“นอนกับฉัน”
“อะไรนะ” เขากำลังก้าวออกจากเงามืดถึงกับชะงัก
“นอนกับฉัน ในเมื่อคนรักของฉันไม่ต้องการเวอร์จิ้นของฉัน ฉันจะยกให้ใครก็เรื่องของฉัน นี่แหละวันดีๆ” หญิงสาวจ้องเขาตรงๆ ด้วยดวงตาวาววับ อากาศเย็นจัดทำให้สองแก้มมีเลือดฝาดระเรื่อ มองไปมองมาเหมือนลูกท้อ แววตาคู่งามไหวระริกด้วยความเก้อเขินแต่เธอข่มมันไว้ เขาเองก็จ้องมองเธอโดยนิ่งงันไปอึดใจหนึ่งเช่นกัน เริ่มสังเกตว่าเธอเมา
“คุณรู้จักผมแล้วงั้นหรือ” ชายในเงามืดเอ่ยถาม
“ไม่รู้” เธอสะอื้น
“แล้วทำไมถึงมีข้อเสนอแบบนั้นให้ผม”
“คุณพูดถูกเรื่องวันแย่ๆ ฉันจะไม่ยอมมีวันแย่ๆ อีกต่อไปแล้ว ฉันอายุยี่สิบสี่...”
“แล้วไง”
“ก็แปลว่าโตแล้วจะทำอะไรก็ได้” เจ้าสาวเอ่ยเสียงต่ำเบา ความเศร้าสุดขีดแปรเปลี่ยนเป็นแค้นสุดใจ ชีวิตรักที่ผ่านมามันบัดซบจนน่าอับอาย น้ำเสียงของเธอจึงขาดห้วง เข่าอ่อนฮวบ “โตแล้วจะมีผัวกี่คนก็ด้าย... เศร้าว้อย...”
นั่นปะไร... เหตุผลข้างๆ คูๆ เขายังไม่คิดจะแต่งเมียด้วยวิธีนี้จึงพยายามรักษาท่าทีนิ่งเฉย
“ใจเย็นๆ เย็นไว้ๆ หายใจเข้าลึกๆ คุณผู้หญิง แล้วนับตามผม” ร่างสูงสง่าค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างรวดเร็วพลางอ้าแขนรอรับเจ้าสาวลงมาจากขอบปูน เธอตัวสั่นเทาด้วยแรงลมกระโชกไปหมดแล้วจึงพยักหน้าอย่างอ่อนแรงแล้วค่อยๆ ก้าวลงมาทั้งน้ำตา
“เอาล่ะ ค่อยๆ หายใจ... หายใจเข้านับหนึ่ง... สอง... หายใจออกนับสาม... สี่...”
เธอพยายามทำตามอย่างกระท่อนกระแท่น มือเย็นเฉียบเริ่มอุ่นขึ้นเมื่อมืออุ่นร้อนเกาะกุมมันไว้ ส่วนมือของเขาอีกข้างนวดแผ่นหลังและคลายชุดเจ้าสาวซึ่งรัดแน่นออกเล็กน้อยให้เธอหายใจสะดวกขึ้น เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน รู้แค่ว่าเขาเป็นเพียงชายแปลกหน้าซึ่งบังเอิญหลบขึ้นมาสูบบุหรี่อยู่ข้างแท้งก์น้ำ แล้วเธอก็เพิ่งจะขอนอนกับเขา... คำพูดที่เธอเพิ่งพูดไปทำให้เธอสำลักหนักขึ้น
“ฮือๆ โดนผัวทิ้งก็ว่าเจ็บใจแล้วแต่นี่ยังไม่ทันได้ผัว มันก็ทิ้งฉันแล้ว เจ็บใจ...” เธอร้องอ้อแอ้ หายใจเฮือกๆ เจ็บปวดสะเทือนซาง “ทำไมหายใจไม่ออกอ่า...”
“เอ้า ก็อย่ามัวแต่พร่ำเพ้อ หายใจเข้า ดีมาก... หายใจเข้า นับหนึ่ง... สอง... หายใจออกนับสาม... สี่... คุณทำได้ดีแล้ว”
“คุณ... รับปากฉันแล้วนะคะ” เธอกลับมาหายใจเป็นปกติได้ก็ตวัดมือเกาะบ่ากว้าง ดึงตัวเขาเข้ามาใกล้ๆ พยายามรั้งร่างสูงใหญ่นั้นลงมา แต่ตัวเขาก็มิได้ขยับตาม
ส่วนหญิงสาวยังมีท่าทีตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นเขาชัดๆ เต็มสองตา เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะรูปงามองอาจไร้ที่ติราวกับเป็นเจ้าชายกระโดดออกมาจากหนังสือนิทาน ชายหนุ่มคนนี้หล่อเหลาสมบูรณ์แบบ สง่างามอย่างหาได้ยากยิ่ง ร่างกายของเขาสูงใหญ่ บุคลิกน่าเกรงขาม ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาราวกับพายุน้ำแข็ง
แต่มุมปากของเขายกขึ้น... เขากำลังยิ้ม? ยิ้มได้โหดเหี้ยมจัง...
หญิงสาวพยายามครองสติของตัวเองขณะสบตาคมกริบ ดวงตาสีเข้มของเขาฉายแววฉลาดเฉลียวและทรงพลังจนน่ากลัว เธออยากจะอ้าปากเอ่ยถามว่าเขาเกี่ยวข้องอันใดกับวงการทหารหรือไม่ เพราะกลิ่นอายของเขาองอาจดุดันเหมือนพี่ชายของเธอไม่มีผิด เขาตัวสูงไล่เลี่ยกับพี่ศศินพงศ์หนำซ้ำยังเป็นหมอเหมือนกันอีกต่างหาก จะผิดต่างกันก็ตรงที่พี่ชายของเธอเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มตามวิสัยชายไทย ส่วนเขาคนนี้...
เธอพินิจพิจารณา... เขางามสง่าหาใครเทียบ ดวงตาดุดันแกร่งกร้าวราวกับปีศาจ
ปีศาจ?? หรือว่าเขาเป็นเพียงภาพหลอน ตัวจริงของเธอกระโดดลงไปกระแทกพื้นร่างแหลกเหลวไปนานแล้ว ส่วนที่กำลังคุยจ้อกันอยู่นี่เป็นเพียงวิญญาณ และปีศาจตนนี้กำลังล่อลวงเธอสู่ห้วงนรก
เจ้าสาวคนงามดิ้นรน แต่ไออุ่นที่ร้อยรัดอยู่รอบกายกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เธอสงบลง มือบอบบางยึดเกาะไหล่เขาไว้โดยที่สองขาอ่อนเปลี้ยจวนจะล้มพับลงได้ทุกขณะ บุรุษรูปงามจึงช้อนตัวเธอขึ้นมาแล้วพาไปนั่งพัก
“ปล่อย ฉันเดินเองได้”
“ไม่ปล่อย”
การกระทำของเขาแข็งกร้าวไม่ผ่อนปรน ไม่ถามความสมัครใจของเธอก่อนแต่อย่างใด เธอพยายามทำตัวนิ่งทื่อเหมือนท่อนไม้ขณะลอยวืดขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ร่างแกร่งดังภูผาเดินอย่างมั่นคงก่อนจะวางเธอลง
“อย่าซน” เขาดุเสียงขรึม มือขาวผ่องจึงจำใจต้องปล่อยมือจากหูกระต่ายชุดสูท คนคนนี้สวมชุดสูทหางยาวขับเน้นความเป็นบุรุษอย่างล้ำลึก แต่เธอกลับรู้สึกว่าเขาคงจะมีเสน่ห์โลดแล่นขึ้นอีกหลายเท่าหากได้สวมเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกและถลกแขนเสื้อขึ้นสบายๆ เขาปลดเสื้อสูทมาคลุมไหล่ให้ มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาพิเศษแตกต่างจากคนทั่วไปแต่เธออธิบายไม่ถูก
“ขอบคุณค่ะ” เธอหมายถึงเสื้อที่เขาสละให้ เสื้อตัวนี้อุ่นมากทว่าอุ่นเกินไปจนพาลหน้าแดงขึ้นยากระงับ ไหนจะไอร้อนและกลิ่นหอมจากผิวกายที่ยังแทรกซึมอยู่ในเนื้อผ้า เธอจึงเหมือนถูกไออุ่นของเขาโอบล้อมไว้ จมดิ่งลงสู่คลื่นร้อนๆ ของบุรุษเพศ
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไม่กระโดดลงไป” เธอตัดสินใจถามเพราะเขาดูไม่วิตกกังวลเลยสักนิดตอนที่เธอยืนอยู่บนขอบปูนนั้น ถ้าเขาไม่ใช่พวกเลือดเย็นก็ต้องเป็นคนที่นิ่งมากทีเดียว และตอนที่เขาประคองเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วสอนให้หายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกได้ว่าเขาแอบวัดชีพจรของเธอด้วย
“ถ้าคุณจะกระโดดก็คงกระโดดไปนานแล้ว ไม่มัวเสียเวลาคุยกับคนแปลกหน้าหรอก”
“เออ จริง” เธอยอมรับตามนั้น ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่เป็นเพื่อนจนแน่ใจว่าเธอสงบสติอารมณ์แล้วจริงๆ เขาจึงยื่นบุหรี่ให้สูบแต่เธอส่ายหน้าแต่พอคิดอีกที เธอก็พยักหน้า “เพราะเรื่องวันนี้ ไม่ใช่สิ เพราะเรื่องเมื่อวานนี้ฉันก็เลยได้ดื่มเหล้าเป็นครั้งแรก จะลองสูบบุหรี่ครั้งแรกจะเป็นไรไป”
“อ๊ะๆ ไม่เคยสูบงั้นเหรอ งั้นไม่ให้ดีกว่า”
“อ้าว แล้วส่งมาให้ทำไมล่ะ” เธอท้วงเมื่อเขาดึงซองบุหรี่กลับไป เหตุผลที่ฟังขึ้นคือเขาไม่อยากให้เธอหัดสูบมะเร็งเข้าปอด และอีกเหตุผลลึกๆ คือเขาไม่อยากให้ริมฝีปากแดงระเรื่อนั่นคล้ำดำเพราะบุหรี่ ชายหนุ่มลอบมองเธอหลายครั้ง เธอร้องไห้จนสองแก้มเป็นรอยคราบมาสคาร่าละลาย ลิปสติกเลอะเป็นปื้นเพราะเผลอเอามือไปขยี้ แต่เจ้าสาวยังคงสวยงดงามในชุดวิวาห์สีขาวบริสุทธิ์ ปักด้วยมุกและลูกปัดคริสตัสวาววับ อก เอว สะโพกงามได้สัดส่วนแลดูสง่างาม หน้าตาเกลี้ยงเกลาหมดจด ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตาตี่นิดๆ และถ้ามองสบตาผู้ใดก็จะสะเทิ้นเมินหลบไป ทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาพิกล
“ส่วนเรื่องที่คุณขอ ผมขอผ่านนะ คุณควรจะกลับไปเคลียร์ทุกอย่างกับแฟนของคุณจะดีกว่า”
“ฉันจะไม่กลับไปหาเขาอีกแล้ว ไม่เอาแล้ว ลาขาด อยู่ดีๆ หาเรื่องแปลงร่างเป็นควายครั้งนี้ครั้งเดียวพอ” เธอประกาศอย่างเจ็บปวด “ฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับใครอีก พอกันที ฉันเข็ดแล้ว”
เธอสบตาเขาเขม็ง ก่อนจะค่อยๆ ถลกกระโปรงเจ้าสาวขึ้นสูง เรียวขาขาวผ่องสวมถุงน่องบาดเร้าจนร่างสูงใหญ่มองตาค้าง แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่าสายรัดถุงน่องซึ่งดึงรั้งผิวขาวอวบอิ่ม ลมหายใจของบุรุษหนุ่มหนักหน่วงขึ้นแทบจะระเบิดเพราะหากเธอขยับอีกเล็กน้อย ชายกระโปรงก็จะขึ้นมาถึงอันเดอร์แวร์ตัวสวย เธอสะอึกสะอื้นไปพลางถอดอันเดอร์แวร์ออก โยนมันทิ้งไป
“มาสิ ไหนๆ ฉันมันก็ไม่มีค่า คุณก็ลองสอนฉันหน่อยสิว่าวันดีๆ มันเป็นยังไง”
หญิงสาวหันหลังให้ก่อนจะเอื้อมมือรูดซิปชุดเจ้าสาวออกช้าๆ ปล่อยให้ชุดเกาะอกนั้นร่วงหลุดออกจากกาย แผ่นหลังขาวเนียนกระจ่างท่ามกลางแสงจันทร์ตรึงสายตาของเขาไว้มั่น ไม่นับรวมฐานทรวงอกอิ่มงามชดช้อยที่พรากลมหายใจชายจนสะดุด เธอยืนนิ่งท้าแสงจันทร์อยู่เช่นนั้นก่อนจะตัดสินใจหันหน้ากลับมา ใบหน้าร้อนแดงก่ำราวกับผิวจะไหม้
เธอกอดความอิ่มงามไว้และคลายออก ปล่อยทุกอย่างแล้วแต่ชายผู้นี้จะบัญชา
ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายในดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้น ท้าทายให้เขาคิดและตีความเอาเอง อกอิ่มกลมกลึงของเธอเปิดเปลือยอยู่ตรงหน้า เร่งเร้าให้อารมณ์ของบุรุษเพศพุ่งทะยาน เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเธอก็กำลังช้อนมองเขาอยู่เช่นกัน
เธอเป็นหญิงสาวหวานละมุนละไม เรือนผมยาวสลวยตกรุ่ยร่ายเคล้าเคลียปลายถันสีสวย เพียงแค่มองกันและกันก็จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหน บุรุษหนุ่มถึงกับสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งก่อนจะขบกรามแน่นเพื่อข่มความรู้สึกร้อนพล่าน
ดวงตาเป็นเครื่องมือสื่อสารได้ดีที่สุดไม่ว่ายุคไหนๆ ผู้หญิงที่ใช้ดวงตาแทนคำพูด ผู้หญิงลักษณะนี้ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็เร้าใจชวนให้อยากเข้ามาทำความรู้จักเสมอ และตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น
และต้องเป็นเขาเพียงคนเดียวด้วยที่จะได้เห็น ได้สัมผัสอาหมวยคนนี้
ร่างแกร่งดังภูผามองความงามท้าทายนั้นอย่างโจ่งแจ้ง ความรู้สึกนึกคิดในสมองเต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าชวนตื่นตะลึง ดวงตาคมกริบจดจ้องเส้นโค้งของเนินถันชวนให้คิดอกุศล ริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นเผยอนิดๆ เพิ่มระดับความร้อนระอุในกายชายฉกรรจ์ได้ในพริบตา แต่เธอเป็นสิ่งต้องห้ามเพราะเธอมีเจ้าของแล้ว ชายหนุ่มจึงข่มความพุ่งพล่านก่อนเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“คุณควรซื่อสัตย์กับคนของคุณนะอาหมวย”
“จะซื่อสัตย์ไปทำไมในเมื่อเกมนี้มันมีคนโกง” เธอปล่อยโฮ ทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิเหมือนเด็กถูกขัดใจ “ในเมื่อเขาทำได้ ทำไมฉันจะทำบ้างไม่ได้!”
“คุณไม่ควรทำเพราะอย่างน้อยคุณก็ชนะตัวเอง ยังมีความภาคภูมิใจในเกียรติของตัวเองไม่ใช่หรือ?”
เขาฉุดแขนบอบบางให้ลุกขึ้นมาพลางสบตาเธอนิ่ง แววตาน่าเกรงขามดุดันของเขาตรึงเธอไว้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดให้มากความ เธอจึงพยักหน้ายอมรับว่าเขาพูดถูก การประชดคนรักด้วยวิธีนี้มีแต่จะฉุดชีวิตของเธอให้ย่ำแย่ลง มือขาวผ่องเช็ดน้ำตาป้อยๆ ก่อนจะดึงอันเดอร์แวร์ขึ้นและแต่งตัวตามเดิม สองแก้มแดงก่ำร้อนผ่าวด้วยความอับอายแทบแทรกแผ่นดิน แต่หารู้ไม่ว่าความใจกล้าของเธอต้องตาเขานัก
“ฉันขอโทษค่ะ”
“แต่ถ้าคุณจะนอนกับผม คุณต้องแต่งงานกับผมนะ”
คราวนี้เป็นเธอบ้างที่อึ้ง “ฉันเพิ่งจะล่มงานแต่งตัวเองมาหยกๆ นะ”
มุมปากของเขายกขึ้นอย่างขบขัน “แล้วไงล่ะ คุณยังขอนอนกับคนแปลกหน้าเลยนี่”
“เออ จริง บ้ากันทั้งคู่นั่นแหละ” เธอสบตาสีน้ำตาลเข้มเจิดจ้านั้นอยู่อึดใจ อากาศหนาวเย็นและอาการมึนเมาน้ำตานั้นทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ คำตอบของเธอครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล