หลังจากที่รถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านของไวโอลิน สายตาคมกริบชำเลืองมองเรือนร่างบอบบางที่นอนขดกายโอบกอดตัวเองจนผล็อยหลับไปบนเบาะเพื่อช่วยคลายความหนาว โดยที่ใบหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เลอะเปรอะเปื้อน ส่วนเขาเองก็มองดูเธอด้วยแววตาที่อ่อนลง ผิดไปจากที่สนามที่จ้องมองเธออย่างแข็งกร้าวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอเสียให้ได้ พันเจียค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับที่ไหล่หวังเพื่อจะสะกิดเธอให้ตื่น แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อไวโอลินลืมตาขึ้นมาเสียก่อน “ถึงแล้ว!” พันเจียพูดห้วน ๆ ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูเย็นชาเฉยเมย ผิดกับเมื่อครู่ ไวโอลินได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งลงไปจากรถ ร่างสูงผลักประตูแล้วเดินตามออกไปอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยว! ใครสั่งให้เธอเข้าไปข้างใน จำไว้เลยว่า ถ้าฉันไม่สั่ง…เธอก็ไปไหนไม่ได้” พันเจียถามเสียงแข็งทันทีที่คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ได้ “ก็นี่มันบ้านฉัน ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ อย่ามาเผด็จกา

