หลังจากที่อชิระพูดประโยคนั้น ในคาเฟ่
“ผมจะดูแลให้ดีที่สุด...ในฐานะเพื่อนของพี่สาวคุณ”
พิมดาวก็เดินกลับขึ้นตึกพร้อมหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบสนามกีฬา
‘ดูแลเหรอ…? ในฐานะเจ้านาย หรือ...อย่างอื่นกันแน่’
เธอส่ายหน้าเหมือนจะสลัดความคิดนั้นออกจากหัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า
แววตาเขาเมื่อครู่มัน...ละมุนกว่าภาพจำที่เธอเคยได้ยินมาทั้งหมด
เมื่อกลับขึ้นมาที่แผนก พิมดาวเจอสายตาของเพื่อนร่วมงานบางคนที่เริ่มมองมาแบบ “ไม่ค่อยเป็นมิตร”
“แหม...กินข้าวกับ CEO มาหรือไง กลับมาซะหน้าแดงเชียว”
เสียงหนึ่งแซวแฝงแง่ประชดจนเธอเผลอสะดุ้ง
“ปะ...เปล่าค่ะ แค่บังเอิญเจอ”
เธอตอบไปแบบพยายามรักษาน้ำเสียงให้เรียบ ทั้งที่ในใจแอบสั่นเหมือนจะโดนหักคะแนนตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร
“เอาน่าดาว ไม่ต้องใส่ใจคนพวกนี้หรอก” พี่จูน หัวหน้าทีมเดินเข้ามาตบบ่าเธอเบา ๆ พร้อมส่งยิ้มอุ่นให้
“ถ้ามีปัญหาอะไร บอกพี่ได้ทุกเรื่องนะ”
พิมดาวพยักหน้ารับ ขอบคุณในใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นค่าเธอจากความสามารถ ไม่ใช่แค่...สายสัมพันธ์กับพี่สาวหรือบอส
ช่วงบ่าย งานแรกของเธอคือเตรียมพรีเซนต์ไอเดียแคมเปญการตลาดร่วมกับทีมสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท
แม้จะเป็นน้องใหม่ แต่พิมดาวก็ขอเสนอแนวคิด “เทคโนโลยีเชื่อมความรู้สึก” ที่เน้นด้าน emotional branding แทนความแข็งของภาพลักษณ์เดิม
“ถ้าเราสร้างภาพจำว่าบริษัทเราทำให้ผู้คนรู้สึก ‘เชื่อมถึงกัน’ ได้จริง ผู้บริโภคจะเชื่อมกับแบรนด์ด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ค่ะ”
ทั้งห้องประชุมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงปรบมือเบา ๆ จากหัวหน้าทีมตามด้วยคำชมจากผู้บริหารท่านอื่น
...และที่น่าประหลาดคือ เธอสัมผัสได้ว่า
สายตาอชิระ—ที่นั่งอยู่มุมห้องแบบไม่ได้เข้าร่วมประชุมโดยตรง—มองเธออยู่ตลอด
หลังเลิกงาน พิมดาวเก็บของอยู่คนเดียวช้า ๆ เพราะไม่อยากไปเบียดลิฟต์กับคนอื่น
แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก...เธอถึงกับตกใจ
"คุณอชิระ...?"
เขายืนอยู่ในลิฟต์เพียงคนเดียว
สูทยังเนี้ยบ แว่นยังอยู่ครบ แต่สีหน้านิ่ง ๆ ของเขากลับดูอ่อนลงกว่าปกติ
“คุณจะลงไหม?”
“คะ…ค่ะ ลงค่ะ!”
พิมดาวไม่เคยคิดว่าแค่การโดยสารลิฟต์กลับพร้อมเจ้านาย จะทำให้เธอต้องควบคุมหัวใจตัวเองขนาดนี้
ภายในลิฟต์เงียบสนิท มีเพียงเสียงกลไกเครื่องยนต์และจังหวะหายใจแผ่วของเธอที่ดังก้องอยู่ในหัวตัวเอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับสายตา เพราะรู้ดีว่าเขายืนอยู่ข้าง ๆ...ใกล้เกินกว่าระยะที่เธอจะใจเย็นได้
“วันนี้เสนอได้ดีมากครับ” เสียงทุ้มเรียบของเขาดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจน
“ขอบคุณค่ะ ฉัน...แค่พยายามเต็มที่” เธอตอบแบบติด ๆ ขัด ๆ เพราะยังควบคุมสติไม่อยู่
“ผมเห็นความตั้งใจนั้น” เขาพูดต่อ โดยที่ยังไม่หันมามองเธอ
ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นล่าง พิมดาวตั้งท่าจะก้าวออกไป แต่เขาเรียกไว้ก่อน
“คุณพิมดาว”
เธอหันกลับมา “คะ?”
“ถ้ายังไม่รีบกลับ...ให้ผมไปส่งไหม?”
เธออึ้งไป ไม่ใช่เพราะคำชวนนั้นมันล้ำเส้น แต่เพราะเธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากเขา
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ...”
“ผมไม่ได้เสนอเพราะหน้าที่” เขาพูดเรียบ ๆ “แต่เพราะผมอยากแน่ใจว่าคุณกลับถึงห้องอย่างปลอดภัย”
สุดท้ายเธอก็พยักหน้าเบา ๆ โดยไม่รู้ตัวว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหน
ในรถยนต์หรูที่วิ่งช้า ๆ ไปตามถนนในเมืองยามค่ำคืน ความเงียบกลายเป็นเครื่องวัดความใกล้ชิดระหว่างสองคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง
“วันนี้ในห้องประชุม ฉันรู้สึกเหมือนจะล้มเหลว” พิมดาวเอ่ยเสียงเบา
“คุณทำได้ดีมาก” เขาตอบทันที “อย่าประเมินตัวเองต่ำไป”
“แต่ฉัน...” เธอกำลังจะพูดต่อ แต่เขากลับเอ่ยขัด
“ผมมองคุณอยู่ตลอด”
คำพูดนั้นทำให้เธอหันมองเขาอย่างตกใจ
“ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม แต่...ตั้งแต่วันแรกที่คุณเดินเข้ามา”
เธอพูดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนหูอื้อ
เมื่อรถมาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์ เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม
แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูลง เขากลับโน้มตัวไปจัดปอยผมของเธอเบา ๆ ที่หล่นลงมาบังตา
“แค่ผมหลุดนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพได้” เขาพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก
เธอก้มหน้าซ่อนรอยแดงบนแก้ม
POV อชิระ:
อชิระไม่ได้ตั้งใจจะสนใจเธอตั้งแต่ต้น แต่ความเปิ่นเล็ก ๆ และแววตามุ่งมั่นที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาเผลอมองเธอซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว
เขาเคยคิดว่าการเป็นเจ้านายคือการรักษาระยะ การรักษาภาพลักษณ์ และการไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่พิมดาวคือข้อยกเว้น...
ตอนที่เห็นเธอในลิฟต์ สายตาที่มองพื้น สองมือที่กำชายกระโปรง และท่าทางประหม่า ทำให้เขาอยากพูดอะไรบางอย่างเพื่อให้เธอรู้ว่า เธอไม่ได้อยู่คนเดียว
เขาไม่ได้พูดเพราะหน้าที่ ไม่ได้ชมเธอเพราะตำแหน่ง แต่เพราะ...เขาเห็น
เห็นความพยายาม ความอ่อนโยน และหัวใจที่ใสสะอาดของเธอ
ตอนที่เขาจัดผมให้เธอ มันไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างเรื่องความเรียบร้อย มันคือสัมผัสเบา ๆ ที่เขาอยากมอบให้เธอในรูปแบบที่ปลอดภัยที่สุด…ในตอนนี้
และเมื่อประตูรถปิดลง เขายังคงมองตามผ่านกระจกหลัง
เธอเดินช้า ๆ ขึ้นตึก โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวของเธอ มีสายตาเขาติดตามอยู่เสมอ
ความรู้สึกของเขา...ไม่ได้เริ่มต้นจากหน้าที่ แต่เริ่มต้นจากใจ ที่อยากอยู่เคียงข้างเธอ