บทที่ 5

2052 Words
“ฮูหยิน บ่าวสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ให้อภัยบ่าวด้วยนะเจ้าคะ” ถิงถิงหมดทางเลือกจึงได้แต่ถลาลงไปคุกเข่าที่พื้นและร้องขออย่างน่าเวทนา วันนั้นนางไม่น่าตัดสินใจทำเช่นนั้นเลย หากนางพยายามช่วยเหลือผู้เป็นนายมากกว่านี้ ชีวิตของนางคงไม่ต้องตกต่ำเช่นนี้ “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ อนุถิงที่เย่อหยิ่งเมื่อก่อนหายไปที่ใดแล้วล่ะ” หยู่เยียนได้แต่ปรายตามองอีกฝ่ายอย่างสมเพช ทำกับนางเช่นนั้นนางไม่มีทางอภัยให้อย่างเด็ดขาด นางไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดเรื่องอันใดขึ้น ถิงถิงจึงได้ซมซานกลับมาเช่นนี้ “บ่าวสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ฮูหยินยกโทษให้บ่าวด้วยนะเจ้าคะ” ถิงถิงคลานเข้าไปกอดเข่าของอดีตเจ้านาย หวังว่าจะเรียกร้องความสนใจของคนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้คิดถึงตอนที่ตนเองเลือกที่จะเดินจากไปในตอนนั้นเลยว่าตนเองนั้นทำความผิดใหญ่โตเพียงใด “สำนึกผิดจริง ๆ หรือว่าทางที่เจ้าเลือกนั้นไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง” หยู่เยียนได้แต่ยกยิ้มมุมปาก นางเชื่อว่าคนเช่นจางเวยลี่ไม่มีทางแบ่งบุรุษกับผู้ใดแน่นอน หากอีกฝ่ายต้องการแบ่งปันบุรุษกับผู้อื่นจริง ๆ คงไม่รีบกำจัดนางทิ้งไปทั้งที่นางยังมีผลประโยชน์อยู่เช่นนี้หรอก “บ่าวสำนึกผิดแล้วจริง ๆ คุณหนูให้อภัยถิงถิงนะเจ้าคะ คุณหนูได้โปรดให้อภัยถิงถิงด้วยนะเจ้าคะ” ถิงถิงยังคงอ้อนวอนร้องขอความเห็นใจจากอดีตเจ้านาย นางไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ที่นางได้ขึ้นมาเป็นอนุก็ไม่มีอันใดเป็นไปตามที่นางวาดฝันเลยแม้แต่น้อย ได้พบหน้านายท่านแทบจะนับครั้งได้ “ข้ามิใช่หลิงหยู่เยียนคนก่อนที่อ่อนแอและอ่อนต่อโลก ความสัมพันธ์เก่าก่อนมันสิ้นสุดลงไปตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกเดินหันหลังให้ข้าแล้ว จากนี้มิสู้กลับไปเลียแข้งเลียขาเจ้านายของเจ้า เผื่อว่านางจะมีงานให้เจ้าทำ” สองคนนี้นางจะต้องคิดบัญชีพร้อมกันทีเดียว การที่จะจัดการคนในราชสำนักนั้นมิใช่เรื่องง่าย นางเป็นเพียงบุตรสาวคหบดีแม้จะมีอำนาจแต่ก็ทำอันใดได้ไม่มาก คงต้องรอให้ความผิดของเขาชัดเจนขึ้นมาก่อนจึงจะสามารถจัดการได้ “คุณหนู บ่าวขอโทษเจ้าค่ะ บ่าวผิดไปแล้ว คุณหนูให้อภัยบ่าวด้วยนะเจ้าคะ” ถิงถิงยังคงกอดขาของหยู่เยียนเอาไว้แน่น นี่เป็นทางเดียวที่นางจะสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ คนเช่นจางเวยนั้นไม่มีทางญาติดีกับนางเป็นแน่ “ฉางเว่ยโยนนางออกไป ข้าไม่อยากเห็นหน้านาง” หยู่เยียนเอ่ยอย่างไร้เยื่อใยพลางสลัดอีกฝ่ายที่เกาะขาออกอย่างรังเกียจ “ขอรับ” เมื่อได้รับคำสั่งฉางเว่ยก็รีบเข้ามาลากถิงถิงออกไปตามคำสั่งทันที “เจ้าไม่ลองให้โอกาสนางหน่อยหรือ” หรงสวีเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน เขาคิดว่าหากได้ถิงถิงมาร่วมมือด้วย เรื่องที่อยากจะทำก็คงจะง่ายขึ้น “โอกาสอันใด คนเช่นนางไม่ดีพอที่จะได้รับโอกาสนั้น” นางยกน้ำชาขึ้นดื่มเพื่อดับกระหาย คนเช่นนั้นนางไม่มีทางให้อภัยอย่างแน่นอน มีแต่จะทำให้นางไม่มีที่ยืนน่ะสิไม่ว่า “ข้ามิได้บอกว่าให้เจ้าให้อภัยนาง ข้าแค้คิดว่าหากได้นางมาร่วมมือสิ่งที่เจ้าคิดจะทำอาจจะสำเร็จได้เร็วขึ้น หลังจากนั้นค่อยจัดการนางก็ไม่สาย” “ไม่ละ ข้าเชื่อว่านางต้องไปหาจางเวยลี่แน่นอน ปล่อยให้พวกนางสองคนร่วมมือกันไป จะได้จัดการทีเดียว” ยิ่งสองคนนั้นลงมือเร็วเท่าใดนางก็จะได้จัดการคนสกุลเหยียนเร็วเท่านั้น “เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า” ในเมื่อนางตัดสินใจแล้วเขาก็เชื่อในการตัดสินใจของนาง “ว่าแต่วันนี้เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องอันใดต้องการหารือหรือ” “ดูเหมือนเวยลี่จะสนใจท่านไม่น้อย หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านสามารถช่วยข้าได้หรือไม่” หยู่เยียนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา นางก็ไม่อยากจะทำให้เขาลำบากใจ หากเขาไม่เต็มใจนางก็ไม่อาจไปบังคับเขาได้ “เรื่องนั้นข้าคงทำตามที่เจ้าร้องขอไม่ได้ แต่ข้าสามารถแนะนำคนที่สามารถช่วยเหลือเจ้าในเรื่องนี้ได้” เขาไม่ถนัดเรื่องสตรี หากให้เขาจัดการอาจจะทำให้แผนการของนางเสียได้ “เช่นนั้นก็ดี แต่สามารถไว้ใจเขาได้ใช่หรือไม่” มิใช่ว่านางเรื่องมาก แต่นางไม่อยากให้คนรู้เรื่องนี้มากนัก “ไว้ใจได้ เขาเป็นสหายของข้าเอง” คนผู้นั้นแม้จะกะล่อนไปหน่อยแต่เขามั่นใจว่าสามารถเชื่อใจได้อย่างแน่นอน “เจ้าค่ะ ต้องของคุณพี่หรงสวีมากนะเจ้าคะที่คอยช่วยเหลือตลอด” หยู่เยียนเอ่ยขอบคุณออกมาจากใจจริง หากไม่มีเขานางก็ไม่รู้ว่าจะสามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้เพียงนี้หรือไม่ “สำหรับเราต้องมีคำว่าขอบคุณด้วยหรือ” หรงสวีได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู เขาจะปล่อยให้น้องน้อยของเขาลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไร ที่ผ่านมานางก็คงลำบากมามากพอแล้ว จากนี้เขาจะเป็นคนคอยช่วยเหลือนางเอง หลิงหยู่เยียนไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยอันใดออกมา จึงได้แต่ส่งยิ้มอย่างจริงใจไปให้เขา และได้แต่สัญญากับตนเองว่าหากเขาต้องการความช่วยเหลืออันใดนางจะต้องช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่แน่นอน แม้ว่าเรื่องนั้นจะยากลำบากมากเพียงใด ทางด้านถิงถิงเมื่อเห็นว่าไปร้องขอความเมตตาจากเจ้านายเก่าไม่สำเร็จ จึงได้กลับมาคิดหาทางรอดให้ตนเอง หากนางไม่สามารถกลับไปอยู่ข้างกายของหลิงหยู่เยียนได้ จากนี้ก็คงมีทางเดียวที่นางสามารถทำได้คือต้องประจบจางเวยลี่ผู้นั้น และดูเหมือนว่ามันก็คงไม่ยากสำหรับนาง หากอีกฝ่ายต้องการชนะหลิงหยู่เยียนนางสามารถช่วยได้ เพราะพวกนางเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ผู้ใดจะรู้จักเจ้านายเก่าผู้นี้ไปมากกว่านาง “ข้ามาพบฮูหยินรอง” ถิงถิงตัดสินใจมาหาจางเวยลี่ที่เรือน นางต้องทำข้อตกลงกับสตรีผู้นี้ให้เรียบร้อย มิเช่นนั้นจะเป็นนางเองที่อยู่ในจวนนี้อย่างลำบาก ซึ่งนางไม่มีทางปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน สาวใช้มองหน้าของถิงถิงอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมเข้าไปรายงานคนที่อยู่ในเรือนอย่างว่าง่าย เพราะยังไม่มีคำสั่งห้ามให้อีกฝ่ายเข้าพบ “ให้นางเข้ามา ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าอนุถิงจะมาพบข้าด้วยเรื่องอันใด” สตรีผู้นี้ทะเยอทะยานใฝ่สูง มิเช่นนั้นคงไม่ตอบรับทันทีที่นางเสนอให้มาเป็นอนุของท่านพี่หรอก “เจ้าค่ะ” บ่าวที่เข้ามารายงานออกไปได้ไม่นานถิงถิงก็เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่ถ่อมตัว “คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ” ถิงถิงเรียกอีกฝ่ายอย่างเอาอกเอาใจว่าฮูหยิน เพราะคนในจวนนี้รู้ดีว่านางไม่ชอบให้ผู้ใดเรียกตนเองว่าฮูหยินรอง “เจ้ามีเรื่องอันใดหรือจึงได้มาหาข้าถึงที่เรือน” เวยลี่แสร้งถาม เมื่อเช้านางได้รับรายงานว่าอีกฝ่ายไปหาหยู่เยียนที่เรือน ที่มาหานางเช่นนี้ก็คงเพราะว่าแผนที่จะกลับไปอยู่กับเจ้านายคนเดิมไม่สำเร็จสินะถึงได้ถ่อมาหานางถึงที่เรือน “บ่าวมีข้อเสนอเจ้าค่ะ” ถิงถิงยิ้มร้าย นางเชื่อว่าหากอีกฝ่ายได้ยินข้อเสนอของนางจะต้องตอบตกลงแน่นอน “ไหนลองว่าข้อเสนอของเจ้ามา” หากข้อเสนอของถิงถิงน่าสนใจก็ไม่เป็นผลเสียอันใดหากจะยอมร่วมมือด้วย หากหมดประโยชน์แล้วค่อยจัดการก็คงไม่เสียหายอันใด “ที่ฮูหยินท้ายจวนผู้นั้นกลับมามีอำนาจอีกครั้งคงไม่เป็นเรื่องดีกับฮูหยินใช่หรือไม่เจ้าคะ บ่าวติดตามนางมาตั้งแต่เด็กรู้ดีว่าต้องจัดการกับนางอย่างไร ฮูหยินสนใจหรือไม่เจ้าคะ” ถิงถิงเสนอ เรื่องจัดการกับหยู่เยียนผู้นั้นไม่ได้ยากเกินความสามารถของนางเลยแม้แต่น้อย “แลกกับอันใด” เวยลี่มองไปที่ถิงถิงด้วยสายตาราบเรียบคล้ายไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา “ให้บ่าวอยู่ในจวนนี้อย่างสุขสบายเท่านี้ก็เพียงพอเจ้าค่ะ” ตอนนี้ถิงถิงไม่กล้าที่จะเรียกร้องอันใดมาก วันหน้าจัดการศัตรูคนเดียวกันได้แล้วนางค่อยมาคิดอีกที่ว่าจะจัดการกับคนตรงหน้านี้อย่างไร เพราะนางไม่มีทางหยุดอยู่เท่านี้อย่างแน่นอน “น่าสนใจดีนิ เช่นนั้นข้าจะยอมร่วมมือกับเจ้าก็แล้วกัน” หากได้ถิงถิงมาร่วมด้วยนางคงรู้ทันแผนการของหยู่เยียนไม่น้อย เพราะสองคนนี้เติบโตมาด้วยกัน อย่างน้อย ๆ ต้องเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ไม่มากก็น้อย “ขอบคุณฮูหยินเจ้าค่ะ” ถิงถิงยกยิ้มอย่างย่ามใจ จากนี้ก็อยู่ในจวนนี้ต่อไปได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกรังแกจากฝ่ายใด “เจ้ารู้จักหยวนหรงสวีผู้นั้นหรือไม่” นางได้รับข่าวว่าวันนี้เขามาหาหยู่เยียนที่จวน ตั้งแต่ที่นางรู้จักอีกฝ่ายมานางไม่เคยได้ยินชื่อคนผู้นี้ออกมาจากปากของหยู่เยียนเลยสักครั้ง “รู้จักเจ้าค่ะ ใต้เท้าหยวนเอ็นดูนางเหมือนน้องสาว เพราะบิดามารดารู้จักกันจึงได้สนิทสนมกันตั้งแต่เด็กเจ้าค่ะ แต่เพราะใต้เท้าหยวนต้องเดินทางไปอยู่ต่างเมือง จึงมิได้พบหน้ากันอีก” ถิงถิงเล่าเรื่องที่ตนรู้ให้จางเวยลี่ฟัง “แน่ใจหรือว่าทั้งสองมิได้มีความสัมพันธ์อันใดที่มากกว่านั้น” เวยลี่ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ หากทั้งสองมีความสัมพันธ์เกินเลยก็อาจจะจัดการอันใดได้ง่ายขึ้น “แน่ใจเจ้าค่ะ ใต้เท้าหยวนมิได้มีท่าทีเกินเลยกับฮูหยิน ฮูหยินก็เช่นกันเจ้าค่ะ เพียงนับถือเป็นพี่ชายเท่านั้น” เรื่องนี้นางมั่นใจว่าทั้งสองไม่ได้มีอันใดเกินเลยอย่างแน่นอน เพราะหากมีเรื่องเช่นนั้นจริงนางจะต้องรู้ก่อนคนอื่นอยู่แล้ว “เช่นนั้นเจ้ากลับไปเถิดหากมีเรื่องอันใดข้าจะให้คนไปแจ้งที่เรือน” นางต้องการใช้ความคิด ตอนนี้นางยังคิดไม่ออกว่าต้องจัดการกับหยู่เยียนเช่นไร นางต้องรีบกำจัดหยู่เยียนออกไปจากที่จวนนี้โดยเร็ว มิเช่นนั้นจะเป็นนางเองที่ต้องกระเด็นออกไปจากที่นี่ ซึ่งนางไม่มีทางยอมเด็ดขาด หากนางจะออกไปจากที่นี่ต้องเป็นนางที่เลือกเดินออกไปเองเท่านั้น “เจ้าค่ะ” “ฮูหยินจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีเจ้าคะ” อาจงเอ่ยถามผู้เป็นนาย ดูเหมือนเรื่องนี้จะจัดการยากเสียแล้ว หากนายท่านเอนเอียงไปทางฮูหยินใหญ่พวกนางเดือดร้อนแน่ ๆ “ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร หากกำจัดหลิงหยู่เยียนออกไปจากจวนได้ พวกเราจึงจะยืนอยู่ที่จวนนี้ได้อย่างมั่นคง” หากเป็นไปได้นางก็อยากที่จะอยู่ที่จวนนี้ต่อไป นางยังยืนยันคำเดิมว่านางยังคงรักเขาอยู่ แต่หากเขาเลือกที่จะปล่อยมือนางก่อน นางก็มีแผนการของนาง “เช่นนั้นฮูหยินก็รีบมีบุตรสิเจ้าคะ ฐานะของท่านจะได้มั่นคงขึ้น”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD