ตอนที่ 3 กว่าจะ ....ล้างรถ
หลังจากที่เจนจิราได้รับรถกลับมาแล้วนั้น ก็ได้พบว่า รถคันงามของเธอนั้น สกปรกมาก แต่จะให้หญิงงามอย่างเธอมาล้างรถเองก็หาใช่จึงได้คิดหาวิธี - ตื๊ด ๆ ๆ -" สวัสดีครับ ปัณณ์พูดสายครับ " " นี่คุณ มาที่บ้านฉันหน่อยสิ " เสียงหญิงสาวเอ่ยมาตามสาย " ไม่ทราบว่าผมพูดสายอยู่กับใครครับ " สารวัตรปัณณ์ถาม
" ฉันเองย่ะ " สารวัตรหนุ่มทำหน้า งง " เจนจิรา " " ไม่ทราบว่าคุณมีปัญหาอะไร แล้วได้เบอร์ผมมาได้อย่างไร " " ฉันสามารถหาได้ก็แล้วกันย่ะ คุณรีบมาที่บ้านฉันเลย "
" ล้างรถเนี่ยนะ คุณจะให้ผมล้างรถคุณ " สารวัตรปัณณ์ถาม
" ใช่ ทำไมหรอ ก็คุณทำรถฉันเลอะ คุณต้องรับผิดชอบ " เจนจิราลอยหน้าลอยตาพูด
" ไม่มากไปหน่อยหรือคุณ ผมไม่ใช่ขี้ข้าคุณนะ " สารวัตรปัณณ์เริ่มโมโห
" แค่นี้ทำให้ไม่ได้หรอ ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย " เจนจิราถาม
" แล้วทำไมคุณไม่ไปคาร์แคร์ " สารวัตรปัณณ์ไม่ยอมแพ้
" ก็ฉันไม่รู้จักไง และฉันก็ไม่ไว้ใจด้วย " เจนจิราอ้าง
" คุยอะไรกันอยู่หรือ " ผู้กำกับฯเจนภพ เข้ามาระงับเหตุได้ทันเวลาพอดี
" คุณพ่อมาพอดีเลย สารวัตรเขาใจดีจะมาล้างรถให้เจนอ่ะค่ะ " เจนจิราได้ทีรีบหาทางปิดจบ
" อ่า... ดีเลย ขอบคุณมากนะสารวัตร ที่คอยช่วยเหลือเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ เดี๋ยวอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันที่นี่เลยนะ " ผู้กำกับ ฯ กล่าวอย่างอารมณ์ดี " ไปยัยเจน ไปช่วยน้านางทำกับข้าวในครัว "
" เจนไม่ช่วยค่ะ แลคุณพ่อก็น่าจะรู้นะคะว่าทำไม และอีกอย่างทำไมเราต้องทำอาหารเลี้ยงด้วยคะ สารวัตรออกจะเต็มใจทำ " เจนจิรากะเง้ากะงอด
" อ้าว... เราจะไปใช้งานสารวัตรฟรีๆ ได้อย่างไรลูก สารวัตรมีน้ำใจมา เราก็มีน้ำใจกลับไป ไม่เห็นเป็นไรเลย ส่วนเรื่องทำกับข้าว ไม่ทำก็ไม่เป็นไร " ผู้เป็นพ่อกล่าว พร้อมพร้อมส่ายหัวเบาๆ
ระหว่างที่สารวัตรปัณณ์ล้างรถอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างอยู่ไกลๆ ทันใดนั้นเอง " ล้างให้สะอาดๆหน่อยนะ และอย่าทำให้รถฉันเป็นรอยล่ะ " เจนจิราก็ได้นำน้ำดื่มออกมาให้สารวัตรหนุ่ม
" เหอะ ..ทำอย่างไรได้ ผมไม่ใช่พนักงานล้างรถมืออาชีพนะ เป็นรอยนิดรอยหน่อย จะเป็นไรไป "
" นี่คุณ รถฉันราคาเป็นล้านนะ จะให้เป็นรอยได้อย่างไร "
" ถ้าอย่างนั้นก็มาล้างเองสิคุณ จะมาให้คนอื่นล้างอยู่ทำไม " สารวัตรปัณณ์โต้กลับ
" ได้ อยากให้ฉันล้างเองใช่ไหม " เจนจิราหยิบสายยางแล้วฉีดน้ำไปที่สารวัตรปัณณ์ทันที
" เฮ้ย !! อะไรกันคุณ มาฉีดน้ำใส่ผมทำไมเนี่ย ได้ๆๆฉีดมาสาดกลับไม่โกง " สารวัตรปัณณ์เอาขันสาดน้ำกลับทันที สองหนุ่มสาว ต่างตอบโต้ ชุลมุนวุ่นกันอยู่ข้างรถ
เมื่อได้เวลาอาหารเย็น กับข้าวทุกอย่างได้จัดวางอยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ผู้กำกับฯ จึงได้เรียกสองหนุ่มสาวเข้ามาทานข้าว " อ้าว!!! ทำไมเปียกกันมาแบบนี้ล่ะ ไปๆ ลูกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป ส่วนสารวัตร เดี๋ยวเอาของผมใส่ไปก่อนนะ " ผู้กำกับ ฯ หันไปสั่งคนข้างๆ ให้นำชุดมาเปลี่ยนให้สารวัตร
" เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมขอกลับไปทานที่บ้านดีกว่า " สารวัตรปัณณ์เอ่ยตอบ พร้อมขออนุญาตผู้กำกับฯคุยส่วนตัว แล้วจึงเอ่ยลากลับไป
เมื่อเจนจิราได้กลับลงมาอีกครั้งแล้วไม่เห็นสารวัตรปัณณ์ จึงได้เอ่ยถามกับผู้เป็นพ่อ
" สารวัตรไปไหนแล้วคะ " " อ่อ เขากลับบ้านไปแล้วล่ะ เห็นบอกว่ามีคนที่บ้านรอกินข้าวด้วย " ผู้เป็นพ่อตอบพร้อมแอบมองดูลูกสาวของตนที่นั่งกินข้าวแบบอารมณ์หงุดหงิด ก็อมยิ้มน้อยๆออกมา
ตอนที่ 4 กว่าจะ ..หาเรื่องอีกสักที
ในช่วงบ่ายแก่ๆของวันต่อมา เจนจิราได้สังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของสารวัตรจอดอยู่ข้างพุ่มไม้ใหญ่ใกล้ๆกับรั้วบ้านของเธอ เจนจิราจึงได้เดินเข้าไปหา แต่ไม่พบกับสารวัตรหนุ่ม หันซ้ายหันขวาคิดไม่ออก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงได้เดินเข้าไปในป่าข้างบ้านเรื่อยๆ จนได้พบกับสารวัตรปัณณ์
" คุณ!!! ทำอะไรตรงนี้ " เจนจิราตะโกนถามสารวัตรหนุ่ม
" เฮ้ยยยยย มีคนเห็นเราแล้ว " กลุ่มผู้ต้องสงสัย 3-4 คนหันมาเห็นทั้งสารวัตรปัณณ์และเจรจิราพอดี
-โถ่เว้ย - สารววัตรปัณณ์ส่ายหัวเบาๆ " ฉันแค่มาตีผึ้งป่าน่ะ ส่วนพวกแกมาทำอะไร วางแผนชั่วๆอะไรอีก "
" อ้าวๆ สารวัตร มากล่าาวหาประชนคนดีแบบนี้ได้อย่างไร พวกผมเป็นคนดีนะครับ " นายเอก หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามาห้อมล้อมทั้งสองคนไว้
" พวกแกจะทำอะไรอ่ะ รู้ไหมว่าพ่อฉันเป็นใคร " เจนจิรากล่าวอย่างกลัวๆ
" รู้สิคร๊าบบบบ คุณหนูเจนจิรา พวกผมกำลังจะเขียนใบสมัครเป็นลูกเขยผู้กำกับฯอยู่พอดี " นายเอกหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมจะเอามือไปจับแก้มเนียนๆของหญิงสาว
" เฮ้ย!! อย่าทำอะไรผู้หญิงนะ เขาไม่เกี่ยว ปล่อยเขาไปซะ " สารวัตรปัณณ์ ปัดมือนายเอกออก
"อ้าววว เฮ้ย แบบนี้จะหวงไว้เองหรอวะ แบ่งๆ กันก็ได้นะ สวยๆแบบนี้ ไม่ถือ ไม่ถือ " นายเอกเอ่ยอย่างกวนๆ
- พลั๊วะ - สารวัตรปัณณ์ชกเข้าที่หน้านายเอกทันที แล้วก็เกิดเหตุตะลุมบอนกันขึ้น ทันใดนั้น เจนจิราได้จังหวะและโอกาศ จึงได้ใช้ไม้ฟาดเข้าไปที่หัวนายเอกเต็ม ๆ
นายเอกถึงกับเข่าทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น สารวัตรปัณณ์เห็นดังนั้น จึงได้รีบฉุดมือของเจนจิราวิ่งหนีทันที
หลังจาที่ทั้งสองได้วิ่งหนีมาได้สักพัก เจนจิราซึ่งเหนื่อย หอบ วิ่งต่อไปไม่ไหว จึงได้ทรุด นั่งพัก หายใจหอบถี่ ร้องบอกสารวัตรปัณณ์ " คุณ..ฉันไม่ไหวแล้ว" - แฮกๆๆๆ-
" แล้วใครใช้ให้คุณเสียงดังแแบบนั้นล่ะ หาเรื่องซวยแท้ๆ " สารวัตรปัณณ์บ่น
" ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าพวกนั้นจะเป็นคนร้ายอ่ะ " เจนจิราเอ่ยปนเสียงหอบอยู่ " แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกันล่ะนี่ " เจนจิรามองไปรอบๆ ตัว
" ไม่รู้ " สารวัตรปัณณ์ตอบ
" อ้าวววว อยางนี้ไม่เท่ากับว่าเราหลงป่าหรอ " เจนจิราเริ่มจะโวยวาย
" ก็ใครใช้ให้คุณไม่ดูตาม้าตาเรือล่ะ ไม่โดนฆ่าตายตรงนั้นก็บุญแล้ว "
" ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าพวกนั้นเป็นคนร้าย และในเมื่อรู้ว่าพวกนั้นเป็นคนร้าย ทำไมคุณถึงไม่จับ จะไปแอบซุ่มดูอยู่ทำไม "
" นี่คุณ อยู่ดีๆ จะเดินเข้าไปจับเลยได้ไง หลักฐานก็ไม่มี ขืนจับไปก็โดนร้องเรียนสิคุณ "
" ก็....ฉันไม่รู้นี่ " เจนจิราตอบเบาๆ " แล้วเราจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไรเนี่ย ดูสิใกล้จะมืดแล้วด้วย " เจนจิราเริ่มกลัว
" ก็คงต้องเดินไปตามทางนี้ล่ะคุณสัก 2-3 กม. ก็คงจะถึงหมู่บ้านข้างๆ เดินไหวไหมล่ะคุณ "
" แล้วหลังจากถึงหมู่บ้านข้างๆล่ะ ทำอย่างไรต่อ " เจนจิราถามถึงแผนการต่อไป
" ก็คงต้องเสี่ยงดูอ่ะคุณ ว่าจะไปโผล่ตรงไหน แล้วต้องทำอย่างไรต่อ " สารวัตรปัณณ์ตอบ