1-2 พบ

1117 Words
"ก็จริงนะ หยกก็ว่าหยกรู้สึกแบบนั้น แต่แค่ยังไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะหลงตัวเองเข้า" "สวยขนาดนี้จะมีใครไม่ชอบหยกด้วยหรอ" ไม่มีทางที่จะไม่มีใครชอบหยกมณี ในบรรดาผู้ชายในมหาวิทยาลัยที่เธอได้ยินมาบ้างว่าหนุ่มคณะนู้นคณะนี้สนใจเพื่อนตัวเองมีแต่คนงานดีๆ ทั้งนั้น บางคนก็มาวานให้เธอเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ แต่ดูเหมือนเพื่อนสาวจะไม่สนใจใครสักคนนอกเสียจากการเรียนหนังสือ "เราว่าเราก็หน้าตาธรรมดาๆ นะ" ธรรมดาแบบใด ใยผู้ชายทั่วทั้งมอถึงได้ส่งขนมจีบให้เรื่อยๆ "หยกสวยนะ สวยแบบเทพธิดา เรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก แม่กุลสตรียิ้มหวานหยดย้อย" มนัสนันท์เอ่ยบรรยายความสวยของเพื่อนตามความคิดของเธอเอง หยกมณีดูเป็นคนเรียบร้อย ค่อนข้างที่จะไม่ทำตัวสุงสิงกับเพศตรงข้ามเท่าไร ดูสนใจการเรียนมากกว่ามาหาแฟนสักคนในชีวิตมหาลัย "เกินไปละ" "แบบนี้ไงช้างถึงได้ชอบ ถ้าวันหนึ่งเขาบอกชอบจะชอบเขากลับป่ะเนี่ย" อดจะถามคำถามนี้ไม่ได้ บางทีเพื่อนเธออาจจะชอบผู้ชายแบบชนธรรมก็ได้ใครจะไปรู้ รายนั้นก็ดีกรีไม่ธรรมดาเป็นถึงตำรวจรับข้าราชการตั้งแต่อายุยังน้อย "พูดอะไรน่ะหม่อน หยกกับช้างคงไม่คบกันเป็นแฟนหรอก เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว" "ไม่เคยได้ยินหรอ จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน" ใครมันจะอดเอ่ยแซวเพื่อนสาวได้ ยิ่งเห็นแก้มแดงเรื่อขึ้นของคนตรงข้ามเธอก็อินฟินไปด้วย แม้จะเป็นเพื่อนกันอย่างไรแล้วก็สามารถเลื่อนสถานะพัฒนาไปเป็นอื่นได้ "พอเลยๆ กินต่อดีกว่า คุยเยอะไปเดี๋ยวจะกินได้ไม่เยอะ" วันศุกร์มาถึงสักที ช่วงเช้าหยกมณีเก็บกระเป๋าสัมภาระของเธอเตรียมพร้อมกลับบ้านให้เรียบร้อยก่อนจะทำความสะอาดห้องให้สะอาดเอี่ยม เธอนัดกับชนธรรมเอาไว้แล้วว่าจะออกไปรอที่ป้ายรถประจำทางที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย ชนธรรมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาวนรถเข้าไปในมอ เวลานัดหมายคือเวลาบ่ายสามโมง หยกมณีนั่งรถบัสของมหาวิทยาลัยออกมานั่งรอชนธรรมก่อนเวลาราวครึ่งชั่วโมงได้ เธอเลือกที่นั่งให้กับตัวเองรอเวลาที่ชนธรรมจะมาถึง มีคนมานั่งรออยู่กับเธอราวสามคนคงจะมารอรถตู้กัน ระหว่างนั้นเธอจึงก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือรอเวลา คุยแชทกับมนัสนันท์ที่ทักมาบ่นแทบจะทุกชั่วโมงว่าป๊าใช้งานหนักตั้งแต่กลับไปถึงวันแรกเลย อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็จะได้กลับบ้านสักทีหลังจากไม่ได้กลับมาตั้งเกือบปีเห็นจะได้ ระยะเวลาปิดเทอมเกือบสามเดือนคงจะมากพอให้คลายความคิดถึงก่อนกลับมาเรียนต่ออีกครั้ง รถราวิ่งผ่านถนนเส้นนี้ไม่ขาดสายเนื่องด้วยเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยังจังหวัดรอบด้าน มีรถตู้เข้ามาจอดรับผู้โดยสารพอดี ทั้งป้ายรถโดยสารจึงเหลือแค่เธอที่นั่งอยู่คนเดียว ซึ่งก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเพราะไม่ใช่ที่เปลี่ยว เธอก้มหน้าเล่นมือถือต่อเพื่อรอเวลาอันใกล้ แต่ระหว่างนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีรถยนต์คันหนึ่งมาจอด คราแรกคิดว่าเป็นชนธรรมแต่กลับไม่ใช่ เพราะชนธรรมไม่ได้ขับรถหรูยี่ห้อดังคันนี้อย่างแน่นอน หยกมณีมองรถคันตรงหน้าที่จอดนิ่งอยู่แค่ครู่เดียวก่อนจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ จนเธอได้ยินเสียงคนเปิดปิดประตูรถยนต์ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอยากจะมองคนอื่นอยู่แล้วด้วยจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดูเลย จนกระทั่งที่ได้ยินเสียงเข้มขรึมดังขึ้น หยกมณีจึงอดที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียงไม่ได้ "ลงมา!" เธอเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวคนหนึ่งสวมเสื้อโปโลสีดำกับกางเกงขายาวสีขาวกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่ จึงไม่ทันได้เห็นหน้าเจ้าของเสียงอันน่าเกรงขาม "บอกให้ลงมาไง!" เขายังส่งเสียงอีกรอบ ครั้งนี้ดังกว่าครั้งแรกเรียกได้ว่าเสียงตวาด ดูเหมือนเขาจะบอกแบบนั้นกับคนที่นั่งอยู่บนรถ ท่าทางเหมือนไม่ยอมลงมาจากรถสักที "แคทบอกคุณรามแล้วไงคะว่าอยากไปต่อกับคุณ" เธอแอบลอบมองและลอบฟังสองบุคคลสนทนากันท่าทางเหมือนคนทั้งคู่กำลังจะมีปากเสียงกันอย่างไรอย่างนั้น "แต่ฉันไม่อยากไปต่อ เข้าใจซะบ้าง เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้ใจดีอะไรขนาดนั้น" เสียงเข้มดังไม่มีแผ่ว ชักอยากจะเห็นหน้าคนพูดแล้วสิว่าจะโหดเหมือนเสียงหรือเปล่า "ค่ะ แคทเข้าใจก็ได้" หญิงสาวในรถยอมลงมาแต่โดยดี เธอเกาะกอดผู้ชายคนนั้นพร้อมกับออดอ้อนไปด้วย สงสัยสองคนนี้จะเป็นคู่รักกันหรือเปล่านะ "คืนนี้แคทขอไปค้างกับคุณรามได้ไหมคะ" "ไม่! ถ้าฉันอยากจะได้เธอขึ้นมาวันไหนเดี๋ยวจะบอกเอง" "แต่คุณรามคะ…" ชายหนุ่มสะบัดร่างแน่งน้อยออกห่างตัว จังหวะนั้นหยกมณีจึงได้ทันเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นคือดาวมหาวิทยาลัยคนดัง ถึงเธอจะไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมแต่ก็เคยได้ยินชื่อเห็นหน้าเห็นตามาก่อน "อย่ามามีแต่กับฉัน ถ้ายังงี่เง่าไม่เลิกฉันจะไม่แยแสเธออีกต่อไป!" ได้ยินแบบนี้ก็พอจะเดาได้ว่าพี่แคทอาจจะเป็นแฟนกับหนุ่มคนนี้ละมั้ง ท่าทางแนบชิดสนิทกันขนาดนี้คงจะเป็นอื่นไม่ได้ แต่ฝ่ายชายดูพูดแรงไปหรือเปล่า ดูไม่ถนอมน้ำใจกันเลย "ค่ะ แคทเข้าใจแล้ว" ผู้ชายคนนั้นปิดประตูฝั่งข้างคนขับลงก่อนจะเดินไปอีกฝั่ง จังหวะนั้นหยกมณีเผลอมองเขาตามไปไม่ละสายตา เธอจึงพลาดเข้าเมื่อโดนอีกฝ่ายมองกลับ สองสายตาพลันประสานกันต่างความรู้สึก อีกฝ่ายมองจ้องเขม็งส่วนอีกฝ่ายแววตาตื่นตระหนกราวกับตื่นกลัว หยกมณีจึงรีบก้มหน้ามองมือถือดังเดิม คนอะไรน่ากลัวจัง แค่เห็นหน้ามองตาก็รู้สึกได้ว่าน่าเกรงขาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD