เช้าวันจันทร์ที่ท้องฟ้าสดใสจนน่าหมั่นไส้ ทั้งที่เมื่อคืนฝนกระหน่ำจนพิมดาวแอบสวดมนต์ในใจขอให้มันตกยาวไปถึงเช้า เผื่อว่าโชคชะตาจะใจดีเลื่อนวันเริ่มงานวันแรกของเธอออกไปอีกสักวัน... แต่แน่นอนว่าสวรรค์ไม่เคยได้ยินคำขอของพนักงานออฟฟิศมือใหม่
“ฝันก็คือฝันสินะดาว...” ร่างบางในชุดสูทสีสุภาพที่เลือกมาอย่างดี ยืนเกร็งอยู่หน้าตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง กระจกของตึกสะท้อนภาพหญิงสาวที่ดู "พยายามจะมืออาชีพ" สุดชีวิต ยกเว้นเจ้าหน้าม้าตัวดีที่พอโดนลมพัดเข้าหน่อยก็ปลิวแปะหน้าจนเสียทรง
“โอ๊ย... มาเป็นอุปสรรคอะไรตอนนี้เนี่ย!” เธอบ่นพึมพำพลางควักกระจกขึ้นมาเช็กความเรียบร้อยเป็นรอบที่ร้อย
วันนี้คือวันแรกที่เธอต้องก้าวเข้าไปในฐานะพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของประเทศ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความล้ำสมัย ความจริงจัง และที่สำคัญที่สุด... บอสใหญ่ที่ถูกลือกันในกระทู้พันทิปว่า ‘หล่อดุ’ ราวกับหลุดออกมาจากนิยาย
พิมดาวสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ ส่งยิ้มให้เงาสะท้อนในกระจกเป็นการให้กำลังใจ
“สู้เว้ยดาว... ยังไม่ทันโดนไล่ออกซะหน่อย จะกลัวไปทำไม!”
แต่เธอไม่รู้เลยว่า... คำว่า ‘กลัว’ มันยังน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอกำลังจะได้เจอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“ตึง!”
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นที่ชั้นกราวด์ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มที่ก้าวออกมาด้วยจังหวะที่มั่นคงและทรงพลัง พิมดาวที่กำลังก้มเงอะงะเก็บแฟ้มเอกสารที่เผลอทำหล่นกระจายอยู่หน้าลิฟต์รีบเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ...
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมกริบภายใต้แว่นตากรอบบางที่เสริมให้เขาดูฉลาดและเคร่งขรึม สายตาเรียบนิ่งภายใต้เลนส์คู่นั้นดูเหมือนจะ ‘สแกน’ เธอตั้งแต่หัวจดเท้าจนพิมดาวรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงไปเหลือแค่สองนิ้ว
เขายืนนิ่ง มองดูหญิงสาวที่สภาพดูไม่จืดก่อนจะเปรยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย:
“ทางเดินบริษัทเรา... ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นลานยิมนาสติกนะครับ”
พิมดาวเบิกตากว้าง “คะ...?”
“ถ้าจะฝึกม้วนตัวหรือก้มตัวรบกวนไปที่ยิมตอนเย็นครับ ตอนนี้มันขวางทางคนอื่น”
“อะ... ขอโทษค่ะ! คือฉันแค่ทำของหล่น ไม่ได้ตั้งใจจะ...”
คำแก้ตัวของเธอยังไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็เดินผ่านเธอไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและเย่อหยิ่ง จนพิมดาวต้องแอบแยกเขี้ยวไล่หลัง
‘ใครน่ะ? หล่ออย่างกับดารา... แต่ปากเสียชะมัด!’
“ยินดีต้อนรับนะคะคุณพิมดาว ฝ่ายบุคคลรออยู่พอดีค่ะ”
พิมดาวฝืนยิ้มตอบกลับเจ้าหน้าที่ HR แม้ในใจจะยังสั่นไม่หาย เธอนั่งฟังปฐมนิเทศสั้น ๆ ก่อนจะได้รับคำสั่งที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
“เดี๋ยวช่วงบ่ายจะมี Orientation นะคะ แต่ตอนนี้ท่าน CEO ต้องการพบพนักงานใหม่ทุกคนที่ห้องประชุมชั้น 18 ค่ะ”
พิมดาวพยักหน้ารับคำสั่งอย่างงง ๆ ระหว่างที่ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปชั้นบนสุด เธอแอบคิดถึงสายตาคม ๆ คู่นั้นอีกครั้ง... สายตาที่ไม่ได้ดูถูกแต่เหมือนกำลัง ‘สังเกต’ อะไรบางอย่างในตัวเธอ
และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่ห้องประชุมกว้างขวาง... พิมดาวก็แทบอยากจะมุดดินหนี
ชายในสูทสีเข้มคนเดิมนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ออร่าความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นลงหลายองศา
“เชิญนั่งครับ... คุณพิมดาว”
เสียงนั้นอีกแล้ว... เรียบ เย็น แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก พิมดาวยิ้มแหยพลางขยับเก้าอี้นั่งลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“เอ่อ... ขอโทษอีกครั้งนะคะเรื่องเมื่อเช้า” เธอพึมพำเบา ๆ
เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ปรายตามามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันไปพูดกับหัวหน้าแผนกคนอื่น ๆ ด้วยเสียงที่เป็นงานเป็นการ
“นี่คือพนักงานใหม่แผนกการตลาด... คุณพิมดาว น้องสาวของคุณพิมพ์นาราที่ผมเคยแจ้งไว้”
เอ๊ะ!? พี่พิมพ์?
ชื่อของพี่สาวแท้ ๆ ที่หลุดออกมาจากปากของ CEO มาดนิ่งทำให้พิมดาวหูผึ่ง หัวใจเริ่มเต้นรัวด้วยความสงสัย นี่เขาคือ ‘คุณอชิระ’ เพื่อนสนิท (หรือเปล่า?) ที่พี่พิมพ์เคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ อย่างนั้นเหรอ?
หลังจบการประชุมที่แสนอึดอัด พิมดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ แต่ความกดดันยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อเธอเดินเข้าแผนกการตลาด เสียงซุบซิบก็เริ่มหนาหู
“นั่นไง เด็กฝาก... เห็นบอสแนะนำเองกับปากเลยนะ”
“ท่าทางจะเส้นใหญ่แฮะ ดูหน้าซื่อ ๆ แบบนี้ร้ายไม่เบาแน่”
พิมดาวเลือกที่จะทำหูทวนลม ยิ้มทักทายพี่เลี้ยงในทีมอย่างมีมารยาท แม้ในใจจะเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวเธอกับผู้ชายที่ชื่ออชิระคนนี้
ช่วงพักกลางวัน พิมดาวแอบลงมานั่งสงบสติอารมณ์ที่คาเฟ่เล็ก ๆ ใต้ตึก
“ทำไมเขาต้องพูดชื่อพี่พิมพ์ด้วยนะ... หรือว่าเขาเคยคบกัน? หรือพี่พิมพ์ไปติดหนี้อะไรเขาไว้?”
จินตนาการของเธอเตลิดไปไกลจนเผลอกัดช้อนซุปเสียงดัง เคร้ง!
“โอ๊ย! หยุดบ้าได้แล้วดาว เขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเก่าก็ได้!”
เธอส่ายหน้าแรง ๆ จนผมสะบัด แต่แล้วจังหวะที่เธอลุกขึ้นเพื่อจะรีบกลับไปทำงาน เธอก็เดินชนเข้ากับร่างหนาที่ยืนขวางทางอยู่พอดี
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ...”
เสียงของเธอขาดห้วงไปทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่เดิมที่ดูเหมือนจะดักรอเธออยู่ก่อนแล้ว
“คุณ... พิมดาวใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางเสียงจอแจในร้าน
“ค่ะ... เอ่อ... คุณอชิระ” เธอก้มหน้าหลบสายตา รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบอย่างคุมไม่ได้
“ขอโทษเรื่องตอนเช้าด้วย ผมอาจจะพูดแรงไปหน่อย” เขาพูดขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อยจนเธอแปลกใจ “พอดีผมงานยุ่งไปหน่อย เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ! หนู... เอ๊ย! ดิฉันผิดเองค่ะที่ไม่ระวัง”
คำว่า ‘หนู’ ที่หลุดออกมาเพราะความเคยชินทำให้เธออยากจะตบปากตัวเอง อชิระชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าปรากฏการณ์สุริยุปราคา
“คุณเป็นน้องสาวของพิมพ์นารา... จริง ๆ ด้วย” เขาพูดชื่อพี่สาวเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ค่ะ พี่พิมพ์เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉันเอง... คุณอชิระรู้จักพี่พิมพ์นานแล้วเหรอคะ?”
ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าววูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พิมดาวอ่านไม่ออก เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเธอได้กลิ่นไออุ่นจากตัวเขา
“รู้จักดีเลยล่ะครับ... มากกว่าที่คุณคิดด้วย”
เขาเว้นจังหวะ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอจนพิมดาวรู้สึกเหมือนลืมวิธีหายใจ
“ฝากตัวด้วยนะครับ... น้องสาวของเพื่อนผม” เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ “ผมจะ ‘ดูแล’ คุณให้ดีที่สุด... เท่าที่พี่สาวคุณเคยฝากไว้”
สายตาที่เขามองมาในวินาทีนั้น... มันไม่ใช่สายตาของบอสที่มองลูกน้อง แต่มันคือสายตาที่มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ลึกจนน่ากลัว
หัวใจของพิมดาวเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศรอบข้างเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ความลับที่เธอไม่เคยรู้เกี่ยวกับพี่สาว... และความรู้สึกแปลก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นกับ CEO จอมดุคนนี้
...นี่มันเพิ่งวันแรกเองนะ พิมดาว!