บทที่ 6

2007 Words
หลายวันผ่านไปทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ยกเว้นหยวนหรงสวีที่คอยแวะเวียนมาหาหลิงหยู่เยียนที่จวนอยู่บ่อย ๆ พร้อมกับพาสหายของตนมาให้นางรู้จัก “หยู่เยียนนี่คือเฉินห่าวอู๋ สหายของข้าที่จะช่วยเจ้า” “คารวะใต้เท้าเฉินเจ้าค่ะ” หยู่เยียนลุกขึ้นทำความเคารพผู้ที่มาเยือน เพราะหลังจากนี้คงได้พึ่งพาเขาอีกมาก “อย่าได้เกรงใจเกินไปเลย อย่างไรก็คนกันเองทั้งนั้น วันหน้าก็เรียกข้าว่าพี่ห่าวอู๋ก็ได้” ห่าวอู๋ยกยิ้มน้อย ๆ เขาได้ยินสหายเล่าเกี่ยวกับสตรีผู้นี้มาไม่น้อยตอนที่อยู่ต่างเมืองด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่านางจะต่างจากที่สหายของเขาเล่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว “เจ้าเล่าเองเถิดว่าต้องการให้ห่าวอู๋ช่วยอันใด” เขายังไมได้เล่ารายละเอียดเรื่องที่นางต้องการให้ช่วย อยากให้นางเล่าด้วยตนเอง หลิงหยู่เยียนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองและบอกว่าต้องการให้อีกฝ่ายนั้นช่วยเหลืออันใดอย่างไม่รู้สึกอาย “แต่ก็ไม่รู้ว่าแผนการนี่จะได้ใช้หรือไม่นะเจ้าคะ” นางยังเดาไม่ถูกว่าฝั่งนั้นจะใช้แผนการใด นี่ก็เป็นเพียงแผนการหนึ่งที่นางคิดเอาไว้เท่านั้น “เรื่องนี้ง่าย ๆ เดี๋ยวข้าลองเข้าไปตีสนิทเวยลี่ผู้นั้นก่อน ดูว่านางมีท่าทีเช่นไร” เรื่องพวกนี้ไม่เกินความสามารถเขาหรอก แค่หน้าตาและฐานะของเขาก็สามารถหลอกล่อสตรีได้ไม่น้อยแล้ว “แต่นางจะยอมไว้ใจหรือ หากรู้ว่าพวกเรารู้จักกัน” เวยลี่มิใช่คนโง่ที่จะยอมเชื่ออันใดง่าย ๆ ยิ่งหากรู้ว่าสนิทกันนางไม่มีทางไว้ใจอย่างแน่นอน “เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาเดี๋ยวข้าจัดการเอง” เขามีวิธีเข้าหาคนหลายวิธี ยิ่งรู้ว่าทั้งสองไม่ถูกกันเช่นนี้เขาว่าการเข้าหายิ่งง่ายกว่าเดิม “ได้ยินเช่นนั้นก็วางใจเจ้าค่ะ” หยู่เยียนยิ้มออกมาน้อย ๆ ไม่รู้ว่าแผนการเหล่านี้จะได้ใช้หรือไม่ ฝั่งนั้นก็ไม่เห็นจะเคลื่อนไหวอันใด หรือว่านางจะเป็นคนเคลื่อนก่อนดี “คุณหนู ใบชาที่เรือนหมดมีแต่ของที่เรือนใหญ่ส่งมา จะให้บ่าวออกไปซื้อหรือใช้ใบชาของเรือนใหญ่เจ้าคะ” ซูฉีเดินมาถามผู้เป็นนายด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ตรวจดูของใช้อย่างละเอียด ทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดเช่นนี้ ยิ่งผู้เป็นนายมีแขกมาเยือนยิ่งไม่ควรมีอันใดผิดพลาด “ช่างเถิด ใช้ชาของเรือนใหญ่ก็ได้” นางได้เห็นชาที่เวยลี่ส่งมาผ่าน ๆ ตาอยู่บ้าง ถึงจะมิใช่ชาชั้นดีแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป “ต้อนรับบกพร่องต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ” “เรื่องแค่นี้ไม่ต้องกังวล” หรงสวีเอ่ยขึ้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องกังวล เขาไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเพียงเท่านี้หรอก “เช่นนั้นวันหน้าหากมีโอกาสข้าจะขอเลี้ยงอาหารสักมื้อนะเจ้าคะ” นางยังไม่สบายใจอยู่ดี เดี๋ยวต้องออกไปหาซื้อของมาตุนไว้เสียแล้วจะได้ไม่ต้องมาเกิดเหตุเช่นนี้อีก “ได้ ๆ หากทำแล้วสบายใจข้าก็ไม่ขัด” ห่าวอู๋เอ่ยออกมาอย่างขบขัน ไม่คิดว่านางจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้ เพียงแค่น้ำชาถ้วยเดียวก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้ “มาแล้วเจ้าค่ะ” ซูฉีออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกาน้ำชา และจัดแจงรินน้ำชาให้ทั้งสามคนที่กำลังนั่งสนทนากันอยู่ เฉินห่าวอู๋ที่ได้กลิ่นชาก็ขมวดคิ้ว ที่บ้านเขาขายยาสมุนไพรและเขาก็เรียนเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กจึงคุ้นเคยกับพวกมันดี “เจ้าว่าชานี้ได้มาจากที่ใดนะ” เขาหันไปถามสาวใช้ที่กำลังรินน้ำชา “ที่เรือนใหญ่ส่งมาให้เจ้าค่ะ” ซูฉีได้แต่ตอบไปด้วยใบหน้าที่มึนงง ไม่รู้ว่าตนทำอันใดผิดไปอีกฝ่ายจึงได้มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ “มีเรื่องอันใดหรือ” เมื่อเห็นว่าสหายมีท่าทีผิดปกติหรงสวีจึงได้เอ่ยถาม “ชานี้มีสมุนไพรสองตัวหากเมื่อผสมกันจะเกิดพิษอ่อน ๆ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และที่สำคัญคือทำให้มีบุตรยากหรืออาจจะไม่สามารถมีบุตรได้อีก” เขาอธิบายให้คนทั้งหมดฟัง “ทำกันเพียงนี้เลยหรือ” ซูฉีได้แต่มองกาน้ำชาที่อยู่ในมืออย่างโมโห ไม่คิดว่าจะทำกันเช่นนี้ได้ “ก็เป็นปกติมิใช่หรือ” หยู่เยียนเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน เรื่องเรือนหลังก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ ชิงดีชิงเด่นอยู่ที่ว่าผู้ใดจะแข็งเกร่งและยืนหยัดอยู่ได้นานกว่ากัน “ดีนะเจ้าคะที่ใต้เท้าเฉินอยู่ที่นี่ด้วย มิเช่นนั้นคุณหนูคงจะดื่มไปแล้ว” ถือว่าโชคยังเข้าข้าง หากคุณหนูดื่มเข้าไปแล้วจะเป็นเช่นไร “ข้าไม่คิดที่จะกินของที่นางให้มาหรอก วันนี้ชาที่เรือนหมดจึงได้หยิบออกมาใช้ จากนี้เจ้าก็ระวังให้ดีอย่าประมาท ของที่นางเอามาให้ก็รับเอาไว้เหมือนเดิมอย่าให้นางสงสัย แต่ต้องตรวจสอบให้ดีเป็นไปได้ก็ทิ้งไปเลยไม่ต้องเก็บไว้” หยู่เยียนสั่งสาวใช้ นางไม่ต้องการให้อันใดผิดพลาด เพราะวันนี้หากไม่ได้ห่าวอู๋นางก็คงดื่มชานั่นไปแล้ว และหากมันเป็นยาพิษจริง ๆ นางก็คงไม่มีทางรอด “บ่าวจะระวังมากกว่านี้เจ้าค่ะ” ซูฉีได้แต่ก้มหน้าเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้ผู้เป็นนายเกือบตกอยู่ในอันตราย “พี่ห่าวอู๋รู้ได้อย่างไรเจ้าคะว่าชานั้นเป็นพิษ” หยู่เยียนได้แต่ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะนางดูแล้วก็ปกติดี “ที่บ้านข้าขายสมุนไพร แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้ว” ห่าวอู๋เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ “เช่นนั้นหากใส่ลงไปในชาคนทั่วไปก็ไม่รู้สิเจ้าคะ” เมื่อครู่นางลองดมกลิ่นดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามีอันใดผิดปกติ นางจึงได้ถามดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “ใช่ หากมิได้ร่ำเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้จริง ๆ ก็จะไม่รู้ บางคนร่ำเรียนอย่างจริงจังก็มิใช่ว่าจะมีความสามารถเช่นข้า” ห่าวอู๋อดไม่ได้ที่จะอวดอ้างความสามารถของตนเอง “เจ้าจะว่าเจ้ามีพรสวรรค์ทางด้านนี้เช่นนั้นหรือ” หรงสวีอดไม่ได้ที่จะหยอกเหย้าสหายของตนเอง แต่เรื่องที่อีกฝ่ายพูดมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด น้อยคนมากที่จะทำได้เช่นนั้น “ฮ่า ๆ ที่เจ้าเข้าใจนั้นถูกแล้ว” ห่าวอู๋หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ยิ่งพูดก็ยิ่งถูก ใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดเชี่ยวชาญสมุนไพรเท่าเขาแล้ว “พี่ห่าวอู๋เก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่าเขาพอใจกับคำชื่นชมมากเพียงใด หยู่เยียนจึงได้เอ่ยชมเขาไปหนึ่งประโยค เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้สนิทสนมกันง่ายขึ้น คนมีความสามารถเช่นนี้จะเกาะแข้งเกาะขาไว้ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใดใช่หรือไม่ “เจ้าชื่นชมถูกคนแล้ว” ยิ่งถูกชมเช่นนี้เขายิ่งรู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายไม่น้อย เช่นนั้นเขาจะช่วยเหลือนางอย่างเต็มที่ก็แล้วกันตอบแทนที่นางชมเขาว่าเก่ง “พี่หรงสวี หากข้าอยากให้ฉางเว่ยนำชาพวกนี้ไปใส่ให้เวยลี่คืนจะได้หรือไม่” ในเมื่อเวยลี่ต้องการที่จะใช้ยานี้กับนาง นางก็จะให้อีกฝ่ายรู้ว่าผลของการใช้ยานี้เป็นเช่นไร “เจ้าต้องการที่จะเอาคืนนางหรือ” ห่าวอู๋ถามอย่างตื่นเต้น เขาไม่เคยต้องทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน เมื่อได้มาสัมผัสกับตนเองจึงรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ “ข้าไม่ปล่อยให้นางลงมืออยู่ฝ่ายเดียวหรอกเจ้าค่ะ” “ดี เช่นนั้นข้าจะส่งยาตัวใหม่มาให้เจ้า ยานี้ได้ผลดีทีเดียว ดื่มเพียงไม่กี่ครั้งก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตลอดชีวิต” ยานี่เขาคิดค้นขึ้นมาด้วยตนเอง กำลังเป็นที่นิยมในหอนางโลมที่ต่างเมือง “เอาแบบนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” ในเมื่อนางเลือกที่จะลงเล่นหมากกระดานนี้แล้ว นางจะไม่มีความปรานีให้ผู้ใดเด็ดขาด “เด็ดขาดดี ข้าชอบคนเช่นนี้” ยิ่งได้สนทนากับอีกฝ่ายเขาก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา ไม่คิดว่าสหายจะมีของดีอยู่ข้างกายเช่นนี้ หยวนหรงสวีได้แต่นั่งมองน้องน้อยที่ตนเองรู้จักมาตั้งแต่เด็ก ทว่าตอนนี้เหมือนเขาไม่รู้จักนางเลยสักนิด เด็กสาวที่จิตใจดี มีเมตตาเปลี่ยนไปได้มากมายเพียงนี้ไม่รู้ว่าที่ผ่านมานางต้องพบเจอความยากลำบากมามากเพียงใด จึงได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวเช่นนี้ ทั้งสามปรึกษาเรื่องแผนการกันอีกนิดหน่อยก่อนที่เฉินห่าวอู๋จะขอตัวกลับจวน “เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องกลับก่อน เจ้าก็อยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยประเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอาได้” ห่าวอู๋บอก เขาและหรงสวีรู้จักกันที่ต่างเมืองคนในเมืองหลวงไม่ค่อยมีผู้ใดรู้เรื่องนี้ จึงไม่ยากที่จะโกหกจางเวยลี่ “ได้ เดินทางดี ๆ วันหน้าค่อยนัดกันดื่มกินที่ร้านอาหาร” หรงสวีบอกลาสหาย โชคดีที่อีกฝ่ายรู้สึกถูกชะตากับหยู่เยียนมิเช่นนั้นคนที่ต้องเป็นเหยื่อล่อก็คงหนีไม่พ้นเขา ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่นอน “ได้ ๆ เจ้าก็ให้คนของเจ้าตามไปเอายาที่เรือนของข้าด้วยก็แล้วกัน คนลงมือก่อนมักได้เปรียบ” พูดจบก็เดินออกไป แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากประตูใหญ่ก็รู้สึกว่ามีคนกำลังมองมาจึงได้หันกลับไป ก็พบว่ามีสตรีผู้หนึ่งกำลังยืนมองเขาอยู่จากที่ไกล ๆ เฉินห่าวอู๋ส่งยิ้มน้อย ๆ ไปให้สตรีผู้นั้นก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถม้าที่จอดอยู่ “สตรีผู้นั้นคือจางเวยลี่หรือ” เมื่อขึ้นมาบนรถม้า เขาจึงได้เอ่ยถามคนสนิทที่ติดตามอยู่ข้างกาย เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจางเวยลี่นั้นมีหน้าตาเช่นไร “น่าจะใช่นะขอรับ ที่จวนนี้มีเจ้านายที่เป็นสตรีเพียงสองคน อนุถิงก็มิใช่ เช่นนั้นก็เหลือแค่จางเวยลี่เท่านั้น” หวงลู่ได้แต่คาดเดา เขาก็ไม่เคยเห็นหน้าตาเวยลี่เช่นกัน แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าสตรีที่ยืนอยู่เมื่อครู่อย่างไรก็คือนาง เพราะสาวใช้ไม่มีทางแต่งตัวดูดีเช่นนั้นแน่นอน “ดี เช่นนั้นแผนการแรกของเราก็ดูเหมือนจะสำเร็จได้อย่างไม่ต้องพยายามอันใดเลย” ไม่คิดว่าจะโชคดีเช่นนี้ ที่เหลือก็แค่รอว่าแผนการทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางใด แต่หลังจากนี้เขาคงต้องหาโอกาสพบหน้าของนางบ่อย ๆ เสียแล้ว “จากนี้เจ้าก็ให้คนติดตามดูว่านางทำอันใดบ้าง แล้วคอยรายงานข้า” แผนการจากนี้ของเขาคือต้องตีสนิทนาง ทำให้นางเชื่อใจเขาให้เร็วที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD