วันต่อมา
ระหว่างที่ไวโอลินนั่งรถแท็กซี่ไปที่สนามพร้อม ๆ กับบราวนี่ ฮอร์นก็โทรเข้ามาเช็คว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนแล้ว แต่เขาไม่ได้ถามซอกแซกให้มากความ แค่โทรมาเตือนเรื่องห้ามเถลไถลเท่านั้น แล้วคืนนี้เขาจะวิดีโอคอลหาเธอเหมือนเช่นทุกวัน
สตีฟเวย์ สนามแข่งรถซูเปอร์คาร์ เป็นสนามที่ใช้แข่งรถที่มีสมรรถนะความเร็วสูง และถือว่าเป็นสนามแข่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้
“ไวโอลิน เธอดูนั่นสิ!” บราวนี่ชี้ให้เธอดูป้ายไฟของบรรดากองเชียร์ที่เข้ามาเชียร์หนุ่ม ๆ ที่เป็นเจ้าของสนามนี้ แน่นอนว่าเขาคือสี่หนุ่มแทคทีม ฟาน ไฮน์ สตีฟ และพันเจีย
“ทำไมเหรอ มีอะไร” ไวโอลินหันมาถามขณะที่เธอกำลังเดินขึ้นไปบนอัฒจันทร์
“ดูแม่สาว ๆ พวกนั้นสิ กรี๊ดกร๊าดซะจนโอเว่อร์ (ลากเสียงยาว) ฉันล่ะอยากจะเดินเข้าไป...” บราวนี่ยังพูดไม่จบไวโอลินก็รีบปราม เพราะดูเหมือนว่าบนอัฒจันทร์แห่งนี้ จะมีบรรดาสาว ๆ กองเชียร์ของสี่หนุ่มแทคทีมนั่งปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน
“พอได้แล้วบราวนี่ นั่งลงเถอะ” ไวโอลินปรามพร้อมกับดึงแขนของเธอให้นั่งลง บราวนี่นั่งลงข้าง ๆ แล้วชะเง้อคอไปยังใต้อาคารที่เป็นห้องพักเก็บตัวของบรรดานักแข่ง
“ไวโอลิน เธอเห็นผู้ชายผมสีน้ำตาลเทาคนนั้นไหม เขาชื่อสตีฟ เป็นเจ้าของสนามนี้ด้วยนะ ได้ข่าวว่าพ่อรวยมาก ๆ เลยล่ะ” บราวนี่ยังแนะนำไม่ทันจบ บรรดาสาว ๆ กองเชียร์ของหนุ่ม ๆ พวกนั้นก็ต่างส่งเสียงกรี๊ดออกมาแบบเกรียวกราวทันทีที่สี่หนุ่มแทคทีมเดินลงไปในสนามกันจนครบ
“นั่นไง ๆ ฟาน ไฮน์ และก็พ่อรูปหล่อพันเจียคนนั้น อ๊าย ๆ...ตัวจริงหล่อกว่าในรูปเยอะเลยนะ ไวโอลิน ดูสิ ๆ” บราวนี่ลุกขึ้นยืนเพราะกลัวจะมองเห็นหนุ่ม ๆ ได้ไม่ชัด แต่ไวโอลินกลับไม่ได้สนใจบรรดาหนุ่ม ๆ พวกนั้นมากไปกว่า...ผู้ชายท่าทางคุ้นตาที่ยืนอยู่ไกลสุดสายตาของมุมสนาม
แต่ไม่ทันที่ไวโอลินจะได้คิดทบทวนว่าใช่ หรือ ไม่ใช่คนที่เธอคาดเดา กล้องภายในสนามก็จับภาพของผู้ชายคนนั้น แล้วดึงขึ้นมาฉายบนหน้าจอสกรีนใหญ่ยักษ์
ผู้ชายผิวขาว จมูกโด่งเป็นสันได้รูปสวย กำลังสวมถุงมือ และหมวกกันน็อค ก่อนจะสวมทับด้วยแว่นกันแดดสีดำสนิทแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ จับพวงมาลัยรถอย่างมาดมั่น เส้นผมที่ดูสลวย บวกกับความกว้างของไหล่ทั้งสองข้าง แน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
“ฮอร์น!” ไวโอลินเรียกชื่อของเขา เป็นจังหวะเดียวกับธงโบกสะบัดเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการแข่งขั
“ฮอร์น...ทำไมเขาต้องแข่งรถแบบพี่ชายด้วย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน” แล้วประโยคหนึ่งก็วนเวียนเข้ามาในหัวสมองของเธอ ในเสี้ยววินาทีนั้นมันดังก้องอยู่ภายในใจ
“พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อเรานะ ไวโอลิน” คำพูดของเลิฟ ดังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ สลับกับคำพูดของฮอร์นที่เขามักจะพูดกับเธออยู่เสมอ ๆ
“ฉันทำทุกอย่างเพื่อเธอนะ ยัยบ๊อง!” ผู้ชายสองคนที่เธอรักมากที่สุด แถมยังทำเพื่อเธอ ทำในสิ่งที่เธอคิดว่ามันอันตรายที่สุด พวกเขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไวโอลินวิ่งลงจากอัฒจรรย์ลงไปที่สนาม
“เฮ้! ไวโอลิน นั่นเธอจะไปไหน” บราวนี่ร้องทัก แต่ไวโอลินไม่ได้ฟังเสียงเรียกของเธอ วิ่งอ้อมลงไปที่สนามเพื่อจะไปพูดกับฮอร์น และจะต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่องภายในวันนี้ บราวนี่กำลังจะวิ่งตามลงไป แต่ถูกฝูงชนที่ต่างลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์การแข่งขันกันอย่างหนาแน่น ทำให้เธอไม่สามารถวิ่งตามไวโอลินลงไปได้ทัน
และแล้ว...ฮอร์นก็เข้าเส้นชัย ไปตามความคาดหมายอีกครั้งนะครับ ฝีมือของเขาไม่ตกเลยจริง ๆ ยังคงเป็นมือหนึ่งของการแข่งขันในรายการนี้อีกเช่นเคย ฮอร์นลงมาแล้ว เราไปสัมภาษณ์เขากันดีกว่าครับ
เสียงของผู้บรรยายในสนามพูดออกอากาศ ก่อนที่จะมีบรรสาวสาว ๆ และแฟนคลับต่างพากันเข้ามารุมล้อม
“ฝีมือนายยังเหมือนเดิมนะ” ชายหนุ่มร่างสูงพอ ๆ กับฮอร์น แต่ผิวขาวกว่านิดหน่อย ใบหน้าที่ออกไปทางเอเชีย แต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็นตะวันออกและตะวันตกผสมปนเปอยู่บนใบหน้า ทำให้เขาหล่อเหลาในแบบที่มีเสน่ห์และดึงดูดสาว ๆ ได้ไม่แพ้กับฮอร์น หรือ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นเปล่งประกาย ขณะที่สายตาคมของเขาจ้องมองมาที่ร่างสูงของฮอร์น
“ชิน!” ฮอร์นเอ่ยทัก หลังจากที่หันมามองตามเสียงทักทายของอีกฝ่าย
“ฉันเอง! ช่วยเรียกฉันว่าพันเจีย เพราะว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสั่งให้ฮอร์นเรียกเขาว่าพันเจีย แทนที่จะเรียกว่าชิน อย่างที่เขาพึ่งจะเรียกไปเมื่อครู่นี้
“โอเค! ถึงฉันจะเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง แต่ฝีมือของฉันก็คงจะไม่ดีเท่านายในตอนนี้หรอกนะ พันเจีย” ฮอร์นเอ่ยปากชมอีกฝ่าย พันเจียยักไหล่ แล้วกระตุกยิ้มออกมาอย่างขำขัน
“อืม...ฉันก็ว่างั้น” พันเจียตอบเรียบ ๆ แบบไม่ถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อย
“ฮอร์น!” เสียงเรียกของไวโอลินทำให้ชายหนุ่มร่างสูงทั้งสองคนหันมามองเธอพร้อมกัน
“นี่ผู้หญิงของแกเหรอ” พันเจียหันไปถามฮอร์นพลางปรายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วนึกขึ้นมาในใจด้วยว่า
สาวน้อยไร้เดียงสาผู้นี้ ทำไมถึงได้มาคบกับผู้ชายอายุต่างกันขนาดนี้ แถมเธอก็ยังดูเด็กเกินไปสำหรับฮอร์น อีกด้วย
“ไวโอลินเป็นแฟนของฉัน” ฮอร์นบอกกับพันเจียพร้อมกับดึงเธอให้เข้ามายืนใกล้ ๆ
“ทำไมนายไม่บอกฉันซักคำ!” ไวโอลินเงยหน้าสบตากับเขา ฮอร์นยิ้ม! แต่ไวโอลินกลับไม่ยอมยิ้มตอบ เพราะเธอไม่รู้ว่าเวลาแบบนี้ทำไมเขายังยิ้มได้อยู่อีก นี่เธอซีเรียสอยู่นะ
“ทำไมนายถึงไม่ยอมบอก นายไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลยนะ” ไวโอลินย้ำคำถามเดิม ก่อนที่ฮอร์นจะโน้มตัวลงมากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเธอ
“บ้าน่า ยัยบ๊อง! ทำไมฉันถึงจะไม่เคยบอกเธอ” ฮอร์นพูด ไวโอลินจึงนึกถึงคำพูดของพี่ชายที่ฮอร์นมักจะใช้ประโยคเดียวกับเขาเสมอ
หรือว่านี่จะเป็นคำบอกอ้อม ๆ ของเขาจริง ๆ
“ฉันทำทุกอย่างเพื่อเธอนะ ไวโอลิน” ฮอร์นย้ำ ก่อนที่เธอจะโผลเข้ากอดเขา อย่างไม่แคร์สายตาของใครทั้งสิ้น แม้แต่พันเจียที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นก็ตาม
“ยัยบ๊อง!” เขาเอ่ยเรียกชื่อของเธอเบา ๆ ในขณะที่ไวโอลินยังคงกอดร่างของเขาเอาไว้ สายตาคมกริบของพันเจียเห็นแบบนั้น ก็ไม่อยากที่จะอยู่เป็นก้างขวางคอ จึงเดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่ก็ยังคงอยู่ในบริเวณอาคารหลังนั้น
“ช่วยด้วย...นี่ฉันจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วนะ!” ฮอร์นพูดเสียงแผ่วเสมือนไม่มีแรง
“เอ๋...ฮอร์น เกิดอะไรขึ้นเหรอ” ไวโอลินเงยหน้าขึ้นมองพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่พอรู้ว่าตัวเองเผลอกอดรัดเขาเอาไว้แน่น
แต่ก็ไม่ได้แน่นพอ ที่จะทำให้เขาขาดใจตายได้ง่าย ๆ
ก็รีบผละออกมา ฮอร์นเผยยิ้มออกมาเล็ก ๆ ที่เขาแกล้งหยอกเธอได้
“ทำไมต้องกอดแน่นขนาดนี้ด้วย เกิดรักฉันขึ้นมาอะไรกันตอนนี้” ฮอร์นแกล้งพูด ไวโอลินทำหน้ามุ่ย มองดูฮอร์นที่ชอบพูดจาล้อเล่นอยู่เรื่อย เขายิ้มอย่างเอ็นดูเธอ
“เฮ้! ฮอร์น...รู้สึกว่าพันเจียอยากที่จะคุยกับนาย” ฟานเดินเข้ามาบอกแทนพันเจียที่ยืนอยู่บริเวณแถวนั้น ไวโอลินหันไปมองฮอร์นก่อนจะมองฟานที่เดินเข้ามาขัดจังหวะในตอนนั้น ซึ่งดูท่าว่าจะมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ส่วนเธอเองก็พอที่จะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ฟาน แต่รวมถึงผู้ชายชื่อแปลก ๆ ที่ชื่อพันเจียคนนั้นด้วย
“ได้สิ!” ฮอร์นตอบกลับผู้ชายใบหน้าเรียวหวานราวกับผู้หญิง ที่เขาพึ่งเรียกชื่อว่าฟานก่อนจะหันกลับมาสบตากับร่างเล็กที่เงยหน้าจ้องมองเขาอยู่ตาไม่กะพริบ
“รอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา (ไวโอลินทำท่าจะแย้ง แต่เขาพูดสวนขึ้นมาซะก่อน) แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละน่า อย่าดื้อนะ!” ฮอร์นลูบศีรษะของเธอเบา ๆ มือบอบบางของไวโอลินเอื้อมมาจับที่มืออบอุ่นของเขาแล้วบอกออกไปว่า
“ฉันรอนายอยู่นะ รีบมาล่ะ” เธอบอก ฮอร์นยกยิ้มให้ก่อนจะเดินตามพันเจียที่เดินเลี่ยงออกไปคุยอีกมุมหนึ่ง
“นายมีอะไรกับฉัน” ฮอร์นเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ฉันรู้มาว่าที่นายกลับมาแข่งอีกครั้ง เพราะผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ” พันเจียเอ่ยถามถึงไวโอลิน แต่ฮอร์นกลับเงียบและไม่ยอมตอบ
“ฉันว่ายัยนั่น ไม่เหมาะกับนายเลยนะฮอร์น” พันเจียพูดเปรย ๆ ขณะที่สายตาของเขาชำเลืองกลับไปมองร่างเล็กที่ยืนชะเง้อคอดูพวกเขาอยู่ไกล ๆ
“นายต้องการจะบอกอะไรกับฉัน นายก็พูดมาตรง ๆ เลยดีกว่า ฉันไม่ชอบการพูดจาอ้อมค้อม” ฮอร์นบอกให้เขาพูดเข้าประเด็น พันเจียที่ได้ฟังจึงรีบตอบกลับออกไป
“ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ เพียงแต่เมื่อก่อน ฉันเห็นนายไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาดูแลเทคแคร์เอาใจใส่ผู้หญิงคนไหนง่าย ๆ ก็เท่านั้น ถ้ายิ่งคบจริงจังด้วยเนี่ย ยิ่งไม่มีทาง! แต่ถ้า...เป็นผู้หญิงของเพื่อนสนิทตัวเอง นั่นก็ไม่แน่” พันเจียพูดเสียงหยัน ก่อนจะจ้องหน้าเขาตาเขม็ง
“นายสงสัยอะไร หรือคิดว่าฉันจะดูแลผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ นายคงไม่ได้อิจฉาฉันหรอกนะ” ฮอร์นถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พันเจียปากกระตุก เพราะดูท่าว่าจะไม่ชอบคำพูดของเขาเอามาก ๆ
“ฉันต้องการผู้หญิงของนาย” พันเจียพูดในสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจ
“ไวโอลิน? ” ฮอร์นย้อนถามกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์เอามาก ๆ เช่นกัน
“อืม...ยัยนั่นแหละ” พันเจียตอบกลับไปสั้น ๆ
“ฉันว่านายต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เรื่องที่นายพูดมันงี่เง่าสิ้นดีเลย ถอยไป!” ฮอร์นเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์
“หรือว่าแกกลัว กลัวว่ายัยนั่นจะหันมาชอบฉันจริง ๆ แทนที่จะชอบนายงั้นสิ” พันเจียท้าทาย ทำให้ฮอร์นที่กำลังเดินเลี่ยงไปถึงกับต้องหยุดชะงัก!