ตอนที่ 2: เจ้านายแบบนี้...ใจจะไหวได้ยังไง

1014 Words
หลังจากที่อชิระพูดประโยคนั้น ในคาเฟ่ “ผมจะดูแลให้ดีที่สุด...ในฐานะเพื่อนของพี่สาวคุณ” พิมดาวก็เดินกลับขึ้นตึกพร้อมหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบสนามกีฬา ‘ดูแลเหรอ…? ในฐานะเจ้านาย หรือ...อย่างอื่นกันแน่’ เธอส่ายหน้าเหมือนจะสลัดความคิดนั้นออกจากหัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แววตาเขาเมื่อครู่มัน...ละมุนกว่าภาพจำที่เธอเคยได้ยินมาทั้งหมด เมื่อกลับขึ้นมาที่แผนก พิมดาวเจอสายตาของเพื่อนร่วมงานบางคนที่เริ่มมองมาแบบ “ไม่ค่อยเป็นมิตร” “แหม...กินข้าวกับ CEO มาหรือไง กลับมาซะหน้าแดงเชียว” เสียงหนึ่งแซวแฝงแง่ประชดจนเธอเผลอสะดุ้ง “ปะ...เปล่าค่ะ แค่บังเอิญเจอ” เธอตอบไปแบบพยายามรักษาน้ำเสียงให้เรียบ ทั้งที่ในใจแอบสั่นเหมือนจะโดนหักคะแนนตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร “เอาน่าดาว ไม่ต้องใส่ใจคนพวกนี้หรอก” พี่จูน หัวหน้าทีมเดินเข้ามาตบบ่าเธอเบา ๆ พร้อมส่งยิ้มอุ่นให้ “ถ้ามีปัญหาอะไร บอกพี่ได้ทุกเรื่องนะ” พิมดาวพยักหน้ารับ ขอบคุณในใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นค่าเธอจากความสามารถ ไม่ใช่แค่...สายสัมพันธ์กับพี่สาวหรือบอส ช่วงบ่าย งานแรกของเธอคือเตรียมพรีเซนต์ไอเดียแคมเปญการตลาดร่วมกับทีมสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท แม้จะเป็นน้องใหม่ แต่พิมดาวก็ขอเสนอแนวคิด “เทคโนโลยีเชื่อมความรู้สึก” ที่เน้นด้าน emotional branding แทนความแข็งของภาพลักษณ์เดิม “ถ้าเราสร้างภาพจำว่าบริษัทเราทำให้ผู้คนรู้สึก ‘เชื่อมถึงกัน’ ได้จริง ผู้บริโภคจะเชื่อมกับแบรนด์ด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ค่ะ” ทั้งห้องประชุมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงปรบมือเบา ๆ จากหัวหน้าทีมตามด้วยคำชมจากผู้บริหารท่านอื่น ...และที่น่าประหลาดคือ เธอสัมผัสได้ว่า สายตาอชิระ—ที่นั่งอยู่มุมห้องแบบไม่ได้เข้าร่วมประชุมโดยตรง—มองเธออยู่ตลอด หลังเลิกงาน พิมดาวเก็บของอยู่คนเดียวช้า ๆ เพราะไม่อยากไปเบียดลิฟต์กับคนอื่น แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก...เธอถึงกับตกใจ "คุณอชิระ...?" เขายืนอยู่ในลิฟต์เพียงคนเดียว สูทยังเนี้ยบ แว่นยังอยู่ครบ แต่สีหน้านิ่ง ๆ ของเขากลับดูอ่อนลงกว่าปกติ “คุณจะลงไหม?” “คะ…ค่ะ ลงค่ะ!” พิมดาวไม่เคยคิดว่าแค่การโดยสารลิฟต์กลับพร้อมเจ้านาย จะทำให้เธอต้องควบคุมหัวใจตัวเองขนาดนี้ ภายในลิฟต์เงียบสนิท มีเพียงเสียงกลไกเครื่องยนต์และจังหวะหายใจแผ่วของเธอที่ดังก้องอยู่ในหัวตัวเอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับสายตา เพราะรู้ดีว่าเขายืนอยู่ข้าง ๆ...ใกล้เกินกว่าระยะที่เธอจะใจเย็นได้ “วันนี้เสนอได้ดีมากครับ” เสียงทุ้มเรียบของเขาดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจน “ขอบคุณค่ะ ฉัน...แค่พยายามเต็มที่” เธอตอบแบบติด ๆ ขัด ๆ เพราะยังควบคุมสติไม่อยู่ “ผมเห็นความตั้งใจนั้น” เขาพูดต่อ โดยที่ยังไม่หันมามองเธอ ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นล่าง พิมดาวตั้งท่าจะก้าวออกไป แต่เขาเรียกไว้ก่อน “คุณพิมดาว” เธอหันกลับมา “คะ?” “ถ้ายังไม่รีบกลับ...ให้ผมไปส่งไหม?” เธออึ้งไป ไม่ใช่เพราะคำชวนนั้นมันล้ำเส้น แต่เพราะเธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากเขา “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ...” “ผมไม่ได้เสนอเพราะหน้าที่” เขาพูดเรียบ ๆ “แต่เพราะผมอยากแน่ใจว่าคุณกลับถึงห้องอย่างปลอดภัย” สุดท้ายเธอก็พยักหน้าเบา ๆ โดยไม่รู้ตัวว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหน ในรถยนต์หรูที่วิ่งช้า ๆ ไปตามถนนในเมืองยามค่ำคืน ความเงียบกลายเป็นเครื่องวัดความใกล้ชิดระหว่างสองคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง “วันนี้ในห้องประชุม ฉันรู้สึกเหมือนจะล้มเหลว” พิมดาวเอ่ยเสียงเบา “คุณทำได้ดีมาก” เขาตอบทันที “อย่าประเมินตัวเองต่ำไป” “แต่ฉัน...” เธอกำลังจะพูดต่อ แต่เขากลับเอ่ยขัด “ผมมองคุณอยู่ตลอด” คำพูดนั้นทำให้เธอหันมองเขาอย่างตกใจ “ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม แต่...ตั้งแต่วันแรกที่คุณเดินเข้ามา” เธอพูดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนหูอื้อ เมื่อรถมาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์ เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูลง เขากลับโน้มตัวไปจัดปอยผมของเธอเบา ๆ ที่หล่นลงมาบังตา “แค่ผมหลุดนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพได้” เขาพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอก้มหน้าซ่อนรอยแดงบนแก้ม POV อชิระ:  อชิระไม่ได้ตั้งใจจะสนใจเธอตั้งแต่ต้น แต่ความเปิ่นเล็ก ๆ และแววตามุ่งมั่นที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาเผลอมองเธอซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว เขาเคยคิดว่าการเป็นเจ้านายคือการรักษาระยะ การรักษาภาพลักษณ์ และการไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พิมดาวคือข้อยกเว้น... ตอนที่เห็นเธอในลิฟต์ สายตาที่มองพื้น สองมือที่กำชายกระโปรง และท่าทางประหม่า ทำให้เขาอยากพูดอะไรบางอย่างเพื่อให้เธอรู้ว่า เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เขาไม่ได้พูดเพราะหน้าที่ ไม่ได้ชมเธอเพราะตำแหน่ง แต่เพราะ...เขาเห็น เห็นความพยายาม ความอ่อนโยน และหัวใจที่ใสสะอาดของเธอ ตอนที่เขาจัดผมให้เธอ มันไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างเรื่องความเรียบร้อย มันคือสัมผัสเบา ๆ ที่เขาอยากมอบให้เธอในรูปแบบที่ปลอดภัยที่สุด…ในตอนนี้ และเมื่อประตูรถปิดลง เขายังคงมองตามผ่านกระจกหลัง เธอเดินช้า ๆ ขึ้นตึก โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวของเธอ มีสายตาเขาติดตามอยู่เสมอ ความรู้สึกของเขา...ไม่ได้เริ่มต้นจากหน้าที่ แต่เริ่มต้นจากใจ ที่อยากอยู่เคียงข้างเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD