นางร้าย 5
หลายวันผ่านไป
ในที่สุดก็ถึงวันที่ไลลาต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัย เดิมที เธอจะได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับลูกกวาด เพื่อนของเธอแต่เพราะโดนพ่อของลงโทษ เธอจึงจำเป็นต้องไปเรียนที่ท่านเลือกให้
มหาวิทยาลัย M เป็นมหาวิทยาลัยรวมทายาทระดับพันล้าน และลูกหลานผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลก โดยมหาวิทยาลัย M มีสองแห่งด้วยกันนั่นคือในตัวเมือง และบนภูเขา ซึ่งมหาวิทยาลัยที่พ่อของไลลาให้เธอไปเรียนคือวิทยาเขตบนภูเขาเนื่องจากที่นั่นมีหอพัก และการควบคุม ดูแลที่เข้มงวดกว่าวิทยาลัยเขตในตัวเมือง
ส่วนการเดินทางนั้น ค่อนข้างยากลำบาก หากเดินทางด้วยรถไปยังมหาวิทยาลัยจะใช้เวลานานพอสมควร นักศึกษาส่วนใหญ่จึงเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว
แต่สำหรับสภาพอากาศในวันนี้ ไม่อำนวยต่อการบิน นักศึกษาที่เดินทางวันนี้ จึงไม่มีใครสามารถนำเครื่องบินลงที่มหาวิทยาลัยได้ นักศึกษาทุกคนที่เข้าไปในวันนี้จึงต้องเดินทางด้วยรถเท่านั้น
“ของครบแล้วใช่มั้ยคะป้าสมร”
ไลลาถามขึ้น ขณะกวาดสายตามองกระเป๋าหลายใบของตัวเองที่ถูกจัดเข้าไปด้านในรถตู้หรูอย่างเป็นระเบียบ
“เรียบร้อยค่ะคุณหนูไลลา แต่คุณหนูแน่ใจเหรอคะ ว่าไม่ให้ป้าไปอยู่กับคุณหนูในช่วงแรกก่อน เผื่อคุณหนูยังปรับตัวไม่ได้ จะได้มีป้าคอยช่วยไงคะ”
สมรดูแลไลลามาตั้งแต่เด็ก เธอจึงทั้งรักและเป็นห่วงไลลาเป็นพิเศษ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไลลาอยู่ได้” ไลลายิ้มให้สมรก่อนจะเข้าไปสวมกอดสมร
แปะ แปะ แปะ
เสียงตบมือดังมาจากทางด้านหลัง ไลลากลอกตามองบน ไม่ต้องหันไปมองก็พอจะเดาได้ว่าเสียงนั่นมาจากใคร
“เก่งจังเลยนะคะลูกไลลาของคุณแม่”
ไลลาดึงตัวออกจากสมรแล้วหันไปแสยะยิ้มให้กับหญิง ภรรยาใหม่ของพ่อเธอ
“ป๋าไม่อยู่ ไม่ต้องแสดงเป็นแม่ที่แสนดีหรอก“ ไลลาก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าหญิง มองด้วยสายตารังเกียจ “คนอื่นเขารู้กันหมดแล้วว่าเธอมันปลอมเปลือก”
หญิงยกยิ้มมุมปากแล้วขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูไลลา “แต่ป๋าเขาเชื่อฉันนะ หัดเจียมตัวไว้บ้างสิ ป๋ารักฉันมากกว่าแก รู้ไว้ซะด้วย”
ไลลากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ผู้หญิงคนนี้ครอบงำพ่อของเธอได้จนน่าหมั่นไส้ และเธอเองก็ยิ่งเจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หญิงดึงตัวกลับมายืนที่เดิม เธอแสร้งทำเป็นลูบผมไลลา ส่งยิ้มให้อย่างรักใคร่และเอ็นดู
เหตุผลที่หญิงทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะนึกรักใคร่ไลลาแต่เป็นเพราะป๋าธนินกำลังเดินมาทางนี้ต่างหาก
ต่อหน้าธนิน หญิงแสร้งทำเป็นแม่เลี้ยงผู้แสนดี แถมยังทำตัวน่าสงสาร แสร้งทำเป็นเสียใจที่ไลลาไม่เคยยอมรับเธอ
หญิงมักจะใช้เรื่องนี้ตัดพ้อกับธนินอยู่บ่อย ๆ จนธนินสงสาร เลยพยายามบังคับให้ไลลา ลูกสาวของเขาทำดีกับหญิงแต่ไลลาก็ไม่เคยทำตาม
“เหอะ ป๋ามาละสิ ถึงได้ตอแหลแบบนี้”
ไลลาแค่นหัวเราะก่อนจะปัดมือหญิงออก
“โอ๊ย ทำไมไลลาทำแบบนี้ละคะ แม่เจ็บนะ”
ไลลาหันมองพ่อตัวเองที่กำลังตรงมาทางเธอ ด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่นัก ซึ่งเธอเดาว่าพ่อของเธอคงไม่พอใจพฤติกรรมที่เธอมีต่อแม่เลี้ยงเป็นแน่ แต่เธออาศัยจังหวะที่ลูกน้องของพ่อเข้ามารายงานบางอย่างกับพ่อของเธอ ตบหน้าหญิงฉากใหญ่ ในเมื่อหญิงอยากทำให้เธอดูเป็นนางร้ายนัก เธอก็จัดให้
“นี่สำหรับที่เธอทำให้ป๋าตบฉัน”
หญิงกัดฟันกรอด มองหน้าไลลาด้วยความโกรธแค้น แต่ยังต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพราะนึกว่าธนินกำลังเดินตรงเข้ามาและเห็นฉากเมื่อครู่
“เสียใจด้วยนะ ป๋าไม่เห็นฉากเมื่อกี้”
“ไลลา นังบ้า!!”
“จุ๊ จุ๊ ป๋ากำลังเดินมา พูดจาเพราะ ๆ หน่อยสิ”
ไลลาก้าวขึ้นรถไปโดยไม่สนใจหันไปมองพ่อของเธอที่กำลังเดินมาด้วยซ้ำ เห็นอย่างนั้นธนินจึงรีบเร่งฝีเท้าพร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อลูกสาว
“ไลลาหยุดก่อน”
“ออกรถเลย” ไลลาหันไปสั่งบอดีการ์ดของเธอ
ทั้งนีโน่ และนายยะหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าลำบากใจ
“คุณหนูคุยกับป๋าสักหน่อยเถอะครับ”
“ทำไมต้องคุย”
ไลลานั่งกอดอก สะบัดหน้าไปอีกทาง เธอกำลังจะเอ่ยปากสั่งบอดีการ์ดอีกครั้งแต่ประตูรถกลับถูกเปิดออกเสียก่อน
“ไลลา ป๋าเรียกไม่ได้ยินรึไง”
“ไม่ได้ยิน”
ธนินถอนหายใจออกมาก่อนจะยื่นกล่อง กล่องหนึ่งให้กับไลลา
“เก็บไว้สิ สร้อยของแม่ลูกนะ”
คำว่า แม่ ทำให้ไลลายอมรับกล่องนั้นไว้ เธอก้มลงมองกล่องเล็กในมือด้วยสายตาวูบไหว ถ้าแม่ของเธอยังอยู่ ท่านคงจะภูมิใจในตัวเธอไม่น้อยที่ลูกสาวคนนี้กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย
ธนินโน้มตัวเข้าไปสวมกอดลูกสาว การกระทำของไลลาทำให้ไลลาตกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าพ่อของเธอจะสวมกอดเธอ
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เธอไม่ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลูกรู้ว่าพ่อนั้นระ…”
หญิงมองสองพ่อ ลูกรักใคร่แล้วอดอิจฉาไม่ได้ หญิงจึงเข้าไปทำทีเป็นดึงแขน ธนินออกมา แล้วแสร้งพูดเหมือนหวังดี
“นี่ก็บ่ายแล้ว ไลลาควรรีบออกเดินทางเถอะนะคะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสีย”
“จริงด้วยสินะ” ธนินพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหญิง เขาหันไปสั่งบอดีการ์ดทั้งสองของไลลา “นายยะ นีโน่ดูแลลูกสาวฉันให้ดีนะ”
“ครับป๋า”
“โชคดีนะคะคุณลูกสาว”
ไลลาปรายสายตามองรอยยิ้มของหญิง แล้วมองเลยไปยังป้าสมรที่กำลังยืนร้องไห้เงียบ ๆ อยู่คนเดียว
“ไลลาไปนะคะป้าสมร ปิดเทอมเจอกันนะคะ”
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะคุณหนู ถ้ามีอะไรโทรหาป้าได้ตลอด ป้าจะรีบไปช่วยทันทีเลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะป้าสมร”
ไลลาเลือกที่จะบอกลาแค่สมร เธอไม่สนใจบอกลาพ่อของเธอ และแม่เลี้ยงแม้สักนิด
ในเมื่อทั้งสองคนอยากให้เธอออกจากบ้านหลังนี้นักหนา เธอก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องบอกลาทั้งสองคน
หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านได้สักพัก
ไลลาจึงหยิบกล่องของแม่เธอขึ้นมาเปิดออก ด้านในกล่องเป็นสร้อยสีเงิน จี้รูปใบโคลเวอร์ 4 กลีบ
“น่ารักจัง”
ไลลามองสร้อยของแม่เธอแล้วยิ้มออกมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่เธอก็ยังคงคิดถึงแม่ของเธอเสมอ
“คุณหนูนอนได้เลยนะครับ กว่าจะถึงคงใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงเลยครับ”
นายยะหันมาบอกคุณหนูของเขาก่อนจะเลื่อนม่านกั้นระหว่างห้องโดยสารและคนขับปิดให้
ไลลาเอนตัวลงบนเบาะนุ่มที่ถูกจัดเตรียมหมอน และผ้าห่มไว้เป็นอย่างดี เธอเลื่อนโทรศัพท์เล่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผลอหลับไป
เวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง
ปัง!!
รถตู้หรูของไลลาถูกกระแทกโดยรถตู้สีดำที่ขับตามพวกเขามาพักใหญ่แล้ว นีโน่พยายามควบคุมรถไม่ให้เสียหลัก
ปัง!
เสียงระเบิดของยางรถดังสนั่น ทำให้รถเหวี่ยงไปมาแต่โชคดีที่นีโน่ยังสามารถควบคุมรถไว้ได้ รถจึงไม่ไถลตกข้างทาง
“สงสัยยางจะแตกวะ”
“แม่ง มันขับรถยังไงของมันวะ” นายยะสบถแล้วมองออกไปยังนอกรถ เขากำลังจะลงจากรถเพื่อเคลียร์กับคู่กรณีแต่แล้วต้องชะงักเมื่อชายชุดดำประมาณห้าคนเดินลงมาจากรถพร้อมอาวุธปืน
“ฉิบหายแล้วไง”
บอดีการ์ดทั้งสองรีบหยิบอาวุธของตัวเองเป็นจังหวะเดียวกับที่ไลลาเปิดม่าน โผล่หน้ามาถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“ถึงแล้วเหรอ”
“ยัง…”
ปัง ปัง!
นายยะพูดไม่ทันจบ เสียงปืนก็ดังขึ้น นายยะรีบเอาตัวคุ้มกันไลลา ส่วนนีโน่หันไปยิงตอบโต้กลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้น
“อะไรกัน คนพวกนั้นเป็นใคร ถึงได้… กรี๊ด”
ตึง ตึง!
ไลลากรี๊ดออกมาเมื่อประตูรถถูกทุบจากด้านนอก เธอหันไปมองด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
อีกอย่างเธอไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ถึงจะใช้ชีวิตแบบนางร้ายแต่เธอก็ไม่เคยทำร้ายหรือทำให้ใครเดือดร้อนจนกระทั่งมีศัตรูที่หวังจะเอาชีวิตกันแบบนี้
แล้วคนพวกนี้คือใครกัน!!
—————-