“อ๊ะ ท่านพี่ อ่า”
เสียงรัญจวนดังลอดออกมาจากเรือนนอนของเฉินตงผู้เป็นคหบดีผู้ร่ำรวยของแคว้นเจียงและใช่เขาเป็นสามีนางด้วย
“ฮึมมม อ๊ะ ซุนหลัน”
เสียงครางต่ำที่โจวหลิงซีรู้จักเป็นอย่างดีดังออกมา
นางเดินเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ยืนมองทั้งสองกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันอย่างเมามันโดยไม่สนใจรอบข้างเลยด้วยซ้ำ เพราะหากหันข้างสักนิดก็จะเห็นนางที่กำลังเดินไปที่โต๊ะกำลังนั่งรินน้ำชาและคว้าขนมขึ้นมากิน พร้อมมองไปที่ภาพด้านหน้าอย่างเย็นชา
“อร๊ายยย ฮูหยินใหญ่” ซุนหลันกรีดร้องดังลั่นก่อนกระฉากผ้าห่มที่ตกอยู่ปลายเท้าเข้ามาคลุมตัวเอาไว้ แต่สายตาที่นางส่งมานั้นไม่มียางอายเลยสักนิด
“หลิงซี เจ้าเข้ามาได้ยังไง” เฉินตงตกใจคว้ากางเกงตัวบางที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวม ก่อนส่งสายตาตำหนิมาให้หลิงซี
“ข้าก็แค่มีเรื่องจะคุยกับท่านเท่านั้นเอง แต่ท่าทางท่านจะไม่ว่างเช่นนั้นข้าค่อยมาหาท่านใหม่ก็แล้วกัน” หลิงซีลุกขึ้นยืนเดินออกมาจากห้อง
“ฮูหยินจะกลับเรือนเลยหรือไม่ เจ้าคะ”
“ข้าจะออกไปหอซีเหลียนสักหน่อย ไปเถอะ”
หลิงซีกล่าวถึงหอซีเหลียนที่เป็นกิจการร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มีสาขาย่อยอยู่ทั่วทั้งแคว้นเจียง และตอนนี้นางก็กำลังจะขยายเขตการค้าของนางออกไปที่แคว้นข้างเคียง
“เดี๋ยวข้าไปเรียกคนขับรถม้า ฮูหยินรอสักครู่นะเจ้าคะ” เสี่ยวถงเดินจากไปแล้ว หลิงซีเหม่อมองไปด้านหน้าเหตุใดกันนะ ที่ทำให้ข้าต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้
วันนั้นก็เป็นวันที่อากาศดีเช่นนี้เหมือนกัน วันที่เฉินตงเดินจูงมือซุนหลันเข้ามาบอกกับนางว่าจะรับซุนหลันเป็นอนุอีกคน แต่ไม่นานก็เลื่อนตำแหน่งให้นางเป็นฮูหยินรอง
ข้าเป็นถึงบุตรีแม่ทัพยอมแต่งออกมากับพ่อค้าจน ๆ ที่ข้าคิดว่าเขาจริงใจและคงไม่กล้าที่จะมีสตรีอื่นอีกนอกจากข้า มาวันนี้กลับจูงมือซุนหลันเข้ามาพร้อมกับบุตรชายที่เขาซ่อนเอาไว้ดูจากอายุน่าจะมีก่อนที่เขาจะแต่งกับนางเสียด้วยซ้ำ
เช่นนั้นแล้วนางคงเป็นสตรีโง่งมให้เขาหลอกใช้เพื่อที่จะแสวงหาเงินทองและอำนาจก็แค่นั้น ช่างน่าขันซะจริง ยอมดิ้นรนเพื่อให้ได้อยู่กับเขาตัดขาดกับทางบ้านเพื่อแลกมากับบุรุษมากตัณหาคนหนึ่งช่างไม่คุ้มเอาซะเลย
หลิงซีหลุดออกจากภวังค์เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาทางด้านหลัง
"เจ้าจะไปไหน” เฉินตงเดินออกมาเห็นหลิงซียืนอยู่ที่ประตูจวนก็รีบเดินเข้ามาไต่ถาม
“ข้าจะไปหอซีเหลียน เจ้าค่ะ” หลิงซีเอ่ยออกมา พร้อมกับรถม้าจอดเทียบหน้าจวนพอดี
“เช่นนั้น ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” เฉินตงไม่รอให้หลิงซีเอ่ยตอบ เขาพาตัวเองเดินขึ้นไปรอด้านในรถม้าทันที
หลิงซีเห็นเช่นนั้นก็เดินตามเขาขึ้นมา
บรรยากาศภายในรถม้าเงียบซะจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ จนเฉินตงทนไม่ไหวเอ่ยทำลายบรรยากาศขึ้นมา
“เจ้าบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับข้า เรื่องอะไรเช่นนั้นเหรอ” เฉินตงถามหลิงซีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้กับนางได้ผลมาแล้ว
“ข้าจะพูดถึงเรื่องบัญชีของหอซีเหลียนเจ้าค่ะ เมื่อวันก่อนข้าพบว่าในบัญชีมีการเบิกจ่ายที่ผิดแปลกไป เลยจะมาสอบถามท่านว่ารู้เรื่องเหล่านี้หรือไม่” เสียงเย็นของหลิงซีเอ่ยออกไปโดยไม่แม้จะหันมองเฉินตง
“ข้าก็พอรู้อยู่บ้าง ให้ข้าจัดการให้ดีหรือไม่” เฉินตงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเพราะกิจการในมือของหลิงซีนั้นมีมากมาย เขาต้องการจะเป็นคนที่ได้ครอบครองพวกมันฉะนั้นตอนนี้เขาจะทำให้นางขุ่นเคืองใจไม่ได้
“คงไม่รบกวนท่านพี่หรอกเจ้าคะ เพราะข้าสั่งให้คนของข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นฮูหยินรองที่เข้าไปเบิกจ่ายส่วนตัว ท่านพี่ก็จัดการดูแลนางด้วยนะ เจ้าค่ะ เพราะหอซีเหลียนนั้นเป็นสินเดิมของข้า ไม่ใช่ของท่านที่นางจะเข้ามายุ่งวุ่นวายได้”
เฉินตงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ลอบกำมัดแน่น เพราะหากไม่มีหลิงซีสักคนร้านค้าทั้งหมดของนางก็จะตกเป็นของเขาทันที
“ข้าจะตักเตือนนางเอง แต่ถ้าหากเจ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ พี่พร้อมช่วยเจ้าเสมอ” เฉินตงดึงมือของหลิงซีเข้ามากอบกุมเอาไว้ ใบหน้าฉายความอบอุ่นออกมาจนหลิงซีสัมผัสได้
ถ้าเป็นนางเมื่อก่อนก็คงเชื่อไปแล้ว แต่ไม่ใช่นางในตอนนี้
“เจ้าค่ะ”
เฉินตงมองท่าทีห่างเหินของหลิงซี สตรีเช่นนางทั้งแข็งกระด้าง หากเขาไม่ต้องการอำนาจและเงินทองจะไม่มีวันแต่งนางเข้ามาเด็ดขาดทั้งเย็นชา ไม่รู้จักเอาอกเอาใจสามีแล้วยังเสนอหน้าจัดการร้านร่วงต่าง ๆ ทั้งหมดเองอีกทั้ง ๆ ที่จะต้องเป็นเขาต่างหากที่เป็นเจ้าของ
รถม้ามาจอดหน้าหอซีเหลียนที่มีผู้คนเข้าออกมากมายตลอดเวลา เมื่อทั้งสองลงไปหลงจูก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที
“ฮูหยินโจว นายท่านเฉิน เชิญทางนี้เลยขอรับ” ทั้งคู่ถูกพามาที่ชั้นสาม เพราะเป็นชั้นที่หลิงซีจัดเอาไว้เป็นชั้นส่วนตัว เพื่อเข้ามาตรวจบัญชีหลงจูจะจัดเตรียมบัญชีของทุกร้านเอาไว้ก่อนนางจะเข้ามา
“ท่านพี่มีอะไรไปทำก็ไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอตรวจบัญชีสักครู่” หลิงซีเอ่ยไล่เมื่อเห็นว่าเฉินตงยืนนิ่งอยู่ภายในห้อง
“เช่นนั้นพี่ขอตัวก่อน” เฉินตงเดินออกมาข้างนอก ด้วยใบหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไป ก่อนที่จะตัดสินใจทำบางอย่างเขาดึงเศษกระดาษออกมาตวัดปลายพู่กันเขียนบางอย่างลงไป
“อู๋ถังเจ้าไปจัดการ” อู๋ถังเป็นนักฆ่าที่มีชื่อเสียงทำงานให้กับเฉินตง เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณที่เฉินตงเคยช่วยชีวิตเขาไว้ฉะนั้นเขาจึงอยู่ช่วยงานเฉินตงเรื่อยมา
เมื่อได้กระดาษแล้วก็รีบไปจัดการเรื่องที่เฉินตงไหว้วานทันที
เฉินตงมองตามเงาของอู๋ถังออกไปอย่างเย็นชาจะโทษเขาไม่ได้นะ เพราะนางเองที่ทำให้เขาตัดสินใจเช่นนี้
เฉินตงเดินลงมาตรวจดูความเรียบร้อยของโรงเตี๊ยมด้านล่าง เมื่อเวลาผ่านไปจนด้านนอกมืดสนิทแล้ว เฉินตงก็ขึ้นไปตามหลิงซี
“มืดค่ำแล้ว กลับกันเถอะ ที่เหลือเจ้าค่อยมาทำพรุ่งนี้” หลิงซีเงยหน้ามองเฉินตง ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่ามืดสนิทแล้วจริง ๆ
“เจ้าค่ะ”
หลิงซีเดินตามเฉินตงมาขึ้นรถม้าที่หน้าโรงเตี๊ยม รถม้าขับเคลื่อนออกไปทั้งคู่นั่งอยู่ภายในอย่างนิ่งเงียบ รถม้าวิ่งไปเรื่อย ๆ แต่หลิงซีรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะทางกลับจวนจะต้องโยกทางซ้ายสองครั้งแต่นี่ครั้งที่สองม้ากลับโยกไปทางด้านขวาก่อนหยุดลง
“เกิดอะไรขึ้น!!” เฉินตงตะโกนถามคนขับรถม้าที่อยู่ด้านนอก แต่ก็ได้แต่ความเงียบตอบกลับมา
“เจ้าอยู่ในนี้ก่อน เดี๋ยวพี่จะออกไปดู” เฉินตงจับมือให้กำลังใจหลิงซีก่อนเดินออกไปด้านนอก
อั๊กก!!! สิ้นเสียง หลิงซีก็ได้แต่ตกใจก่อนส่งเสียงเรียกเฉินตง แต่ก็ได้แต่ความเงียบตอบกลับมา
นางแหวกม่านออกมองดูด้านนอกที่ตอนนี้รายล้อมไปด้วยบุรุษฉกรรจ์หลายนาย ก่อนมองเห็นเฉินตงนอนฟุบอยู่กับพื้นเบื้องหน้า
“พวกเจ้าต้องการอะไร” หลิงซีเอ่ยถามเสียงเรียบซะจนพวกมันจับทางไม่ถูก
"มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกข้าก็หวังแค่ชีวิตของฮูหยินเท่านั้นละ ขอรับ"พวกมันส่งเสียงยียวนก่อนที่จะเข้ามาจู่โจมนาง แต่อย่าลืมว่านางเป็นบุตรีแม่ทัพจะไร้ฝีมือไปได้อย่างไรกัน
หลิงซีดึงมีดสั้นขึ้นมาตั้งรับนักฆ่าทั้งหลายอย่างใจเย็น นางเล็งไปที่คอพวกมันอย่างฉับไว จนร่างของพวกมันหล่นร่วงเหมือนใบไม้ แต่หัวหน้าของพวกมันก็รับมือได้ไม่ง่ายเลย จนนางต้องใช้พิษซัดไปที่ใบหน้าของมันความชาหนึบแล่นผ่านทุกส่วนจนมันต้องทิ้งเข่าลง
นางเดินเข้าไปหามันอย่างช้า ๆ ยกมือที่กำมีดสั้นที่วาววับไปด้วยรอยเลือดของเหล่านักฆ่าก่อนหน้าขึ้นเพื่อที่จะปลิดชีพนักฆ่าคนสุดท้ายซะ
ฉึกกก!!! เลือดสีแดงหลั่งรินออกมาจากบาดแผลลึก พุ่งขึ้นมาถึงลำคอกระอักออกมาจนชุดสีขาวอาบย้อมไปด้วยสีแดง
“หึ ท่านทำเช่นนี้ คิดดีแล้วใช่หรือไม่” หลิงซีหันไปมองเฉินตงที่คว้าดาบของนักฆ่าขึ้นมาแทงนางทะลุมาจากทางด้านหลัง
“ข้าคิดดีที่สุดแล้ว และข้าน่าจะทำตั้งนานแล้ว”
“ช่างเป็นบุรุษที่หน้าด้าน หน้าทนซะจริง ข้าขอถามท่านเคยรักข้าบ้างมั้ย” หลิงซีเอ่ยถามออกไปแม้ภายในใจนางจะรู้คำตอบนั้นอยู่แล้วก็เถอะ แต่ก็อยากได้ยินจากปากของอีกฝ่ายมากกว่า
"ไม่ ข้าไม่เคยรักเจ้า” เฉินตงดึงดาบออกมา ก่อนแทงเข้าไปอีกครั้งและถีบนางล้มลง
หลิงซีนอนมองหน้าเฉินตง ดวงตาแดงก่ำสะท้อนเงาใบหน้าของเฉินตง นางอยากจดจำใบหน้านี้เอาไว้ให้ลึกถึงจิตวิญญาณ
เฉินตงมองภาพหลิงซีที่นอนหายใจรวยรินอย่างเย็นชา ก่อนหันหลังเดินจากไป
น้ำตาของสตรีเย็นชาค่อย ๆ ไหลออกมาจะบอกว่านางไม่มีความรู้สึกให้กับเฉินตงก็คงเป็นเรื่องโกหก หึ คำว่ารักที่เขาพร่ำพูดให้นางฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลายเป็นคำหลอกลวง มาวันนี้เป็นเขาเองที่ฆ่านางเพื่อหวังทรัพย์สินของนาง
ทำไมตอนนั้นนางถึงไม่เชื่อท่านพ่อกันนะ
มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปซะแล้ว มาตอนนี้กลับคิดถึงท่านพ่อกับเจ้าน้องชายตัวแสบไม่รู้ว่าหลังจากรู้ว่านางตายจะเสียใจแค่ไหน
ฮึกก เลือดที่จุกอยู่ในลำคอถูกดันออกมาจนจุกเข้าไปในหลอดลม ความเจ็บต่าง ๆ เริ่มเลือนหาย ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะพร่าเลือนและมืดสนิทลงในที่สุด