ แต่เพราะว่านี่เลยเวลาที่เขาควรจะต้องมาส่งเธอพอสมควรแล้ว ฮอร์นจึงตัดสินใจปลุกเธอให้ตื่น เพื่อกลับเข้าไปนอนต่อในบ้าน “นี่ยัยบ๊อง! ตื่นได้แล้วนะ” ฮอร์นจับที่ไหล่ของเธอเบา ๆ แล้วเรียกให้เธอตื่น ไวโอลินลืมตาขึ้นมามองเขาด้วยความสะลึมละสือ ก่อนจะลงจากรถ “ขอบคุณสำหรับวันดี ๆ อีกหนึ่งวันนะ” ไวโอลินพูดพร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ “ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อเธอนะ…ไวโอลิน” อยู่ ๆ ฮอร์นก็พูดจาแปลก ๆ ขึ้นมาเหมือนอย่างเคย ก่อนจะดึงร่างของเธอเข้าไปกอดไว้ ไวโอลินซบลงที่อกของเขา เป็นอกที่หนาพอ ๆ กับพี่ชายของเธอ ต่างก็ตรงที่ความรู้สึกเวลาที่ได้กอด อ้อมแขนของฮอร์น ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันใด แม้จะรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แถมตอนนี้หัวใจของเธอก็ยังเต้นแรง จนมันเริ่มผิดปกติกว่าทุกครั้ง มันเต้นเร็วและรัวขึ้นจนเกินกว่าพิกัด ในขณะที่เขาเองคงจะต้องรู้สึกมันได้อย่างแน่นอน เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาโอบกอดเธอเช่นกัน 'ไม่รู้ว่าฮอร์นจะรู้สึกใจเต้นโครมครามเหมือนกับเธอบ้างไหมนะ ฮอร์นจะรู้สึกอบอุ่นบ้างหรือเปล่า เมื่อได้สัมผัสอุ่นไอจากอ้อมแขนของเธอที่โอบกอดไปยังร่างกายของเขา' “รีบเข้าบ้านเถอะ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ” อยู่ ๆ เขาก็ผละร่างของเธอออกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง “ขับรถดี ๆ นะ” ไวโอลินเอ่ยเตือนเหมือนเช่นเคย “นี่เธอเป็นแม่ของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้กล้ามาสั่งฉัน อยากเจอดีหรือไง” อารมณ์ของฮอร์นแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จนเธอรับอารมณ์เข้าแทบไม่ทัน เพราะเมื่อกี้เขายังอยู่ในโหมดหวานซึ้งอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันมาต่อว่าเธอเอาเสียดื้อ ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะดุ แต่หน้าของเขาก็ยังยิ้มอยู่เลย “นี่ฉันจะต้องเข้าบ้านแล้วนะ นายยังจะดุฉันอยู่อีกเหรอ” ไวโอลินทำเสียงอ้อน ๆ ฮอร์นถึงกับถอนหายใจ เพราะทนความขี้อ้อนของเธอไม่ไหว “โอเค ๆ ไวโอลิน...รีบเข้าบ้านซะ” ฮอร์นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกึ่งหนึ่ง พร้อมกับลูบที่ศีรษะเล็กของเธอเบา ๆ ไวโอลินจึงยอมพยักหน้ารับคำแต่โดยดี “ฉันไปนะ ขับรถดี ๆ ล่ะ” เธอย้ำก่อนจะหันหลังให้ แล้วเดินตรงไปที่หน้าประตูรั้ว “ฉันชอบเธอนะ ไวโอลิน!” เป็นคำพูดของฮอร์นที่ตามหลังมาแบบติด ๆ ทำให้ไวโอลินถึงกับชะงัก หน้าเหวอ! จนไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง เพราะอายจนตั้งตัวไม่ติด รีบหลบเข้าไปในบ้านแทบไม่ทัน ฮอร์นมองตามเธอเข้าไปข้างใน ก่อนจะอมยิ้มออกมาเล็ก ๆ หลายวันต่อมา ฮอร์นขับรถมาส่งไวโอลินที่บ้านของบราวนี่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอ หลังจากที่ตกลงกันได้ว่า ถ้าหากพรุ่งนี้เขาจะต้องไปทำธุระของตัวเอง โดยที่ไม่บอกอีกตามเคย ว่าธุระสำคัญที่ว่านี้คืออะไร เขาจะต้องพาเธอมาส่งที่นี่ เพราะตั้งแต่กลับจากสิงคโปร์เธอยังไม่ได้เจอหน้ายัยบราวนี่ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอเลย แถมวันไปรับใบแสดงผลการเรียนก็ไม่ได้เจอกันด้วย เพราะบราวนี่เกิดป่วยกะทันหัน ทำให้เธอต้องเซ็นรับเอกสารมาให้แทน “ถ้าเสร็จธุระแล้วก็อย่าเถลไถลไปไหนนะยัยบ๊อง! รีบกลับบ้านด้วย แล้วเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะวิดีโอคอลหาเวลาเดิม ตกลงตามนี้นะ” ฮอร์นบอกกับไวโอลินพลางลูบที่ศีรษะเล็กของเธอเบา ๆ “ทราบแล้วเจ้าค่า...คุณพี่” ไวโอลินแกล้งแหย่ ก่อนที่เธอจะหิ้วของฝากจากสิงคโปร์ลงไปด้วย ฮอร์นอมยิ้มออกมาเล็กๆ อย่างเอ็นดูเธอ “อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ” พูดพลางชี้หน้าเธอดุ ๆ ราวกับจะคาดโทษ ไวโอลินทำท่าตะเบ๊ะตามคำสั่ง ก่อนจะกดกริ่งแล้วเดินผ่านรั้วเข้าไปด้านในหลังจากที่มีคนออกมาเปิดประตูให้ “ไปเถอะนะไวโอลิน นะ ๆ เธอก็รู้ว่าฉันชอบดูการแข่งขันรถซูเปอร์คาร์ แล้วสนามนี้ก็ไม่ได้แข่งมาสักระยะแล้วด้วย ฉันอยากไปดูหนุ่ม ๆ แทคทีม ได้โปรด…ไปเป็นเพื่อนฉันเถอะนะเพื่อนรัก” บราวนี่คะยั้นคะยออ้อนวอนขอร้องไวโอลินให้ไปดูการแข่งขันรถยนต์ซูเปอร์คาร์เป็นเพื่อน หลังจากที่เธอนำขนมของฝากรวมถึงใบแสดงผลการเรียนมาให้ถึงที่ แต่ดูเหมือนว่ายัยเพื่อนตัวแสบจะไม่สนใจของฝากของเธอและผลการเรียนเทอมล่าสุดเลยสักนิด ก็แหงล่ะ! เพราะว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าตัวเองได้เกรด 4 แทบทุกเทอม แล้วเทอมนี้จะพลาดได้ยังไง “ไปเถอะยัยลิน ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย...ขอร้องล่ะ” บราวนี่คะยั้นคะยอ เพราะเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของหนุ่ม ๆ แทคทีมที่เป็นนักแข่งรถซูเปอร์คาร์ มาตั้งแต่สมัยเริ่มเรียน ม.ปลาย จนถึงตอนนี้ บราวนี่ก็ยังคลั่งไคล้สี่หนุ่มกลุ่มนี้อยู่ ยิ่งกว่าบอยแบนด์ หรือ เน็ตไอดอลดัง ๆ ซะอีก “แต่ว่าฉันไม่ชอบความเร็ว! ไม่ชอบรถ แล้วก็ไม่ได้รู้จักอิตาสี่คนนั้นเลย ถึงฉันไปด้วยมันก็ไม่อินอยู่ดี เธอไปคนเดียวเถอะนะ” ไวโอลินบอกกับบราวนี่ แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงรบเร้าอยู่ “ไปคนเดียวมันจะไปสนุกอะไรล่ะ นะ ๆ ถ้าเธอกลัวว่าฮอร์นจะห้าม งั้นฉันจะเป็นคนโทรไปขออนุญาตเขาให้เธอเองก็ได้นะ ๆ ไปเถอะ ถือว่าฉันขอร้องล่ะ” บราวนี้ยังคงตื้อไม่ยอมเลิก สายตาอ้อนวอนราวกับลูกแมวเชื่อง ๆ ทำให้ไวโอลินถอนหายใจทิ้งเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “โอเค ๆ บราวนี่ เลิกเขย่าตัวฉันได้แล้ว” ไวโอลินหันมาบอกกับเธอ หลังจากที่บราวนี่ไม่ยอมเลิกราที่จะให้เธอไปดูการแข่งขันด้วยอย่างง่าย ๆ “เดี๋ยวฉันลองโทรไปถามฮอร์นก่อน ฉันเกรงใจเขา เห็นว่าพรุ่งนี้เขาก็ไม่อยู่เหมือนกัน ฉันไม่อยากให้เขาเป็นห่วง” ไวโอลินพูดก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ที่ฮอร์นพึ่งจะซื้อให้ออกมาจากกระเป๋า บราวนี่เห็นก็ตาลุกวาว เพราะรู้สึกอิจฉาที่เธอมีแฟนหล่อ ๆ แถมยังขยันเปย์อีกด้วย เพราะนอกจากมือถือเครื่องนี้ ก็ยังมีนาฬิกาข้อมือสวย ๆ ที่เธอสวมใส่อยู่ก็เป็นของอีกชิ้นที่เขาซื้อให้เช่นกัน “นี่ฮอร์นเขาซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้เลยเหรอ” บราวนี่เอ่ยถาม ไวโอลินพยักหน้า แล้วกดเบอร์โทรออกไปหาฮอร์นทันที “ตั้งแต่เธอตัดผมทรงใหม่ สั้นซะจนอย่างกับเห็ด เขาก็บอกว่าสวยน่ารัก นี่เธอทำมือถือหาย เขาก็ยังไม่ว่าซักคำ แถมยังซื้อเครื่องใหม่มาให้อีกด้วย ท่าทางฮอร์นเขาจะรักเธอมากนะ” บราวนี่พูดขึ้น “บ้าน่า…ตั้งแต่คบกันมา ฮอร์นยังไม่เคยบอกรักฉันเลย อย่างมากก็แค่พูดว่าชอบ แล้วก็พึ่งบอกแค่ครั้งเดียวเองด้วย” ไวโอลินพูดเสียงอ่อน ๆ บราวนี่อมยิ้มออกมาเล็ก ๆ “แหม ๆ ๆ สารภาพว่าชอบเลยเหรอ ฉันนะอิจฉาเธอจริง ๆ นะ อยากให้มีผู้ชายดี ๆ แบบฮอร์นเพิ่มมาอีกซักคนจัง!” บราวนี่สาธยาย ไวโอลินรีบยกมือขึ้นมาแล้วปิดปากเพื่อนรัก เมื่อรู้สึกว่าฮอร์นกดรับสายของเธอแล้ว “เอ่อ…นายสะดวกคุยไหม ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ” ไวโอลินเอ่ยถาม “ฉันขับรถอยู่ คุยนานไม่ได้ มีอะไรรีบ ๆ พูดมาเลยยัยบ๊อง! ฉันรอฟังอยู่” ฮอร์นพูดกลับมา “คือพรุ่งนี้ ฉันอยากจะขออนุญาตนายไป” ไวโอลินยังไม่ทันจะได้พูดจนจบ ฮอร์นก็ชิงอนุญาตขึ้นมาก่อนแล้ว “ก็ไปสิยัยบ๊อง ฉันไม่ได้ล่ามโซ่เธอไว้นะ แต่ห้ามเถลไถลกลับบ้านจนมืดค่ำล่ะ รู้ไหม!” ฮอร์นพูดเสียงนุ่มนวล ไวโอลินยิ้มร่า “นี่นายจะไม่ถามฉันหน่อยเหรอ ว่าฉันจะไปไหนกับใคร” “ฉันไว้ใจเธอ แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่ได้ไปไหนมาไหนกับฉัน ก็ดูเหมือนว่าจะมีแค่บราวนี่เท่านั้นแหละที่ไปด้วย เอาเป็นว่าฉันอนุญาต” ฮอร์นย้ำ “ขอบคุณนะ นายเองก็ขับรถดี ๆ ล่ะ” สิ้นเสียงของไวโอลิน ฮอร์นก็รีบพูดตัดบท “ฉันวางก่อนนะ...บาย” “เย้ ๆ ในที่สุด ฉันก็จะได้ไปดูหนุ่ม ๆ แทคทีมแล้ว ไชโย!” บราวนี่ดีใจจนเนื้อเต้น เธอกระโดดโหยง ๆ ด้วยความดีใจไปรอบ ๆ บ้าน เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้เห็นนักแข่งตัวเป็น ๆ หลังจากที่เฝ้าส่องพวกเขาจากอินสตาแกรมอยู่สามปีเต็ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD