สามวันต่อมา
โรงพยาบาล
นินิวปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ดวงตาสีดำค่อยๆปรับโฟกัสให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานขาวโพลง แพขนตางอนกะพริบถี่ๆ นี่เธอไม่ได้ฝันไปเธอยังมีชีวิตอยู่
“โอ๊ย”เปล่งเสียงร้องเบาๆ เมื่อจะยกมือมาขยี้ตาแต่ก็รู้สึกเจ็บและค่อนข้างทรมาน กวาดสายตาสำรวจเรือนร่างตัวเอง แขนซ้ายของเธอถูกใส่เฝือก แขนขวามีสายน้ำเกลือระโยงระยางอีกทั้งเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์อื่นๆล้อมรอบเตียง
นอกจากแขนซ้ายที่ใส่เฝือกก็ยังมีบาดแผลใหญ่ที่ขาข้างซ้ายที่มองไปเห็นแค่ผ้าพันแผลขนาดใหญ่และแผลเล็กๆทั่วร่างกาย
ธามหยัดกายลุกจากโซฟาเดินมาหานินิวที่เตียงผู้ป่วยเหมือนทุกวัน จ้องจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรู กำลังหาเหตุผลโกหกยายของนินิวว่าทำไมหลานสาวถึงไม่กลับบ้าน ไม่อยากบอกเรื่องจริงเพราะยายจะเป็นห่วงเอาได้ เขาลากเก้าอี้จะมานั่งข้างเตียง ตวัดสายตาไปมองผู้ป่วยก็พบว่าเพื่อนรักลืมตาขึ้นมาแล้ว
“อีนิว มึงฟื้นแล้ว!”อุทานออกมาด้วยความดีใจ ทิ้งทุกอย่างในมือทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินไปดูใกล้ๆ“อีเหี้ย มึงรู้ไหม มึงนอนเป็นผักมาหลายวันแล้ว กูก็กลัวว่ามึงจะเป็นอะไรไป กูบนไว้เยอะเลยด้วย”ดีใจจนน้ำตาไหลเพราะก่อนหน้านี้นินิวอาการสาหัสพอสมควร
“กูมันแมวเก้าชีวิต”พยายามเปล่งเสียงแหบพร่าบอกธามและทำมือโอเค เห็นสีหน้าของธามที่ดูดีใจมากกว่าปกติก็ยิ้มออกมาได้
“เดี๋ยวกูตามหมอมาให้นะ”ธามเอื้อมมือไปกดกริ่งตรงหัวเตียงผู้ป่วยเพื่อเรียกแพทย์เข้ามา รอไม่นานบรรดาทีมแพทย์ก็รีบเข้ามา
หลายวันผ่านไป
นินิวอาการดีขึ้นตามลำดับ พรุ่งนี้ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ หลังจากทานข้าวอิ่มนินิวนอนเอนหลังพิงกับหัวเตียงผู้ป่วยด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย เป็นปกติของคนที่ชอบทำงานหรือหยุดนิ่งไม่ได้ เวลาต้องนอนอยู่เฉยๆรอแผลหายมันน่าเบื่อไปหมด เวลาเดินช้ามากจนน่าหงุดหงิด
“เออมึงคู่กรณีกูล่ะ ไม่มารับผิดชอบกูหน่อยเหรอ กูอยู่โรง’บาลมาหลายวัน งานก็ไม่ได้ทำเสียรายได้ ค่าโรงพยาบาลก็แสนแพง ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก ไม่คิดจะมาชดใช้อะไรเลยเหรอ พูดแล้วก็โมโหว่ะ”เธอเริ่มบทสนทนาขึ้นมาทำลายความเงียบ ยังไร้เงาคู่กรณีมารับผิดชอบและไม่เห็นว่าธามจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งที่ธามเองต้องมาช่วยดูแลเธอและหยุดงานบ้างเช่นกัน
“ต้นไม้ มึงจะไปเอาผิดกับต้นไม้เหรอ ท่านเทพารักษ์จะพิโรธเอาได้นะ”
“ต้นไม้บ้านป้ามึงสิ”นินิวว่ากลับเสียงเขียว
มือหนาดันตัวลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาทำหน้างุนงงไม่เข้าใจที่นินิวพูด ก่อนจะหยัดกายลุกจากโซฟาพร้อมกับลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงผู้ป่วยของนินิว
“เอ้าก็กู้ภัยโทรมาหากูเองบอกว่ามึงเกิดอุบัติเหตุ เขาบอกว่ามึงขับรถชนต้นไม้อาการสาหัส อาจจะเป็นเพราะมึงเมาแล้วขับหรือไม่ก็หลับใน มึงหลับในเหรอ”
“กูเนี่ยนะหลับใน”นิ้วชี้ชี้มาที่ตัวเอง เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเธองงเป็นไก่ตาแตก เหตุการณ์วันนั้นไม่มีเค้าอย่างที่ธามพูดเลยสักนิด แต่ก็คงไม่ต้องสงสัยอะไร น่าจะต้องเป็นฝีมือของใครบางคนกำลังช่วยลูกน้องหรือกำลังปกปิดความผิดของตัวเองอยู่
“ไม่ใช่ทั้งคู่ กูสวนกับกระบะขนของ กูจำได้ มันพุ่งเข้ามาจะชนกู กูหักหลบ กูเห็นของกระจัดกระจายเต็มพื้น”
“อีนิว หมอได้เช็คสมองให้มึงเปล่า เพ้อเจ้อ ตอนกู้ภัยไปถึงไม่เห็นมีเหี้ยอะไรอย่างที่มึงบอก ถ้ามีกู้ภัยก็ต้องเห็นแล้ว”
“มี กูเห็นแพคทริค มันอยู่ตรงนั้นด้วย”
“หือ?”นินิวพูดชื่อนี้ขึ้นมาทำให้ธามดูตกใจ หลังมือนาบไปที่หน้าผากและแก้มสองข้างของนินิวแต่ก็ถูกเธอสะบัดออกในเวลาต่อมา“เป็นไปได้ป่ะว่ามันมาเช็คผลงาน มันอาจจะตามมาเก็บมึงที่มึงไปตัดหน้ารถมันล่ะสิ แสดงว่าหน้าตามึงกวนตีนมันก็เลยอยากเก็บมึงละมั้ง คนอย่างมึงอยู่ไปก็เปลืองออกซิเจน”ธามพูดติดตลกไม่ได้เชื่อที่นินิวพูดเพราะนินิวอาจจำสลับกับที่เจอแพคทริคในวันเดียวกัน อีกทั้งเขายังบอกใครต่อใครและออกข่าวไปแบบนั้นแล้ว ซึ่งข่าวก็เป็นข่าวอุบัติเหตุทั่วไปไม่ได้มีใครสนใจมากมาย
“มึงสิที่หน้าตากวนตีนอ่ะและน่าโดนตีนมากที่สุด กูจำได้จริงๆนะ มึงไปหาเบอร์แพคทริคให้หน่อยสิ”
“เอาไปทำไม”
“กูจะโทรไปด่า”
“ด่าทำไม”
“ด่าที่มันไม่ช่วยกูแถมยัดข้อหาขับรถโดยประมาทให้กูอีก กูจะด่ายันโคตรพ่อโคตรแม่เลยคอยดู เอาแบบให้สำนึกผิดไม่ทันเลย และถ้ามึงยังถามไม่เลิกกูจะด่ามึงด้วย”นินิวชี้หน้าด่ากราด
“มึงหลอนป่ะเนี่ย มึงอย่าเอาภาพในหัวไปปรักปำคนอื่น ที่มึงพูดมามึงมีหลักฐานเหรอ”
“มี”เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา ทั้งคู่มองไปที่ประตูที่แง้มอยู่ค่อยๆเปิดออก เป็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ดับอาการหัวร้อนของนินิวได้เพราะเขามาพร้อมกับไฟล์จากกล้องหน้ารถที่บันทึกไว้ กล้องหน้ารถพังแม้กระทั่งเอสดีการ์ดก็พังแต่เธอก็ใช้ให้เขาไปกู้ไฟล์มา
“ใครอ่ะมึง”ธามมองชายแปลกหน้า ก่อนจะเข้าไปกระซิบกระซาบใกล้ๆหูนินิว
“นี่พี่แอนดริวเป็นเพื่อนกับกูสมัยกูอยู่แก๊งนกต่อที่บ้านนอก”
“แก๊งนกต่อ?”
“ไม่ต้องงง ตามชื่อ กูมีเชื้อโจร…”
“ฮึ้ม! นิว!”น้ำเสียงดุของแอนดริวทำให้นินิวหันมายิ้มแหยๆอย่างรู้สึกผิด ยกมือข้างเดียวของเธอมาไหว้งกๆ ธามเป็นคนที่ไว้ใจได้แต่เธอก็เกือบหลุดปากบอกอะไรคนนอกไปแล้ว
“ธามมึงออกไปก่อน กูคุยกับรุ่นพี่กูแป๊บนึง”
“แต่…”ธามกำลังจะหาข้อโต้แย้งเพื่ออยู่ต่อแต่ก็ต้องยอมจำนนเมื่อแอนดริวมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ธามจึงยอมออกไปรอข้างนอกก่อน ถึงแม้นินิวจะทิ้งปริศนาให้สงสัยเล่นก็ตาม
“พี่เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันสามปี”
ช่วงมัธยมปลายจนถึงปีสี่ของมหาวิทยาลัยที่นินิวทำงานกับแก๊งนั้นมา หลังจากนินิวเริ่มเป็นนักข่าวก็ออกมาจากแก๊งนั้นมาทำตามความฝันของตัวเองจริงๆ ไม่ต่างกับแอนดริวที่แยกตัวออกมาก่อนเพราะไม่อยากเป็นลูกน้องใคร แต่ยังคงติดต่อกันแม้จะไม่ได้สนิทกันเหมือนเดิม
“เป็นมาเฟีย”
“จริงดิ นี่แสดงว่าได้วิชาว่าด้วยการสารเลวจากนายใหญ่ไปเยอะเหรอถึงว่าได้ดิบได้ดีขนาดนี้ ดูจากการแต่งตัวแล้วเสี่ยมากๆเลยว่ะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก ….แล้วนี่ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา จะไม่บอกกูจริงๆเหรอว่าใคร”
“ความลับ”นินิวทำท่ารูดซิปปาก
“เก็บความลับเก่งเหมือนเดิม สนใจกลับมาทำงานด้วยกันเปล่า”
“ไม่อ่ะพี่ ตอนนี้ชุบตัวเป็นนักข่าวสาวแสนสวยแล้ว อยากทำงานสุจริตบ้างอ่ะ อยากเป็นคนดี”มือข้างขวายกมาประคองใบหน้าสวยๆของตัวเองพร้อมกับขยิบตา เก็กหน้าสวย ท่าทางของนินิวทำให้แอนดริวเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
“ตามสบาย”แอนดริวโยนแฟลชไดร์ฟอันหนึ่งมาที่เตียง มือข้างขวาของนินิวเอื้อมไปหยิบมันมาเก็บไว้ตรงโต๊ะหัวเตียง “ภาพในกล้องหน้ารถมึง เห็นภาพก่อนนั้นจนถึงตอนที่รถคันนั้นพุ่งมาหามึงแล้วภาพก็ตัดไป แล้วมึงจะเอาไงต่อละ”
“นิวว่าหลักฐานตรงนี้คงเรียกเงินได้เยอะเลยแหละ”
“คิดว่าจะได้เหรอ แล้วทำไมถึงต้องหาหลักฐานเองทำไมคนที่ทำมึงถึงไม่มาดูดำดูดีมึงวะนิว”
“อันนี้ไม่รู้ แต่นิวคิดว่ามีคนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างน่ะสิพี่”
“ปกปิด?”
“ใช่ แต่นิวไม่พูดนะว่าคืออะไร แต่นิวจะถามพี่ดีกว่าว่าจะเรียกเก็บเงินค่าปิดความลับคนอื่นเท่าไรดีวะพี่”รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าสวยเมื่อพูดถึงแผนการนี้ที่เคยใช้บ่อย มันเรียกเงินได้มหาศาลและมันก็ใช้ได้มานักต่อนัก
“ไหนบอกอยากเป็นคนดี จะไปรีดไถเงินคนอื่นเนี่ยนะ คนดีมากกกก”
“ก็ขอนิดนึง ถ้าสำเร็จก็จะไปทำบุญชุบตัวใหม่ เป็นคนใหม่แค่นั้นเอง”
“ฮ่าๆๆๆ เอาเถอะ จะเอาเท่าไรก็แล้วแต่มึง ขอให้ได้เยอะๆ หมดธุระแล้ว กูไปละนะพอดีมีงานต่อ หายเร็วๆนะ แล้วก็หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีก น้องรัก”
“อย่าพูดเป็นลางสิ บอกแล้วไงว่าอยากเป็นคนดี”