นางร้าย 7
(ไลลา)
“นายกำลังจะไปมหาวิทยาลัย M ใช่มั้ย ฉันขอติดรถไปด้วยสิ”
“ลงไป”
เจ้าของใบหน้าหล่อนั่นไล่ออกมาสั้น ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมฉีกยิ้มที่คิดว่าน่ารักที่สุดให้กับเขา
“ส่งฉันแค่ในมหาวิทยาลัยก็ได้ นายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าฉันเจออะไรมา”
ผู้ชายคนนั้นมองหน้าฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่งซึ่งยากเกินกว่าจะเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ฉันเลยตัดสินใจเองเสียเลย
“ตกลงคุณไปส่งฉันเนอะ ส่งหน้าหอพักนะ ฉันต้องไปให้ทันเวลาด้วยเนี่ย ไปสายมีหวังไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่ฉัน”
ฉันบ่นอุบเมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องอยู่หอใน ได้ข่าวมาว่าหอพักในมหาวิทยาลัยที่นี่นั้นหรูหรา และสะดวกสบายสมฐานะของมหาวิทยาลัยแต่ก็มีกฎที่ค่อนข้างเข้มงวด หากฉันไปไม่ทันเวลารายงานตัวเข้าหอ ฉันก็จะหมดสิทธิ์เข้าพักแล้วคุณหนูตกอับอย่างฉันจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าที่พักด้านนอก
มีหวังได้นอนข้างถนนกันพอดี
“ไม่ได้ยินรึไง บอกว่าให้ลงไป”
น้ำเสียงเข้มของคนด้านข้าง ทำให้ฉันถึงกับขมวดคิ้ว แต่พยายามบอกตัวเองว่าเขาคือผู้มีพระคุณ และไม่ควรวีนใส่เขา แม้จะข่มใจยากหน่อยแต่ในที่สุดฉันก็ทำได้
ฉันเงยหน้ามองเขาแล้วฉีกยิ้มกว้างก่อนจะหยิบเจ้าตุ้ยลูกรักออกจากกระเป๋า คิดเอาเองว่าหากฉันมีอะไรตอบแทนเขา เขาอาจจะใจดีให้ฉันไปด้วยก็ได้
เจ้าตุ้ยเป็นพวงกุญแจกระต่ายแยกเขี้ยว หลายคนอาจจะมองว่ามันดูน่ากลัว ร้าย ๆ แต่สำหรับฉันมันน่ารักที่สุด
“อะ แทนคำขอบคุณ”
คิ้วเข้มเลิกขึ้น มองเจ้าตุ้ยในมือฉันแล้วสบถออกมาเบา ๆ “ปัญญาอ่อน”
“ปัญญาอ่อนตรงไหน น่ารักจะตาย”
ฉันเพิกเฉยต่อคำพูดของเขา แล้วเอื้อมมือไปเพื่อเกี่ยวเจ้าตุ้ยไว้กับกุญแจรถของเขาแต่ด้วยความที่กุญแจรถของเขาอยู่อีกฝั่ง ฉันจึงต้องโน้มตัวเข้าไปหากุญแจ
“ทำอะไรของเธอ”
รู้ตัวอีกที ตัวของฉันก็พาดอยู่บนตักของเขาแล้วเพราะมัวแต่พยายามแขวนเจ้าตุ้ยกับกุญแจเลยไม่ทันได้ระวัง
เพียะ
ดวงตาฉันเบิกโตเมื่อรู้สึกถึงมือเขาที่ตีลงบนหลังถึงจะไม่แรงมากแต่ก็แอบแสบ ๆ อยู่เหมือนกัน
“นายตีหลังฉันทำไมเนี่ย!” ฉันหันไปวีนเขาอย่างอัตโนมัติ
“นมเธอตีขาฉันก่อน”
“0_0 wdfff”
ดวงตาของฉันเบิกโตกว่าเดิม หันมองเขาด้วยความตกใจว่าเขาพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างไร
“หึ นี่จงใจเอานมถูขากันเลยเหรอ”
“ไอ้บ้า ใครทำแบบนั้น!”
ในระหว่างที่ฉันกำลังตกใจ และสับสนอยู่กับสถานการณ์นั่นเอง
แชะ
ภาพน่าเกลียดของฉันถูกถ่ายโดยบุคคลหน้านิ่ง เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ฉันดู
ซึ่งภาพในมือถือเหมือนฉันกำลังจงใจเอาหน่มน๊มถูขาเขาจริง ๆ ด้วย เพราะความอ่อนนุ่มของหน้าอกหน้าใจกำลังเบียดเข้าหาท่อนขาแกร่งของเขา
ทุเรศ ทุเรศที่สุด!! คุณหนูไลลารับบ่ได้
“ลบออกเดี๋ยวนี้”
ฉันสั่งเสียงแข็งแต่เขากลับยังคงยกยิ้มแล้วมองหน้าฉันอย่างท้าทาย
“ทีตอนฉันสั่งให้เธอลงจากรถฉัน ทำไมเธอไม่ลง”
“นายนี่มัน -_-!” ฉันกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปหาเขา หมายจะแย่งโทรศัพท์ของเขามากดลบภาพ
“Hey! Give it to me” (เฮ้! ส่งมันให้ฉัน)
“Why should I?” (ทำไมฉันควรทำแบบนั้น)
ริมฝีปากสวยยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาเอาโทรศัพท์หลบฉัน ไม่ให้ฉันได้มัน และยิ่งฉันพยายามมากเท่าไหร่ ยิ่งดูเหมือนเขานั้นสนุกมากเท่านั้น
หมับ!!
ในจังหวะนั้นเอง มือของฉันคว้าหมับเข้าเต็ม ๆ แต่ไม่ได้คว้าเข้าที่โทรศัพท์ของเขานะ เพราะมือของฉันคว้าบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น
แชะ
ภาพน่าอับอายของฉันถูกถ่ายไว้อีกหนึ่งภาพ ฉันก้มลงมองตำแหน่งมือของตัวเองก่อนจะรีบดึงมือออก แล้วดึงตัวเองกลับไปนั่งบนเบาะ
สติของฉันตอนนี้ราวกับโดนแช่แข็งเอาไว้ชั่วขณะทั้งมึน และเบลอ เมื่อกี้ฉันพึ่งจับอันนั้นของเขาใช่มั้ย
แง ไลลา ทำไมถึงได้ทำเรื่องที่น่าอายขนาดนี้
“เธอนี่มันโรคจิตตัวจริงเลยสินะ”
“ฉันไม่…”
อยากจะปฏิเสธก็พูดได้ไม่เต็มปาก ความรู้สึกถึงความใหญ่โตใต้กางเกงราคาแพงนั่นมันยังเต็มมือฉันอยู่เลย
ทำไมถึง…อ๊าย เลิกคิดเดี๋ยวนี้นะไลลา
“คิดอะไรอยู่ หน้าแดงเชียว”
“เปล่า ไม่ได้คิด” ฉันส่ายหน้ารัวเร็ว ก่อนจะหันไปเปิดประตูเพื่อลงจากรถ “ฉันยอมลงแล้ว นายลบรูปพวกนั้นซะด้วย”
พรึบ
มือหนาวางลงบนมือของฉันที่กำลังจะเปิดประตูรถไว้ เขาเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ฉันแล้วถามออกมาเสียงเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเดิม
“ฉันถามว่าคิดอะไร ทำไมหน้าแดง”
“ก็มันใหญ่จนน่าตกใจ อุ๊บ >x<”
ฉันรีบเอามือปิดปากตัวเองเมื่อพึ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก่อนจะตีลงบนแขนของผู้ชายคนนั้นเพราะเขาขำออกมาแบบไม่ไว้หน้ากันสักนิด
“ขำอะไรไม่ทราบ”
“ยัยโรคจิต”
ริมฝีปากฉันเม้มเข้าหากัน ทั้งโมโห ทั้งอาย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น หรือโดนคนอื่นว่าแบบนี้เลยสักครั้ง เพราะปกติฉันด่ากลับชนะตลอดแต่สำหรับเหตุการณ์นี้นั้น หมดหนทางสู้ T_T
“เออ ฉันมันยัยโรคจิต ถ้าอย่างนั้นนายก็ปล่อยฉันลงสิ!”
“ไม่” ผู้ชายคนนั้นดึงเข็มขัดมาคาดให้กับฉัน ฉันมองเข็มขัดที่โดนคาดลงบนตัวด้วยความมึนงง
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่ไล่ฉันลงจากรถ แต่พอฉันอยากจะลง เขากลับไม่ยอมให้ลงเสียอย่างนั้น
ฉันมองตาม จนกระทั่งเขาดึงตัวกลับไปนั่งประจำที่คนขับแล้วสตาร์ตรถขับออกไปด้วยความรวดเร็ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนฉันคิดว่านรกอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“ว้าย นายจะรีบไปตายรึไง”
มือของฉันจับขอบประตูไว้แน่น มองคนที่กำลังขับรถด้วยความเร็วเกือบสองร้อยด้วยความตกใจ ถนนเส้นนี้เป็นทางขึ้นเขา ทำไมเขาถึงได้ขับมันเร็วขนาดนี้
โอ๊ย คุณหนูไลลาหัวใจจะวาย
“เธอรีบไม่ใช่เหรอ”
นั่น-.-!! ยังจะมายอกย้อนกันอีก
“ฉันรีบก็ใช่ แต่รีบไปรายงานตัวเข้าหอโว้ย ไม่ได้รีบไปนรก”
เพียะ
มือหนาตีลงบนปากฉันเบา ๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงดุเย็น ๆ “เป็นผู้หญิงพูดให้มันเพราะ ๆ หน่อย”
“แล้วนายยุ่งอะไรด้วย ฉันจะพูดยังไงก็เรื่องของฉัน”
“หึ กลับมาปากดีได้ขนาดนี้ แสดงว่าลืมเรื่องน่าอายที่ตัวเองทำเมื่อกี้แล้วสินะ”
จริงอย่างที่เขาว่า การขับรถของเขาทำให้ฉันลืมเรื่องน่าอายเมื่อครู่ไปชั่วขณะ พอเขาทักขึ้นมาจึงทำให้นึกได้ขึ้นมาอีกครั้ง
“หยุดพูดมากแล้วขับรถไปเลย”
“เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่ได้ไปส่งเธอฟรี”
“อย่ามาขออะไรบ้า ๆ นะ”
“เหอะ ฉันดูเป็นคนเลวรึไง”
ฉันเอียงคอมองหน้าเขา แล้วใช้เวลาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปอย่างใจคิด
“อืม นายดูไม่น่าจะเป็นคนดีสักเท่าไหร่”
“เธออยากโดนฉันถีบลงจากรถสินะ”
“หยอกเล่นหรอก อยากได้อะไรก็บอกละกัน คุณหนูไลลาคนนี้จัดให้ได้หมดแหละ”
—————-