หยวนหรงสวีเดินเข้ามาในโถงรับรองด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตอนเด็ก ๆ เขามาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง
“คารวะท่านน้าหลิง ท่านน้าสะใภ้หลิง” เขาเอ่ยทักทายผู้อาวุโสทั้งสองที่เขานับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“นั่งก่อน ๆ หรงสวีมาด้วยตนเองเลยหรือ” ป่อหลินเอ่ยทักทายชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม จะว่าไปเขาก็ไม่ได้พบหน้าผู้ที่เหมือนหลานชายคนนี้มานานเหมือนกัน
“คารวะพี่หรงสวีเจ้าค่ะ” หยู่เยียนลุกขึ้นทักทายผู้ที่พึ่งเข้ามาใหม่ด้วยท่าทีที่เป็นกันเอง
“เยียนเอ๋อร์” เขามองไปที่อีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ เขาจำได้ว่านางแต่งงานออกไปแล้วมิใช่หรือเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้
“ไม่ได้พบกันเสียนาน พี่หรงสวีสบายดีนะเจ้าคะ” หากได้คนนี้คอยสนับสนุนนางเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องราบรื่น
“ข้าสบายดี แล้วเจ้าเล่าเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามกลับ พร้อมกับมองสำรวจหญิงสาวที่ไม่ได้พบกันนาน ดูนางเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“เฮ้อ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้น้าก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าเสียหน่อย” ป่อหลินถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ก่อนจะเล่าเรื่องที่บุตรสาวพบเจอให้กับอีกฝ่ายและหวังว่าพวกเขาจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนและยื่นมือมาช่วยเหลือ และต่อให้เขาต้องเสียเงินมากมายเพียงใดเขาก็ยอม
“ขอเพียงเจ้ารับปากว่าจะส่งคนที่ไว้ใจได้ไปคอยดูแลเยียนเอ๋อร์ที่สกุลเหยียน ไม่ว่าจะต้องเสียเงินมากเพียงใดข้าก็ยอม” ลู่เสียนขอร้องผู้ที่เปรียบเสมือนหลานชาย นางรู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนใจบุตรสาวได้ ตอนนี้จึงทำได้เพียงร้องขอชายผู้นี้
“เราคนกันเองอย่าได้เอ่ยเรื่องเงินทองเลยขอรับ” ไม่อยากจะเชื่อว่านางต้องมาเจอเรื่องที่เลวร้ายเช่นนี้ เขาคิดว่านางมีความสุขหลังแต่งงานไปแล้วเพราะสามีที่นางแต่งงานด้วยก็ดูจะรักและเอาใจใส่นางไม่น้อย
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณหลานชายที่ช่วยเหลือ หากทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีข้าจะตอบแทนอย่างดี ไม่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าช่วยเหลือสิ่งใดเอ่ยมาได้ทุกเมื่อ” ป่อหลินได้แต่ยิ้มออกมาโล่งใจ หากบุรุษผู้นี้ไม่ยอมช่วยเขาก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งผู้ใดแล้ว
“เรื่องนั้นไม่ต้องเกรงใจขอรับ” เขาช่วยเพียงเพราะอยากช่วยไม่ได้หวังผลประโยชน์อันใด
“เยียนเอ๋อร์ กลับไปพักผ่อนที่เรือนก่อน ประเดี๋ยวพ่อจะคุยเรื่องงานกับหรงสวีก่อน” นางคงจะเหนื่อยมามาก หลายวันนี้ก็ให้นางได้พักผ่อนอยู่ที่นี่อย่างเต็มที่ก่อนจะไปสู้รบกับคนเหล่านั้น
“เจ้าค่ะ”
หลังจากหลิงหยู่เยียนเดินออกไปแล้ว ทั้งสองก็พูดคุยเรื่องงานกันต่อ แต่ตอนนี้เขาคงต้องส่งคนที่สามารถไว้ใจได้ไปกับขบวนสินค้าแทน เพราะเขาไม่อาจวางใจให้บุตรสาวอยู่ที่เมืองหลวงคนเดียวอีกแล้ว
“คุณนายหญิงให้บ่าวนำชุดใหม่มาให้เจ้าค่ะ” สาวใช้นำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย “ส่วนเรื่องสาวใช้ที่จะติดตามคุณหนูที่จวนสกุลเหยียนนายท่านจะเป็นผู้คัดเลือกด้วยตนเอง
“ดี แล้วท่านพ่อจะจะเลือกเมื่อใดหรือ” นางจะดูการคัดเลือกนี่ด้วยตนเอง ตั้งแต่เกิดเรื่องของถิงถิงนางคิดว่าตนเองกลัวการเชื่อใจผู้อื่นไปเลย
“พรุ่งนี้เจ้าค่ะ”
“ไปบอกท่านพ่อว่าข้าจะไปคัดเลือกสาวใช้ด้วย” พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย
หญิงสาวแช่น้ำอย่างผ่อนคลายให้สาวใช้ปรนนิบัติอย่างสบาย ตอนแรกนางก็ปฏิเสธที่จะให้อีกฝ่ายเข้ามารับใช้ แต่เมื่อคิดได้ว่าสักวันก็ต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีกจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“หากคนสกุลเหยียนมาตามหาข้า ไม่ต้องให้พวกเขาเข้ามา” ไม่รู้ว่าตอนนี้คนสกุลเหยียนรู้หรือยังว่านางหายตัวไป
“เจ้าค่ะ”
“ออกไปเถิด เดี๋ยวที่เหลือข้าจัดการเอง” พูดจบก็หลับตาลงอย่างต้องการใช้ความคิด ตอนนี้นางยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับคนเหล่านั้นอย่างไร แต่ที่รู้ ๆ นางไม่มีทางปล่อยให้คนพวกนั้นมีหน้าอยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้ต่ออย่างแน่นอน คนสกุลเหยียนจะต้องล่มจมไม่มีทางลุกขึ้นมาได้อีก
และก็เป็นไปตามคาด วันรุ่งขึ้นเหยียนหนิงอวี่ก็มาที่จวนสกุลหลิงแต่เช้า เพราะเขาได้รับรายงานจากสาวใช้ที่นำอาหารไปให้หลิงหยู่เยียนว่านางได้หายตัวไป และเดาว่านางจะต้องกลับมาที่จวนของตนเองอย่างแน่นอน
“ไม่ให้เข้าพบ บอกว่าอีกสองสามวันข้าจะกลับไปเอง” หยู่เยียนเอ่ยกับองครักษ์ที่เข้ามาแจ้ง ตอนนี้คนจากสำนักคุ้มกันภัยยังไม่พร้อมไปอยู่ที่จวนสกุลเหยียนกับนาง บิดาจึงไม่วางใจให้นางไปคนเดียว
“ขอรับ”
“เจ้าเลือกเอาเองเถิดว่าจะให้ผู้ใดติดตามไปด้วย คนพวกนี้ล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้ทั้งหมด” เขาคัดเลือกสาวใช้ที่สามารถไว้ใจได้มาแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่ให้บุตรสาวเขาเลือกด้วยตนเองเท่านั้น
หลิงหยู่เยียนเลือกสาวใช้ที่ไปด้วยสองสามคนรวมถึงคนที่ดูคอยดูแลนางเมื่อวานด้วย
“เอาละ กลับไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวที่เหลือพ่อจัดการเอง สองสามวันนี้ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขเถิด” ป่อหลินบอกกับบุตรสาว ตอนนี้เขาต้องการให้นางใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่ต้องมากังวลเรื่องอันใด
“เจ้าค่ะ” หยู่เยียนยิ้มน้อย ๆ การมีครอบครัวก็ดีเช่นนี้ นางจะใช้ทั้งชีวิตนี้เพื่อปกป้องพวกเขาเองไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องอันใดก็ตาม
หลิงป่อหลินทำการอบรมสาวใช้ที่ถูกเลือกอีกนิดหน่อย เขาจะต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นอีก
รุ่งขึ้นหยวนหรงสวีก็เดินทางมาที่จวนสกุลหลิงพร้อมกับคนสนิทสองคน เขาตัดสินใจที่จะให้ฉางเว่ยไปอยู่ที่จวนสกุลเหยียนกับหลิงหยู่เยียน
“ท่านน้า ฉางเว่ยจะตามไปอยู่ที่จวนสกุลเหยียนขอรับ”
“ถึงกับให้คนสนิทเลยหรือ” ป่อหลินรู้จักคนผู้นี้ เขาคอยรับใช้หรงสวีตอนเดินทางไปต่างเมือง
“จะให้ผู้อื่นไปข้าก็ไม่วางใจขอรับ” ช่วงนี้เขาไม่ต้องออกเดินทางไปต่างเมือง จึงสามารถให้คนสนิทไปทำหน้าที่นี้ได้
“ไปตามเยียนเอ๋อร์มาที่นี่” อีกไม่นานนางก็จะต้องเดินทางกลับไปที่จวนสกุลเหยียนแล้วสมควรที่จะทำความรู้จักผู้ดูแลเสียหน่อย
“เจ้าค่ะ”
ไม่นานหลิงหยู่เยียนก็เดินมาที่โถงรับรองด้วยท่าทีอ่อนแต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นคงและสง่างาม
“เยียนเอ๋อร์มาเร็วเข้านี่คือคนที่จะตามเจ้าไปที่สกุลเหยียน” ป่อหลินแนะนำคนให้บุตรสาวรู้จัก
“ข้าน้อยฉางเว่ยขอรับ” ฉางเว่ยแนะนำตนเองกับผู้ที่จะต้องมาเป็นเจ้านายในช่วงนี้
“จากนี้ก็ฝากเจ้าด้วย” จากนี้นางก็ไม่รู้ว่าต้องพบเจอกับเรื่องอันใด คนสกุลเหยียนรู้แล้วว่านางกลับมาที่จวน พวกเขาจะต้องหาทางรับมือกับเรื่องนี้แล้วอย่างแน่นอน ยิ่งสตรีสกุลจางผู้นั้นยิ่งไม่อาจดูแคลนได้
“ขอรับ”
“เจ้าต้องขอบคุณพี่หรงสวีของเจ้าให้มาก เขาถึงขั้นยกลูกน้องคนสนิทให้ไปดูแลเจ้า” ป่อหลินหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนเอ็นดูบุตรสาวของเขา หากว่าจากนี้เขาเป็นอันใดไปก็มีคนที่สามารถวางใจว่าจะมีคนคอยดูแลและปกป้องนางในวันหน้า
“ขอบคุณพี่หรงสวีที่เอ็นดูข้าตั้งแต่เล็กจนมาถึงบัดนี้ ข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทนวันหน้าหากมีอันใดให้ข้าช่วยเหลือก็บอกได้เสมอนะเจ้าคะ” หยู่เยียนได้แต่เอ่ยออกไปเช่นนั้น ไม่รู้ว่าวันหน้าหากเขามาขอความช่วยเหลือจากนางจริง ๆ นางจะสามารถช่วยเหลือเขาได้หรือไม่ แต่เมื่อคิด ๆ ไปคิด ๆ มาคนเช่นเขาคงไม่มีเรื่องใดมาขอความช่วยเหลือจากนาง
“เกรงใจเกินไปเจ้าก็เปรียบเสมือนน้องสาวของข้า ข้าจะปล่อยให้เจ้าลำบากได้อย่างไรเล่า” ตอนเด็ก ๆ เขาจำได้ว่าเขาเอ็นดูนางเป็นอย่างมาก จนร้องขอให้บิดามารดามีน้องสาวให้อีกคน แต่ไม่ว่าพวกท่านทั้งสองจะพยายามเพียงใดก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงทำให้ความรักความเอ็นดูของเขาทุ่มเทไปที่นางทั้งหมด
หลิงหยู่เยียนยิ้มจนตาหยีนี่แหละคือคนที่นางจะสามารถเกาะแขนเกาะขาได้ในอนาคต นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของครอบครัววันหน้าต้องสืบทอดกิจการแทนบิดามารดา หากได้เขาคอยช่วยเหลือก็คงไม่ต้องกังวลอันใด
“เช่นนั้นวันนี้ก็อยู่กินอาหารด้วยกันก่อน ท่านน้าสะใภ้ของเจ้ากำลังทำอาหารอยู่” ป่อหลินเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีที่สามารถหาทางออกเรื่องบุตรสาวได้
“ได้ขอรับ” หรงสวีรับปาก เพราะคิดถึงรสมือของน้าสะใภ้ผู้นี้ไม่น้อย ตอนเด็ก ๆ เขาได้กินบ่อยและรู้สึกชอบยิ่งนัก
“แล้วฉางเว่ยจะอยู่ที่นี่เลยหรือจะมาในวันพรุ่งนี้” หยู่เยียนถาม หากเขาอยู่ที่นี่นางจะได้ให้คนไปเตรียมห้องเอาไว้ให้
“อยู่ที่นี่เลยขอรับ แล้วพรุ่งนี้ก็เดินทางไปพร้อมกัน”
“ซูฉี เจ้าให้คนเตรียมห้องให้เขาด้วย” ตอนนี้นางให้สาวใช้ที่คอยดูแลในวันนั้นขึ้นมาเป็นสาวใช้คนสนิท คอยดูแลรับใช้อยู่ข้างกาย
“เจ้าค่ะ” ซูฉีรีบไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ตอนนี้นางได้รับความไว้วางใจจึงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“เยียนเอ๋อร์ เจ้าพาหรงสวีไปเดินเล่นในจวนก่อน เมื่ออาหารเสร็จแล้วข้าจะให้คนไปตาม” เขามีงานอีกมากที่ต้องสะสาง จึงให้บุตรสาวพาแขกออกไปเดินเล่นด้านนอก
“เจ้าค่ะ พี่หรงสวีตามข้ามาเถิดเจ้าค่ะ” หยู่เยียนเดินนำแขกไปที่ศาลาและพูดคุยกันหลายประโยค
“เจ้าจะกลับไปที่จวนนั้นอีกจริง ๆ หรือ” หรงสวีถาม เขาไม่เข้าใจความคิดของนาง หากเป็นสตรีอื่นคงเลือกที่จะเดินออกมาไม่ยอมทนอยู่เช่นนั้นอย่างแน่นอน
“บุญคุณต้องทดแทน มีแค้นต้องชำระท่านมิเคยได้ยินหรือ” หยู่เยียนตอบด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่หลิงหยู่เยียนคนก่อนได้ขอเอาไว้ก่อนจากไป นางจะไม่ทำตามได้หรือ
“คิดว่ามันคุ้มหรือ” เขาไม่อยากให้นางต้องเข้าไปเสี่ยงในที่ที่อันตรายเช่นนั้น
“คนพวกนั้นทำกับข้าเอาไว้มากนัก จะให้พวกมันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร” แม้หยู่เยียนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ก็ไม่อาจปิดบังสายตาที่แข็งกร้าวของตนเองได้เลย
“ในเมื่อตัดสินใจดีแล้ว ข้าก็จะช่วยเหลือเจ้าเอง” หรงสวีได้แต่มองน้องสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันหลายปีด้วยสายตาที่สนใจ ไม่คิดว่าหลายปีที่ไม่ได้พบหน้ากันจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“ขอบคุณพี่หรงสวีที่ช่วยเหลือ” ในเมื่อเขาเอ่ยปากเช่นนี้แล้วจะหักหาญน้ำใจก็ดูจะแล้งน้ำใจ นางกำลังต้องการคนช่วยสนับสนุนอยู่พอดี