บทที่ 7

1986 Words
หลิงหยู่เยียนที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่เรือน อยู่ ๆ สาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าเหยียนหนิงอวี่มาขอเข้าพบนางถึงที่เรือน “คุณหนูหนิงอวี่มาขอเข้าพบเจ้าค่ะ” ซูฉีรับหน้าที่เข้ารายงานผู้เป็นนายที่กำลังพักผ่อนอยู่ “เขาได้บอกหรือไม่ว่าต้องการพบเรื่องอันใด” หยู่เยียนลุกขึ้นนั่งพลางจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย “ไม่ได้บอกเจ้าค่ะ น่าจะเป็นเรื่องสำคัญเพราะยืนยันว่าจะเข้าพบคุณหนูให้ได้” “ให้เขาเข้ามา” นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าบุรุษผู้นั้นมีเรื่องอันใดจึงได้แบกหน้ามาหานางที่เรือนได้ “เจ้าค่ะ” ซูฉีออกไปไม่นานก็เดินเข้ามาพร้อมกับผู้เป็นเจ้าของจวน เพราะนางไม่ไว้ใจให้เขาอยู่ตามลำพังกับเจ้านายเพียงสองคน “ท่านพี่มีเรื่องอันใดหรือถึงได้มาหาข้าถึงเรือนที่ห่างไกลเพียงนี้” หยู่เยียนเอ่ยกับผู้มาเยือนแต่ไม่ได้คิดที่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาแม้แต่น้อย “ข้าตัดสินใจได้แล้ว อย่างไรเจ้าก็คือฮูหยินเอกของข้า คือคนที่ข้าตบแต่งเข้าจวนมาอย่างสมเกียรติ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าลำบากอีกแล้วตอนนั้นข้าแค่หลงผิดไปเท่านั้น” หนิงอวี่ได้แต่เอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิด เพราะไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรนางถึงจะยอมยกโทษให้ “ท่านพี่เลือกข้าเช่นนั้นหรือ แล้วเวยลี่เล่าท่านพี่จะจัดการกับนางเช่นไร” ในเมื่อเขาตัดสินใจเลือกนาง นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาคิดที่จะจัดการกับจางเวยลี่ผู้นั้นเช่นไร “ลี่เอ๋อร์เคยหลงผิดไปชั่วครู่ จากนี้ข้าจะสั่งสอนนางอย่างดีว่าให้เคารพเจ้า เจ้าก็ให้อภัยนางด้วยเถิด” ถึงแม้ว่าเขาต้องพึ่งพาคนตรงหน้ามากเพียงใด แต่เขาก็ไม่อาจหักหลังคนที่ทนทุกข์ทนลำบากมาด้วยกันเช่นเวยลี่ได้ “อภัยเช่นนั้นหรือ ขอโทษด้วยตอนนี้ข้าคงยังอภัยให้นางมิได้” หยู่เยียนพับหนังสือที่อยู่ในมืออย่างไม่ค่อยพอใจ ก่อนที่จะมองไปยังหนิงอวี่ตรง ๆ สุดท้ายคนที่สำคัญกับเขามากที่สุดก็คือจางเวยลี่ มิใช่อำนาจที่เขาใฝ่ฝัน นางคิดว่าเขาจะโหดเหี้ยมกว่านี้เสียอีก “เช่นนั้นข้าจะให้นางคอยทำดีกับเจ้า จนกว่าเจ้าจะยอมอภัยให้นางก็แล้วกัน เจ้าว่าดีหรือไม่” หนิงอวี่พยายามหาทางออกให้เรื่องนี้ ได้แต่หวังว่านางจะใจอ่อนยอมทำตามที่ตนร้องขอ “แล้วข้าจะให้นางย้ายออกจากเรือนใหญ่แล้วให้เจ้าเข้าไปอยู่แทน” “ไม่ละ หากนางทำให้ข้ายอมยกโทษให้ได้ ข้าก็จะยอมย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่เรือนใหญ่” หยู่เยียนปฏิเสธจะให้นางย้ายไปอยู่กับเขาหรือ ไม่มีทางเสียหรอก “ได้ ๆ ข้าจะไปบอกนาง” เขาเอ่ยออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะทำท่าตะกุกตะกักเหมือนมีเรื่องที่ต้องการจะเอ่ย “ท่านพี่มีเรื่องอันใดอีกหรือไม่เจ้าคะ” หยู่เยียนเมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีที่แปลกไปจึงได้เอ่ยถาม “ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนเจ้าหน่อยได้หรือไม่” “คนกันเองทั้งนั้นจะเอ่ยวาจาเกรงใจกันไปใยเจ้าคะ” นี่สินะเรื่องสำคัญที่เขาลงทุนแบกหน้ามาที่นี่ ก่อนหน้าก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น “ข้าอยากจะขอยืมเงินเจ้าสักหมื่นตำลึงได้หรือไม่” หนิงอวี่เอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก หากเขาไม่จำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ คงไม่แบกหน้ามาที่นี่เช่นนี้หรอก “เงินมากมายเช่นนั้นท่านพี่จะเอาไปทำไมหรือเจ้าคะ” เงินมิใช่น้อย ๆ เขาจะเอาไปทำอันใดกัน “พี่อยากลงทุนทำการค้ากับสหาย เจ้าช่วยได้หรือไม่” เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปนั่งกับผู้เป็นภรรยา พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีขัดขืนก็ยิ่งย่ามใจ “เรื่องนั้นต้องถามความเห็นของท่านพ่อก่อนเจ้าค่ะ ข้ามิได้มีเงินมากมายเพียงนั้น” นางไม่รู้ว่าตอนนี้สินเดิมที่นำมาด้วยจะเหลือมากน้อยเพียงใด แต่เขาลงทุนเดินมาขอนางด้วยตนเองเช่นนี้ นางเดาว่าสิ่งที่นางนำมาด้วยก็คงจะไม่เหลือเสียแล้ว “ได้ เช่นนั้นเจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ข้าด้วยนะ ข้าต้องออกไปทำธุระด้านนอก เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะมานอนค้างกับเจ้า” พูดจบก็ทำท่าจะก้มลงไปหอมคนที่อยู่ในอ้อมกอด แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้ก่อน “คืนนี้ท่านพี่ไม่ต้องมาหรอกเจ้าค่ะ ข้าจะออกไปคุยกับท่านพ่อเรื่องเงินแล้วจะนอนค้างที่นั่นเลย คงใช้เวลาหลายวันหน่อยเพราะเงินมิใช้น้อย ๆ” หยู่เยียนรีบลุกขึ้นยืนก่อนที่เขาจะทำตัวรุ่มร่าม และปฏิเสธออกไป “ได้ ๆ ข้าจะรอข่าวดีอยู่ที่จวนก็แล้วกัน” เมื่อเห็นท่าทีของนางก็คิดไปเองว่านางยังคงโกรธตนอยู่จึงไม่ได้รีบร้อนอันใด ตอนนี้ขอเพียงให้ได้เงินนั่นมาก่อน จากนี้จะทำเช่นไรค่อยคิดอีกที “เจ้าค่ะ ท่านพี่รีบออกไปทำธุระเถิด ข้าก็จะเตรียมของเช่นกัน” หยู่เยียนไล่อีกฝ่ายทางอ้อม และทำทีท่าว่ากำลังจัดของเพื่อกลับจวนของตนเอง เหยียนหนิงอวี่เดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่กล้าที่จะอิดออด เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ในสิ่งที่ร้องขอไป “คุณหนูจะให้ไปง่าย ๆ เช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ” ซูฉีได้แต่มองคนที่พึ่งเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทำกับเจ้านายของนางเพียงนั้นยังกล้ามาขอเงินตั้งมากมายเพียงนั้นหน้าไม่อายจริง ๆ “เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล เขาจะเอาเงินไปทำอันใดตั้งมากมายเพียงนั้น ข้าต้องสืบให้แน่ชัดก่อนว่าเขาคิดที่จะเอาไปทำอันใดกันแน่ แล้วค่อยตัดสินใจต่อไปว่าจะทำเช่นไรต่อไป” นางไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้เงินเขามากมายเพียงนั้น แต่หากเงินจำนวนนี้มีประโยชน์กับนางในภายหลังนางก็ไม่อิดออดที่จะให้ “แล้วเราจะกลับไปที่จวนกี่วันเจ้าคะ” ซูฉีลงมือเตรียมของให้ผู้เป็นนาย ดูแล้วคงจะต้องกลับไปอยู่ที่จวนหลายวันหน่อย “ยังไม่แน่ใจ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถิด ข้าไม่ไว้ใจผู้ใดนอกจากเจ้า เจ้าดูแลที่นี่ให้ดีอย่าให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวายเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” หากทิ้งคนอื่นไว้นางไม่รู้ว่าจะสามารถจัดการกับคนที่จวนนี้ได้หรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นซูฉีนางเชื่อว่าสามารถจัดการได้อย่างสบาย “คุณหนูไว้วางใจบ่าวเช่นนี้ บ่าวจะทำให้เต็มที่เจ้าค่ะ” ซูฉีเอ่ยออกมาอย่างหมายมั่น นางจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด “ดี ให้ฟางลี่ตามข้าไปคนเดียวก็พอ ที่เหลือก็อยู่ที่นี่แล้วดูแลเรือนให้ดีอย่าให้มีอันใดผิดพลาด” หยู่เยียนสั่งงานย้ำอีกครั้ง จากเรื่องของชานั่นนางก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังจับตามองนางอยู่ “เจ้าค่ะ” ซูฉีเมื่อได้รับคำสั่งก็จัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่ผู้เป็นนายจะออกเดินทาง หลิงหยู่เยียนกลับมาถึงที่จวนก็เกือบเย็น รู้สึกเหนื่อยจึงไม่ได้ออกไปกินอาหารกับบิดามารดา ส่วนเรื่องเงินหนึ่งหมื่นตำลึงนั่นนางก็คิดว่าค่อยหารือกันในวันรุ่งขึ้น “ฟางลี่ ไปเรียกฉางเว่ยเข้ามาพบข้าหน่อย” ตอนนี้นางต้องสืบให้รู้ก่อนว่าหนิงอวี่คิดที่จะทำอันใดกันแน่ ค่อยตัดสินใจต่อว่าจะทำเช่นไรต่อ “ฉางเว่ย เจ้าไปตามสืบเรื่องของหนิงอวี่มาให้ข้าว่าเขากำลังคิดที่จะลงทุนทำอันใด” เมื่อฉางเว่ยเข้ามาในเรือนหยู่เยียนก็รีบสั่งการทันที นางอยากรู้เรื่องนี้เร็ว ๆ ว่าเขากำลังจะทำอันใด นางจะได้วางแผนขั้นต่อไปได้ “ขอรับ” เมื่อได้รับคำสั่งฉางเว่ยก็รีบออกไปจัดการทันที หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหลิงหยู่เยียนก็เดินไปทิ้งตัวลงนอนที่เตียงด้วยความอ่อนล้าและหลับไปอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นอันใดจึงได้อ่อนเพลียเช่นนี้ รุ่งขึ้นฟางลี่เห็นว่าสายแล้วแต่ผู้เป็นนายยังไม่ยอมตื่นจึงได้เข้าไปดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือไม่ “คุณหนู คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ” หลิงหยู่เยียนรู้สึกตัวเพราะเสียงเรียกของสาวใช้ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น “กี่โมงแล้วหรือ” “ยามซื่อแล้วเจ้าค่ะ (9.00-10.59 น.) คุณหนูไม่สบายหรือเจ้าคะ” ฟางลี่เห็นว่าผู้เป็นนายสีหน้าไม่ค่อยดีจึงได้เข้าไปประคองจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่สบาย “ไม่เป็นไร แค่ต้มยามาให้ข้าก็พอ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่” หยู่เยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเช่นเดิมเพราะรู้สึกปวดหัว “ไม่ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวให้คนไปตามท่านหมอมาให้นะเจ้าคะ” พูดจบก็รีบออกไปสั่งการคนที่เฝ้าอยู่ด้านนอก ส่วนตนเองก็รีบไปตักน้ำมาเพื่อที่จะเช็ดตัวให้ หลังจากฟางลี่ให้คนไปตามหมอมาที่จวนก็เกิดความวุ่ยวาย เพราะนายท่านทั้งสองของจวนก็กำลังจะเดินทางไปต่างเมือง เนื่องด้วยการค้าเกิดปัญหานิดหน่อยจึงต้องไปจัดการด้วยตนเอง “เป็นอย่างไรบ้าง” ลู่เสียนสัมผัสที่หน้าผากของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน “ลูกมิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ” หยู่เยียนพยายามบอกเพื่อไม่ให้บิดามารดาเป็นห่วง นางได้ยินว่าการค้าที่ต่างเมืองมีปัญหา จึงไม่อยากให้ทั้งสองต้องเป็นห่วง “เช่นนั้นน้องหญิงก็อยู่ดูแลเยียนเอ๋อร์ที่นี่เถิด เดี๋ยวพี่ไปจัดการเรื่องการค้าคนเดียวก็ได้” ป่อหลินเอ่ย เขาไม่วางใจที่จะให้บุตรสาวอยู่คนเดียวเช่นนี้ “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าเพียงแค่ไม่สบาย ไม่กี่วันก็หาย” แค่นี้พวกท่านทั้งสองก็วุ่นวายเพราะเรื่องของนางมามากพอแล้ว นางไม่อยากไปสร้างความลำบากให้อีก “เช่นนั้นจะดีหรือ ให้แม่อยู่กับเจ้าดีกว่า” นางไม่วางใจที่จะให้บุตรสาวอยู่ที่จวนคนเดียว “ท่านแม่ไปดูแลท่านพ่อเถิดเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าปัญหาทางนั้นจะจัดการเสร็จเมื่อใด” นางป่วยเพียงไม่กี่วันเดี๋ยวก็หาย ส่วนบิดาต้องอยู่ที่ต่างเมืองน่าจะหลายวันกว่าจะจัดการปัญหาเสร็จ ให้มารดาไปคอยดูแลนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว “เช่นนั้นก็ได้ หากหายดีแล้วก็ให้คนส่งจดหมายไปบอกพวกเราด้วยก็แล้วกัน แม่จะได้หมดห่วง” เมื่อดูอาการบุตรสาวแล้วว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาจึงวางใจและพากันออกเดินทางเพื่อไปจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหลิงหยู่เยียนหลังจากบิดามารดาออกเดินทางก็นอนพักผ่อน และหลับอย่างง่ายดายเพราะฤทธิ์ยา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD