หลายวันต่อมา
P.A.X HOTEL
นินิวกลับมาทำงานตามปกติหลังจากใช้เวลารักษาตัวอยู่นานหลายเดือนจนตอนนี้ถอดเฝือกและแผลหายแล้ว ในวันที่รถของเธอซ่อมไม่ได้ก็ยังมีธามขับรถรับส่งโดยที่เจ้าตัวก็ไม่เต็มใจ อีกทั้งวันนี้ก็ได้ธามมาส่งที่หน้าโรงแรมของแพคทริคเพื่อมาขอเจรจาค่าเสียหายกับเขาและลูกน้องของเขา
เสียงฝีเท้าหนักเดินมาที่ทางเข้า รอประตูบานเลื่อนของโรงแรมหรูเปิด ร่างอรชรรีบเข้าไปทักทายพนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ขอโทษนะคะมาพบคุณแพคทริคค่ะ ต้องไปตรงไหนคะ”
“ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้นัดค่ะ มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย แต่ถ้าต้องนัดจะได้เจอเมื่อไรคะ”
“อีกสองเดือนคิวว่างค่ะ จองเลยไหมคะ”
“อืมม ไม่ดีกว่าค่ะ มีเบอร์ติดต่อไหมคะ”
“มีค่ะเป็นเบอร์เลขานะคะ”
ครืด~ ครืด~
เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในมือดังขึ้นมา นินิวเลยถือโอกาสกดรับสายแทนที่จะรอบันทึกเบอร์ให้เสร็จก่อน“สักครู่นะคะ”
“ว่าไงมึง”ถามคนปลายสาย
(อีนิวมานี่กูเจอไอ้แพคทริคข้างหน้าเนี่ย มาเร็ว)
“โอเคๆ ….พี่คะงั้นไม่เป็นไรไม่เอาแล้วค่ะขอบคุณค่ะ”
.
.
.
“มึงบ้าป่ะให้กูขับรถตามมันมาเนี่ยนะ”น้ำเสียงหงุดหงิดโวยวายลั่นรถยนต์ราคาแพงเพราะว่านินิวมาไม่ทันแพคทริคขับรถออกมาจากโรงแรมเสียก่อนจนนินิวสั่งให้ธามขับรถตาม ด้วยถนนเส้นนี้ผู้คนสัญจรไปมามากมายคงไม่ได้มีใครมานั่งสังเกตว่ามีคนขับรถตามมา
“เฮ้ย!มันเลี้ยวเข้าบ้านว่ะ จอดตรงนี้เลย ขอบใจมากมึง”ธามหยุดรถกระทันหันตรงข้ามกับคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่แพคทริคเพิ่งเลี้ยวรถเข้าไปข้างในตามคำสั่งของนินิว
กริ๊ง~ กริ๊ง~
เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วดังขึ้นมาทำให้สองพี่น้องที่กำลังจะเดินเข้าบ้านหันไปตามเสียงนั้น เป็นฝีมือของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังด้อมๆมองๆอยู่หน้ารั้ว ไม่พอเธอยังคงกดมันซ้ำๆ
“ใครวะ?”
“จะไปรู้เหรอ”
“เออเดี๋ยวพี่ไปดูเอง เข้าบ้านไป”
“มาหาใคร”เจ้าของบ้านทักทายผู้มาเยือนผ่านรั้วเหล็กที่กั้นอยู่ ผู้หญิงคนนี้หน้าตาคุ้นๆแต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน
“เอ่อคือฉันมาตามหานายนั่นแหละ”
“หาฉัน?”
“ใช่”เพราะไม่รู้ว่าคู่กรณีจริงๆเป็นใครจึงทำได้แค่ตามหาแพคทริคคนที่เธอพอรู้จัก ไม่รอช้านินิวเริ่มเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบให้แพคทริคฟังว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องที่เธอเห็นของผิดกฎหมายของเขาเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน
“พูดอะไรของเธอ เธอต้องการอะไร”ใบหน้าของแพคทริคทำเหมือนงุนงงราวกับว่าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
“ฉันขอเบอร์ติดต่อลูกน้องคนนั้นของนายหน่อย”
“ลูกน้องคนไหนล่ะ ลูกน้องฉันมีเป็นร้อย”
“ก็คนที่ขับรถกระบะคันนั้นไง”
“คันไหนล่ะ”
“…”นินิวอึ้งไปเมื่อเจอคำถามแบบนี้ อีกทั้งใบหน้าของเขาที่แสดงออกว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนทำให้เธอไปต่อไม่ถูก เธอเล่าไปยาวเหยียดแต่ได้กลับมาเพียงความว่างเปล่า
“มันคือใครล่ะ เธอบอกชื่อมาสิหรือบอกรูปประพันสันฐานมา แล้วฉันจะให้ข้อมูลมัน”
“…”นินิวจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด ถ้าเธอรู้เธอคงไม่มาหาเขาหรอก ไม่เคยเจอใครโกหกได้หน้าตายเท่านี้มาก่อน
“คือฉันก็ไม่รู้….”
“ถ้าเธอไม่รู้ ฉันก็ไม่สามารถรู้ได้นะว่ามันเป็นใคร”เขาตัดบทสนทนาได้น่าโมโหมาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อข่มความโกรธในใจ
“โอเค งั้นไม่ตามหาแล้วว่ามันเป็นใคร แต่นายต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นให้ฉันแทนลูกน้องนาย”บิลค่ารักษาพยาบาลถูกเอาออกมาจากกระเป๋าแล้วกางให้เขาดูผ่านรั้วเหล็กที่กั้นอยู่
“ค่าเสียหาย? เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพเขาเล่นกันแบบนี้เหรอ”มาเฟียหนุ่มแสร้งเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ มือหนาเปิดชายเสื้อเชิ้ตเล็กน้อยพอให้เห็นปืนที่เหน็บอยู่ที่เอว
“…”ไม่รู้เขามาไม้ไหน แต่เธอสัมผัสอะไรได้บางอย่างว่าสันติไม่ใช่ทางออกที่ดี เธอจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายขึ้นมาเพื่อเปิดคลิปหลักฐานให้เขาดูอยากรู้ว่าเขาจะสามารถแถได้อีกไหม
“เห็นไหมว่ามันมีรถนายและรถคันนั้น แล้วฉันมีหลักฐานว่ารถของลูกน้องนายพุ่งมาที่รถฉันแต่เห็นเลขทะเบียนไม่ชัด ถึงจะเป็นรถของลูกน้องนายแต่ฉันคาดว่ามันน่าจะอยู่ในเวลางานดังนั้นถ้าอ้างอิงตามกฎหมายที่บอกว่าถ้าลูกจ้างขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเจ้านายก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย”นินิวอ้างอิงตามกฎหมายที่เธอเองก็ไม่มีความรู้มากนักพร้อมกับเปิดคลิปหลักฐานความยาวหนึ่งนาทีให้เขาดูพร้อมอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่มันไม่มีโอกาสได้เล่นจบ
“ไฮเทคเนอะมิจฉาชีพสมัยนี้”มาเฟียหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายอย่างยียวน เหตุการณ์นี้เขาไม่ผิดและเขาเองทำโทษคนผิดให้เธอไปแล้ว กฎหมายที่เธอนำมาอ้างก็ใช้ไม่ได้กับเขาเพราะเขาอยู่เหนือมัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ หรือถ้าจะบอกความจริงว่าเจมส์ตายไปแล้วทุกอย่างก็วนลูปอยู่ที่เดิม
“…”เธอไม่ใช่มิจฉาชีพ มันเป็นอดีตไปแล้ว นี่เขาจะหมายถึงเธอตัดต่อมันขึ้นมาอย่างงั้นเหรอ เธอค่อนข้างประหลาดใจกับพฤติกรรมแบบนี้โดยแสดงออกไปทางสีหน้าหมดแล้วและความอดทนก็หมดลง
“นี่นายเป็นบ้า…”
“กลับไปซะอย่ามาวุ่นวายหน้าบ้านฉันอีก”จู่ๆเขาก็ไล่ตะเพิดเสียงดังข่มเสียงตะคอกของเธอ มาเฟียหนุ่มหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่นินิวไหวตัวทันรีบใช้แขนที่ขนาดพอดีกับช่องว่างของลูกกรงรั้วสอดเข้าไปรั้งท่อนแขนแกร่งไว้ทัน
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”แพคทริคหันมามองมือเรียวที่รั้งท่อนแขนเขาไว้ด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะสะบัดทิ้ง นินิวไม่สนคว้าแขนเสื้อไว้แต่ไม่ทันเขาเดินห่างรั้วไปแล้วเธอทำได้เพียงตะโกนตามหลังไป
“นาย กลับมาก่อนกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”หงุดหงิดที่แพคทริคเดินหนีไม่สนใจใยดีเธอ สองมือบอบบางจับลูกกรงรั้วไว้มั่นเขย่าแรงๆ เท้าเตะด้วยความไม่พอใจ มันได้ผลมาเฟียหนุ่มหันมามองนักข่าวสาวอย่างคาดโทษ เขาเดินกลับมาใกล้รั้วอีกครั้งเธอจึงหยุดการกระทำนั้นไว้
“วันนั้นเธอเมาไม่ใช่เหรอ แล้วก็ตั้งใจล้มใส่รถฉันด้วย ทำไมล่ะแผนเรียกเงินแรกไม่สำเร็จเลยต้องใช้วิธีนี้เหรอ มุกตื้นๆฉันไม่หลงกลหรอกนะ”
“พูดบ้าอะไรของนาย”มือบอบบางเขย่ารั้วอย่างแรงราวกับว่าถ้าพังมันทิ้งได้ก็จะทำ เสียงของมันดังจนเจ้าของคฤหาสน์หงุดหงิด เขาเร่งฝีเท้าเดินไปเปิดประตูข้างรั้วออกมาข้างนอกกับเธอ เธอจึงปล่อยมือออกจากลูกกรงรั้วและมองตามเขาจนกระทั่งเขาเดินมาประชิดตัวเธอ
“ออกไปจากบ้านฉัน อย่าให้ฉันพูดเป็นครั้งที่สาม”หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อปืนกระบอกใหญ่จ่อมาที่ศีรษะเธอ
“ทำไมไม่มีความรับผิดชอบวะ จ่ายมาก็จบแล้วป่ะ สิบสองล้านค่าปลอบขวัญและค่าเสียหายอื่นๆ”เรียกค่าเสียหายมากกว่าจำนวนเงินจริงๆที่เคยคิดไว้แต่นั่นก็ไม่ผิดเพราะเธอมีสิทธิ์ที่จะได้มัน ชีวิตเธอมีค่ามากกว่านั้น
“ทำตัวได้สมกับเป็นมิจฉาชีพเนอะ อยากได้เงินเหรอถ้าฉันจ่ายสิบสองล้านเนี่ยฉันต้องได้ตัวเธอด้วยละมั้ง มาอ้าขาให้ฉันสิแล้วเธอจะได้มันไป แต่ต้องให้ฉันเอาจนกว่าจะคุ้มสิบสองล้านนะ”มือหนาจะสัมผัสใบหน้าสวยแต่ถูกเธอสะบัดทิ้งไปก่อน มือเรียวผลักอกแกร่งไปอย่างแรงเมื่อสายตาของเขาลวนลามเธอ
“สมองคิดได้แค่นี้จริงๆเหรอ ต่ำตมมาก ถ้านายไม่รับผิดชอบค่าเสียหายฉันจะฉะ…..”
“อยากกินลูกปืน? แล้วเธอจะรู้ว่าเธอคิดผิดที่กล้ามีเรื่องกับฉัน”เขาเค้นเสียงดุดันอย่างรู้ทันความคิดเธอ ยังไม่พอเขายังขยับปืนมาจ่อใกล้ศีรษะมากขึ้น
“ฉันเข้าใจว่าเงินมันหายากนะแต่อย่าทำวิธีนี้อีก ไปหาเหยื่อรายอื่นเถอะ ทำแบบนี้ฉันแจ้งตำรวจจับเธอได้นะ”ตำรวจเหรอ? เธอรอดพ้นจากตำรวจมาแล้วหลายครั้งไม่มีวันที่ตำรวจจะจับคนอย่างเธอได้
“นาย…”ชะงักไปทันทีเมื่อเขายิงปืนขึ้นฟ้า โชคดีที่เป็นปืนเก็บเสียงไม่มีใครแตกตื่น
“มีปัญหาอะไรไม่ทราบยัยมิจฉาชีพ”