“ฮอร์น!” ไวโอลินสวมกอดเขา ท่ามกลางสายตาของผู้ชายแปลกหน้าสามคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น และดูเหมือนว่าพวกเขา จะจับจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ราวกับทำเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะใบหน้าของสามคนนั้นดูตกใจกับการกระทำของเธอจนเกินเหตุ
“พันเจีย!” เป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มสามคนนั้น
“เฮ้! ยัยบ้านี่มาจากไหนเนี่ย” ผู้ชายผิวขาวเหลืองท่าทางจะมีเชื้อสายจีน ที่ยืนอยู่ใกล้เธอที่สุดร้องถามเมื่อหายตกใจ และมันทำให้ไวโอลินเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้วว่าคนที่เธอกำลังกอดอยู่ตอนนี้คือฮอร์น
“ยัยบ้านี่ไว้ผมทรงหัวเห็ดด้วยล่ะ ดูสิ! ตลกเป็นบ้าเลย” ผู้ชายใบหน้าลูกครึ่งผมสีเทากล่าวออกมา ขณะที่เขากำลังหัวเราะทรงผมของเธอ
“หัวเห็ดเหรอ!” ร่างสูงของชายหนุ่มที่ไวโอลินกำลังกอดอยู่พึมพำออกมาเบา ๆ นาทีนั้นมันทำให้เธอรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ฮอร์นจริง ๆ เพราะน้ำเสียงที่ได้ยิน ไม่ใช่เสียงของฮอร์นอย่างแน่นอน
“เฮ้! ฉันพอจะจำได้แล้วล่ะ” ผู้ชายผิวขาวผมยาวสไลด์มีรอยสักอยู่ที่แขนข้างซ้ายเดินเข้ามากระซิบที่ข้างใบหูของคนที่ไวโอลินกำลังโอบกอด เมื่อเธอเริ่มแน่ใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเขาไม่น่าจะใช่ฮอร์น เพราะกลิ่นกายของเขาที่แม้จะหอมเสมือนหัวน้ำหอมชั้นดีราคาหลักแสน แต่ก็ไม่ใช่กลิ่นที่ฮอร์นใช้อยู่เป็นประจำ เพราะเธอจำมันได้ดีว่าไม่ใช่กลิ่นแบบนี้ พอคิดได้แบบนั้นไวโอลินก็รีบผละออกจากร่างนั้นโดยทันทีอย่างไม่รีรอ
“นายไม่ใช่ฮอร์น!” เธอพูด
“เฮ้! ยัยบ้านี่พึ่งจะรู้เหรอ” ผู้ชายผิวขาวเหลืองผมสั้นหันมาต่อว่าเธอด้วยท่าทางยิ้มเยาะ
“บ้าฉิบ!” เป็นคำพูดที่หลุดออกจากปากของผู้ชายที่เธอหลงกอดอยู่นานสองนาน ไวโอลินหน้าเหวอจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อผู้ชายคนนั้นหันกลับมาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่คมกริบราวกับอาวุธมีดปลายแหลมที่พร้อมจะปลดชีพเธอได้ในทันทีทันใด
ไวโอลินค่อยๆ ขยับขาสองข้างถอยห่างออกมาจากสายตาที่เอาเรื่องของคนพวกนั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อยนิด เพราะพวกเขาทั้งสี่คน ฟาน ไฮน์ สตีฟ รวมถึงผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพันเจีย กำลังขยับเข้ามาใกล้ร่างของเธออย่างรวดเร็ว
“พวกนายคิดจะทำอะไร” ไวโอลินร้องถาม แต่ไม่ทันที่จะได้รับคำตอบ ร่างสูงใหญ่ของพันเจียก็เข้ามาประชิดตัวของเธออย่างรวดเร็ว แล้วคว้าเข้าที่คอเสื้อของเธอพร้อมกับกำหมัดเอาไว้แน่น ร่างน้อยที่ยืนไม่ไหวติงกลัวว่าจะถูกทำร้าย แต่ไม่มีหาทางไหนเลยที่พอจะสู้กับคนพวกนี้ได้
ในขณะที่คิดว่าตัวเองหมดหนทางสู้ และคงต้องกลายเป็นข่าวหน้าดัง หรือไม่ก็ข่าวบนโซเชียลว่าถูกทำร้ายร่างกายและนอนตายอยู่ที่ลานจอดรถแห่งนี้ เธอได้แต่หรี่ตาลงยอมรับชะตากรรม
“อื้อ!” แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อริมฝีปากอุ่นจนเกือบร้อนจัดพุ่งเข้ามาช่วงชิงลมหายใจกับสัมผัสอันร้อนผ่าวบนเรียวปากอันบอบบางที่ยังไม่เคยมีใครได้สัมผัส
กรี๊ด!!!
ไวโอลินได้แต่กรีดร้องอยู่ภายในใจ ไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมา...แผ่นหลังที่ถูกดันจนติดกับเสาปูนแทบจะเป็นเครื่องช่วยพยุงที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพื่อไม่ให้ร่างของเธอล้มตึงลงไปที่พื้น ไวโอลินรู้สึกร้อนระอุไปทั้งตัว มือไม้สั่น ใจเต้นโครมครามจนแทบจะระเบิด มันไม่ใช่แค่การสัมผัส แต่มันกลับเป็นเสมือนจูบที่รุกล้ำกล้ำกลายเข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามของเธออย่างดูดดื่มจนต้องถอดถอนมันออกไป ไวโอลินร่ำร้องอยู่ภายในใจ เพราะเธอไม่เคยพบเจอกับเรื่องบ้า ๆ แบบนี้มาก่อน เธอแทบจะคลั่งตายลงตรงนี้
“ถอยออกไปนะ!” ไวโอลินผละร่างของคนตัวสูงออกห่าง สาบานได้ว่า เธอไม่กล้าแม้จะลืมตาขึ้นมามองคนพวกนั้น ไม่กล้าเลยจริง ๆ ถึงแม้ว่าผู้ชายที่ชื่อพันเจียอะไรนั่น จะหน้าตาดีแค่ไหนก็เถอะ
แม้ว่าจะดูดีกว่าพี่ชาย ผิวขาวกว่าฮอร์น แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เธอจะไม่ยอมให้คนพวกนี้รังแกเธอได้อีก เธอควรจะแจ้งตำรวจ ไม่! ไม่! ไม่! เรื่องนี้ถ้ารู้ไปถึงไหนมีแต่จะทำให้อับอายและขายขี้หน้า จะทำยังไงดี เธอได้แต่คิด ก่อนที่ไวโอลินจะตัดสินใจลืมตาขึ้นมา แต่แล้วเธอก็กลับไม่พบกับร่างสูงของใครคนนั้นอยู่เบื้องหน้าของเธออีกแล้ว ผู้ชายที่ชื่อพันเจียคนนั้น หายไปแล้วจริง ๆ
อยู่ ๆ ภาพในหัวของเธอก็แล่นเข้ามา เหมือนจูบสั่งการให้เธอจำคนเหล่านี้ได้ ใช่แล้ว! พวกเขาคือ สี่หนุ่มแทคทีม ขวัญใจของยัยบราวนี่ที่เจอที่สนามแข่งรถซูเปอร์คาร์ สตีฟเวย์เมื่อวันก่อน ไม่ผิดแน่
“เอ่อนี่!” ไวโอลินร้องทัก ผู้ชายที่ทำผมทรงสไลด์สีน้ำตาลอ่อนคนนั้น ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกเขาจะชื่อฟาน
“ว่าไงสาวน้อย” ฟานเอ่ยทักเธอเช่นกัน แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ผู้ชายร่างสูงอีกคนที่มีผิวขาวเหลืองเหมือนกับคนจีนจะเดินเข้ามาดึงแขนของเขา ให้เดินไปจากตรงนี้ แน่นอนว่าเขาคือ ไฮน์ หนึ่งในสมาชิกแทคทีมอีกคน ที่มีผิวขาวใสไม่ต่างกัน
“ฟาน...รีบตามพันเจียไปเถอะ” ไฮน์บอกก่อนจะหันไปส่งซิกให้สตีฟที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรู้ด้วย สตีฟ หรือหนุ่มลูกครึ่งผมสีเทาอีกคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาแบบชาวตะวันตก
แต่เธอยังนึกไม่ออก ว่าผู้ชายที่ชื่อพันเจียนั่น เขามีเชื้อสายอะไรกันแน่ แม้จะผิวขาวแบบคนเอเชีย แต่ใบหน้าที่ดูไม่เหมือนคนไทย แต่ก็ไม่ดูเหมือนลูกครึ่งไปซะทีเดียว ดวงตาเรียวสีน้ำตาล รูปร่างสูงเกินกว่ามาตรฐานของชายไทย ไม่รู้ว่าเขามีลูกครึ่งผสมอะไรกันแน่ แถมชื่อของเขายังฟังดูแปลกอีกด้วย ไวโอลินได้แต่คิดสับสนอยู่ในหัว
“เดี๋ยว...ฉันขอคุยกับสาวน้อยคนนี้แทนพันเจียก่อนซักหน่อย” ฟานบอกพร้อมกับสลัดแขนให้หลุดออกจากไฮน์
“งั้นก็ตามใจ” ไฮน์หันมาพูดแล้วเดินเลี่ยงออกไป โดยมีสตีฟเดินตามไล่หลังไปแบบห่าง ๆ
“เพื่อนฉันมันจูบไม่ค่อยเก่งหรอกนะ ยังไงก็ฝึกมันด้วยแล้วกัน หมอนั่นคงจะสอนเธอบ่อย ฉันหมายถึงแฟนเธอน่ะ” พอพูดจบฟานก็เดินหนีหายไป ปล่อยให้ไวโอลินยืนหน้าเหวออยู่เพียงลำพัง ทันใดนั้น เหมือนมีของแข็งอะไรสักอย่างพุ่งเขามาที่กลางศีรษะของเธอ ไม่แรงมากแต่ก็พอให้เธอรู้สึกสะดุ้ง!
“ยัยบ๊อง! มาทำอะไรอยู่ตรงนี้” ฮอร์นเดินเข้ามาหาหลังจากที่มือของเขาเขกเข้าที่ศีรษะของเธอนำหน้ามาก่อน
“โอ้ย! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ฉันเจ็บนะ!” แม้จะไม่แรงแต่ก็ทำให้เจ็บได้เหมือนกัน ไวโอลินคิด
“ฉันให้เธอรออยู่ที่ C3 ไม่ใช่เหรอ แล้วมาทำอะไรอยู่ที่ C2” ฮอร์นถามอย่างสงสัย ไวโอลินได้สติรีบตอบออกไป
“จริงด้วย! นี่มัน C2 พอดีฉันจำผิด ขอโทษทีนะ” ไวโอลินไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจำผิด ไม่อย่างนั้น เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ฮอร์นเข้ามาจับที่ไหล่ของเธอเบา ๆ พร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่า...เรากลับกันเถอะ” ไวโอลินตอบออกไปสั้น ๆ ฮอร์นพยักหน้าพร้อมกับช่วยเธอหิ้วของแล้วพาเธอกลับไปที่รถ
สามวันเต็มที่ไวโอลินไม่ได้ติดต่อใครเลย แม้กระทั่งฮอร์น เพราะเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำของขวัญสุดพิเศษเพื่อเขาโดยเฉพาะ แม้จะแอบกลัวว่าฮอร์นอาจจะโกรธหรือไม่พอใจอยู่บ้างเรื่องที่เธอไม่ยอมติดต่อไปหาเขาเลยก็เหอะ แต่ทำไงได้ เพราะเธอไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นจริง ๆ ไม่อย่างงั้นสิ่งที่เธอตั้งใจทำอยู่มันคงจะต้องสูญเปล่า
“ฮอร์น!” ไวโอลินรับสาย เมื่อรู้ว่ามีสายของฮอร์นโทรเข้ามา
“นี่ยัยบ๊อง! ทำอะไรอยู่ พรุ่งนี้วันเกิดของฉันนะ” คำพูดของฮอร์นทำให้เธอถึงกับหน้าเหวอ ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ไม่จริง! นี่พึ่งจะผ่านมาสามวันเองนะ” ไวโอลินพูดสวนกลับไป
“นี่เราไม่ได้เจอกันครบหกวันตามที่เธอขอแล้วนะ คิดจะเซอร์ไพรส์อะไรฉันกันแน่เนี่ย” ฮอร์นหยั่งเชิงถาม เพราะเห็นว่าเธอเงียบหายไปเลยหกวันเต็ม ๆ หลังจากวันที่เขาไปรับเธอที่ลานจอดรถของห้างดัง และเธอก็เอ่ยขอเขาว่าจะใช้เวลาหกวันนี้เพื่อเตรียมของสำคัญบางอย่างเพื่อเขา
“ขอโทษทีนะฮอร์น ฉันขออีกแค่วันเดียวจริง ๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ” ไวโอลินพูดจบก็ขอวางสาย ส่วนฮอร์นเองก็พอจะเข้าใจเธอดี เพราะไวโอลินเป็นคนที่เวลาตั้งใจจะทำอะไร เธอก็มักจะทุ่มเทมันอย่างเต็มที่ ครั้งนี้ก็คงจะเช่นกัน
'เมื่อของที่ตั้งใจไว้เสร็จไม่ทันตามกำหนด ทำให้เธอต้องเปลี่ยนของขวัญชิ้นใหม่เป็นของสำเร็จรูปแทน เพราะดูท่าว่าจะทันเวลาซะกว่า'
ไวโอลินตัดสินใจมาที่ร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับนักแข่งรถที่เธอค้นหาจากทางอินเตอร์เน็ต เป็นร้านอุปกรณ์สำหรับนักแข่งที่มีอุปกรณ์อยู่มากมายครบครัน เธอเดินลึกเข้าไปจนสุดซอยที่เป็นพิกัดของร้าน ซึ่งอยู่ในย่านช้อปปิ้งแห่งหนึ่งของวัยรุ่นใจกลางกรุงเทพมหานคร
“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่ไหมคะ พอดีฉันอยากได้ถุงมือหนังสีดำ ที่ฉันแชทถามมาทางอินเตอร์เน็ต รบกวนด้วยค่ะ” ไวโอลินชะเง้อคอมองหาเจ้าของร้านที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ที่หน้าร้าน แต่ที่เดินเข้ามาได้เพราะร้านแขวนป้ายว่าเปิด
“เฮ้! นี่เธออีกแล้วเหรอ” เสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฎตัวของเจ้าของเสียงที่ว่านั่น
“เอ่อ...นาย” ไวโอลินตกใจจนปั้นหน้าไม่ถูก เมื่อพบกับผู้ชายหน้าตาดูดีคนนั้นที่มีชื่อว่าฟาน หนึ่งในสมาชิกแทคทีม
“ฟาน...ฉันฟานไง!” เขาแนะนำตัว แต่ไวโอลินจำชื่อเขาได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องแนะนำซ้ำ เธอได้แต่เงียบ เพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่
ไวโอลินเงยหน้าขึ้นมองดูรอบ ๆ ร้าน ก่อนจะเฉลียวใจได้ว่านี่คงเป็นร้านของเขา เพราะว่าเขาเองก็เป็นนักแข่งรถ ในประเทศนี้จะมีสักกี่คนในแวดวงเดียวกันนี้ ก็ไม่น่าแปลกที่จะเจอกับเขาในร้านแห่งนี้เช่นกัน
“หมอนั่นน่ะอยู่หลังร้าน รอเดี๋ยวนะ”
“เฮ้...นายจะทำบ้าอะไร ฉันไม่ได้!” ไวโอลินพยายามที่จะบอกว่าเธอไม่ได้มาหาพันเจียอย่างที่เขาคิด แต่ไม่ทันที่จะบอกออกไป ฟานก็รีบแจ้นหายกลับเข้าไปหลังร้าน ซึ่งเป็นกระจกถูกปิดบังด้วยผ้าม่านสีทึบ แต่ก็พอจะมีแสงไฟสลัวเล็ดลอดออกมาให้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างในนั้นอย่างแน่นอน