"สวัสดีครับดาบแช่ม ผมร้อยตำรวจโทเสือครับ" เสือยกมือวันทยหัตถ์รับการทำความเคารพตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ท่าทางขึงขังเด็ดเดี่ยวทำเอาดาบแช่มแอบชื่นชมในใจว่าหมวดหนุ่มคนนี้ดูพึ่งพาได้ไม่น้อย
"เดินทางเหนื่อยไหมครับหมวด ทางขึ้นดอยช่วงนี้ค่อนข้างชัน แถมดินเพิ่งสไลด์ไปเมื่อวันก่อน นึกว่าจะมาถึงค่ำเสียอีก" ดาบแช่มเอ่ยพลางช่วยยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเสือลงจากท้ายรถกระบะ
"สบายมากครับดาบ ทางแค่นี้ขี่สบายๆ ว่าแต่ที่นี่เงียบเหงาดีนะครับ" เสือเอ่ยพลางกวาดสายตามองรอบบริเวณ สภ. ที่ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาและต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงนกร้องและเสียงใบไม้เสียดสีกัน
"ปกติก็แบบนี้แหละครับหมวด บนดอยนี้ไม่ค่อยมีคดีร้ายแรงอะไรหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็ทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเขตแดนทำกิน เหล้าขาวต้มเถื่อน หรือไม่ก็วัยรุ่นซิ่งรถมอเตอร์ไซค์กวนเมืองตอนดึกๆ เท่านั้นเอง คดีฆ่าแกงกันแทบไม่มีเลยครับ ย้ายมาอยู่ที่นี่ถือว่ามาพักผ่อนสมองครับหมวด" ดาบแช่มเล่าด้วยรอยยิ้มพลางผุดลุกผุดนั่งนำทางเสือขึ้นไปยังห้องทำงานชั้นสอง
เสือเดินตามพลางปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเครื่องแบบออกเล็กน้อยเพื่อระบายความอึดอัด แม้อากาศบนดอยจะเย็นสบาย แต่การนั่งรถมาหลายชั่วโมงก็ทำให้กล้ามเนื้อของเขาตึงเครียดไปหมด หลังจากขนย้ายสัมภาระเข้าไปเก็บในห้องพักด้านหลังสถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว เสือก็ลงมานั่งตรวจเช็กเอกสารและสำนวนคดีเก่าๆ ร่วมกับดาบแช่มที่โต๊ะทำงานชั้นล่างเพื่อทำความคุ้นเคยกับพื้นที่
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่ายคล้อย แสงแดดสีทองอ่อนๆ เริ่มสาดแสงรำไรผ่านบานหน้าต่างไม้ ความเงียบของสถานีตำรวจถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินขึ้นบันไดหน้าสถานีมา พร้อมกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชืดเบาๆ
ตึก... ตึก... ตึก...
เสือละสายตาจากแผ่นกระดาษในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณของนักล่า และวินาทีนั้นเอง... หัวใจของนายตำรวจหนุ่มก็กระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ สายตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างที่เพิ่งก้าวผ่านประตูเข้ามาอย่างไม่กวางสายตา
ร่างนั้นคือหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่ง เธอสวมเสื้อยืดสีขาวเนื้อนิ่มที่ค่อนข้างพอดีตัวจนเนื้อผ้าเน้นย้ำสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน สวมทับด้วยผ้าถุงพื้นเมืองสีน้ำเงินครามมัดเอวแน่นหนา ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของเสือไว้แน่นกลับเป็นรูปร่างของเธอ