หลังจากวันที่แพรเข้ามาคุยกับมีน
คำพูดของเธอก็ยังคงวนอยู่ในหัวของมีนไม่หาย
“อย่าคิดมากกับเขา…เดี๋ยวจะเสียใจ”
มีนพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก
เพราะไทม์เองก็ย้ำว่าอย่าไปสนใจคำพูดของแพร
แต่ถึงอย่างนั้น
ความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มทำให้เธอระวังตัวมากขึ้น
เธอเริ่มตอบแชทไทม์ช้าลง
เริ่มไม่กล้าคุยเหมือนเมื่อก่อน
จนกระทั่งวันหนึ่ง
ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน
เพื่อนในคณะชวนมีนไปกินข้าวร้านอาหารใกล้มหาลัย
“ไปด้วยกันนะ ร้านใหม่เปิด เห็นว่าอร่อยมาก”
มีนลังเลอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะพยักหน้า
ทั้งกลุ่มเดินไปที่ร้านอาหารเล็ก ๆ หน้า ม.
ร้านค่อนข้างคนเยอะ
เต็มไปด้วยนักศึกษาหลายโต๊ะ
มีนกับเพื่อนเลือกโต๊ะด้านใน
ระหว่างที่กำลังนั่งคุยกันอยู่
เพื่อนคนหนึ่งก็หยุดพูดกะทันหัน
“มีน…”
“หืม?”
“นั่นพี่ไทม์หรือเปล่า”
หัวใจของมีนเต้นแรงขึ้นทันที
เธอหันไปตามสายตาของเพื่อน
และภาพที่เห็น
ทำให้เธอนิ่งไป
ไทม์นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งของร้าน
แต่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา
คือ แพร
ทั้งสองดูเหมือนกำลังคุยกันจริงจัง
มีนพยายามบอกตัวเองว่า
อาจจะเป็นเรื่องงานอีกก็ได้
แต่แล้ว
แพรก็หัวเราะอะไรบางอย่าง
ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของไทม์
ไทม์ไม่ได้ดึงมือออก
หัวใจของมีนเหมือนถูกบีบแน่นทันที
เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ เธอหันมามองหน้า
“มีน…โอเคไหม”
มีนรีบส่ายหัว
“โอเค”
เธอก้มหน้ามองจานข้าวตรงหน้า
แต่เธอกลับกินอะไรไม่ลงเลย
ในหัวมีแต่ภาพเมื่อกี้
มือของแพรที่จับมือไทม์
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของมีนก็สั่น
เธอหยิบขึ้นมาดู
ไทม์
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
มีนกดเปิดแชท
“มีน ทำอะไรอยู่”
เธอมองข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองโต๊ะของไทม์อีกครั้ง
เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น
ตรงข้ามแพร
มีนพิมพ์ตอบไปช้า ๆ
“กำลังกินข้าวค่ะ”
ข้อความถูกอ่านทันที
“กินที่ไหน”
มีนมองไปที่เขาอีกครั้ง
ก่อนจะตอบ
“ร้านหน้า ม.”
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ไทม์เงยหน้าขึ้นมองรอบร้าน
จนกระทั่งสายตาของเขามาหยุดที่โต๊ะของมีน
ทั้งสองสบตากัน
เพียงเสี้ยววินาที
มีนรีบหลบสายตาทันที
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่
ไม่กี่อึดใจต่อมา
ไทม์ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ
เขาเดินตรงมาหามีน
แพรมองตามเงียบ ๆ
ไทม์หยุดยืนข้างโต๊ะ
“มานั่งนี่เองเหรอ”
มีนพยักหน้าเบา ๆ
เพื่อนของเธอมองสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ
ไทม์เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูด
“พี่มากินข้าวกับเพื่อน”
คำอธิบายนั้นทำให้มีนรู้สึกแปลก ๆ
เพราะคนที่เธอเห็น
ไม่เหมือนแค่เพื่อนเลย
แต่เธอก็ไม่พูดอะไร
มีนแค่พยักหน้า
“ค่ะ”
ไทม์มองหน้าเธอเหมือนจะพูดอะไรต่อ
แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ไทม์”
ทั้งสองหันไป
แพรกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูด
“ไปเถอะ”
บรรยากาศเงียบลงทันที
ไทม์หันกลับมามองมีน
สายตาของเขาดูเหมือนอยากอธิบายอะไรบางอย่าง
แต่สุดท้ายเขาก็พูดแค่
“เดี๋ยวพี่ทักไปนะ”
แล้วเขาก็เดินกลับไปกับแพร
มีนนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ แตะไหล่เธอเบา ๆ
“มีน…”
เธอเงยหน้าขึ้น
พยายามยิ้ม
“เราโอเค”
แต่ในใจของเธอ
กลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
และในคืนนั้น
โทรศัพท์ของมีนก็สั่นอีกครั้ง
ข้อความจากคนเดิม
ไทม์
“มีน พี่ขออธิบายได้ไหม”
มีนมองข้อความนั้นอยู่เป็นเวลานาน
ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง
โดยยังไม่ได้ตอบอะไร
เพราะตอนนี้
เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า
สิ่งที่แพรพูดกับเธอวันนั้น
อาจจะไม่ใช่แค่คำเตือน
แต่มันอาจเป็น
ความจริง
(