ตอนที่ 3: สายตาที่แอบมอง

1566 Words
สายตาที่ไม่เคยหายไป เสียงลมพัดแผ่วผ่านหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของห้องนนท์ในยามเช้า กลิ่นฝนจากเมื่อคืนยังคงอวลอบอวลอยู่รอบ ๆ ตัว บ่งบอกว่าเมฆฝนยังไม่ลอยไปไหน บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ข้างเตียงมีเพจเจอร์สีดำขลับวางอยู่ข้างสมุดไดอารี่ที่เปิดค้างไว้ ข้อความล่าสุดบนหน้าจอเพจเจอร์สั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ แต่กลับทำให้หัวใจนนท์เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “เช้านี้ตื่นรึยังคะ :) – อัญ” นนท์มองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ราวกับต้องการจดจำตัวอักษรทุกตัวเอาไว้ในใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์แบบและมีคนรุมล้อมมากมายอย่างอัญ จะส่งข้อความหาเขาก่อนแบบนี้ “ทำไมเธอถึงสนใจเรา…” นนท์พึมพำในใจ แต่แทนที่จะหาคำตอบ เขากลับส่งข้อความกลับไปว่า.... “ตื่นแล้วครับ เจอกันที่คณะนะ” เขาถอนหายใจยาว ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์บ่อยนัก วันนี้เป็นอีกวันที่เขาจะได้เห็นรอยยิ้มของอัญ และนั่นเพียงพอที่จะทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันที่มีความหมาย บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยปลายยุค 90 ปี 1998 เป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยสีสัน นักศึกษาส่วนใหญ่ยังคงใช้เพจเจอร์ โทรศัพท์สาธารณะ และเทปคาสเซ็ตต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่หน้าคณะการโรงแรมและการท่องเที่ยวมีเสียงพูดคุยคึกคัก นักศึกษาบางคนกำลังนั่งรอเพื่อนบนม้านั่งไม้ กลุ่มเพื่อนของนนท์ — ตรี, กร, และ เขต — กำลังยืนรออยู่หน้าตึก ตรีมองนาฬิกาข้อมือก่อนหันไปทางกร “เฮ้ย วันนี้ไอ้นนท์มันช้าจังวะ” เขตหัวเราะหึ ๆ “ก็ไม่แปลกหรอกมั้ง ช่วงนี้เห็นมันเดินกับอัญบ่อยจนคนทั้งคณะซุบซิบกันหมดแล้ว” ทันใดนั้น นนท์ก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “ขอโทษนะ มาช้าไปหน่อย” ตรีหรี่ตา “เออ ๆ ไม่ต้องพูดก็รู้ มัวแต่ใจลอยหาใครอยู่ล่ะสิ” นนท์หน้าแดงนิด ๆ แต่พยายามทำเสียงเรียบ “ก็…ส่งข้อความตอบเพื่อนเฉย ๆ น่ะ” กรกับเขตหันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะ “เพื่อน…ชื่ออัญล่ะสิ” กรพูดพร้อมขยิบตา นนท์ไม่ตอบ แต่สีหน้าแดงจัดยิ่งกว่าตอนแรก ทำให้ทั้งสามคนยิ่งแซวกันใหญ่ มุมมองของอัญ — การแอบมองที่ไม่อาจบอก ในขณะเดียวกัน อัญยืนมองนนท์อยู่ห่าง ๆ ผ่านบานกระจกใสของตึกเรียน รอยยิ้มอบอุ่นของเขาท่ามกลางกลุ่มเพื่อนทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด “ทำไมเขาถึงดูมีเสน่ห์ขนาดนี้นะ…ทั้งที่ไม่ใช่คนที่โดดเด่นที่สุด” นนท์ไม่ใช่ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาจนใคร ๆ ต้องเหลียวมอง แต่เขามีบางสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ภาพเหตุการณ์วันนั้นที่เขาช่วยลูกแมวตกน้ำยังคงชัดเจนในความทรงจำ สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้อัญตัดสินใจเดินเข้าไปในชีวิตของเขาโดยไม่ลังเล แต่ขณะเดียวกัน ความกลัวก็ซ่อนอยู่ลึกในใจ ความจริงเกี่ยวกับโรคที่เธอเป็นเหมือนกำแพงสูงที่ไม่อาจข้ามไปได้ เธอไม่อยากให้นนท์ต้องเจ็บปวดเมื่อวันนั้นมาถึง ริน เพื่อนสนิทของอัญ เดินเข้ามาพร้อมถือแฟ้มเอกสาร “อัญ! ยืนเหม่ออะไรอยู่จ๊ะ” อัญสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมายิ้ม “เปล่าหรอก…แค่คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ” รินหรี่ตามองอย่างสงสัย “เพลิน ๆ หรือแอบมองใครอยู่กันแน่” อัญหน้าแดงทันที “ริน! อย่าพูดเสียงดังสิ” รินหัวเราะเสียงใส “โอ๊ย ๆ ฉันแค่แซวเล่น แต่ก็จริงนะ…ช่วงนี้แกดูสดใสผิดปกติเลยนะอัญ” คำพูดของรินทำให้อัญยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ตอบกลับ เธอไม่กล้าเล่าความจริงว่าทุกความสดใสเกิดจากผู้ชายที่ชื่อ นนท์ การบ้านกลุ่มและจุดเริ่มต้นของความใกล้ชิด วันนี้มีคลาสวิชาการจัดการท่องเที่ยวซึ่งต้องทำโปรเจกต์เป็นกลุ่ม อาจารย์ประกาศให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหัวข้อที่เลือกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า นนท์อยู่กลุ่มเดียวกับตรี กร และเขต ส่วนอัญอยู่กลุ่มกับรินและเพื่อนอีกสองคน แต่บังเอิญหัวข้อที่ทั้งสองกลุ่มเลือกมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน อาจารย์จึงให้ทั้งสองกลุ่มนัดประชุมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นในห้องสมุดมหาวิทยาลัย อัญนั่งฝั่งตรงข้ามนนท์ ระหว่างพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล เธอมักจะเผลอมองเขาโดยไม่รู้ตัว สายตาของอัญเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความชื่นชม นนท์รู้สึกได้ถึงสายตานั้น แต่พยายามทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า หัวใจเขาเต้นแรงทุกครั้งที่เธอยิ้มให้ หรือเวลาที่เสียงหวาน ๆ ของเธอดังขึ้นใกล้หู ตรีกระซิบกับกรเบา ๆ ระหว่างที่คนอื่นกำลังอธิบายแผนงาน “ดูสิ ๆ อัญมองไอ้นนท์ตลอดเลยว่ะ” กรยิ้มกว้าง “บอกแล้วไงว่าชัวร์แน่ ๆ งานนี้เพื่อนเราต้องมีคู่แล้วล่ะ” ข้อความลับผ่านเพจเจอร์ คืนนั้น หลังจากแยกย้ายกลับ อัญส่งข้อความไปหานนท์ “วันนี้สนุกมากเลย ขอบคุณที่ช่วยงานนะ” ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงสัญญาณเพจเจอร์ของนนท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูและยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “วันนี้สนุกมากเลย ขอบคุณที่ช่วยงานนะ” – อัญ” “เราต่างหากที่ต้องขอบคุณอัญ ขอบคุณที่ยิ้มให้เราทั้งวัน” จากคืนนั้น ทั้งคู่เริ่มส่งข้อความหากันทุกวัน เพจเจอร์กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทำให้หัวใจทั้งสองใกล้กันมากขึ้น แม้จะมีเพียงข้อความสั้น ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เหตุการณ์ในห้องเรียน วันหนึ่ง ระหว่างคลาสเรียนการจัดการโรงแรม อาจารย์มอบหมายให้แต่ละคนยกตัวอย่างสถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการดูแลลูกค้า นนท์ไม่ค่อยถนัดพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก จึงออกมาหน้าชั้นด้วยความเกร็ง อัญนั่งมองเขาด้วยสายตาให้กำลังใจตลอดเวลา เมื่อสบตากับเธอ นนท์รู้สึกเหมือนได้รับพลังบางอย่าง ทำให้เขาสามารถพูดจบได้อย่างราบรื่น หลังคลาสเรียนจบ ตรีกับกรแซวทันที “โห ไอ้นนท์ นี่ถ้าไม่มีอัญมองให้กำลังใจนะ มึงคงพูดติดขัดไปครึ่งชั่วโมงแน่ ๆ” นนท์พยายามปฏิเสธแต่ไม่สำเร็จ สีหน้าเขาแดงจนทุกคนสังเกตเห็น อัญยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ใบหน้าเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ หัวใจเธออุ่นวาบเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นเหตุผลที่ทำให้เขากล้าขึ้น รินเริ่มสงสัย รินที่เป็นเพื่อนสนิทของอัญเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อน วันหนึ่งหลังเลิกเรียน เธอเดินเคียงข้างอัญพร้อมพูดอย่างจริงจัง “อัญ…แกมีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังไหมช่วงนี้ แกดูมีความสุขนะ” อัญชะงักเล็กน้อยก่อนตอบยิ้ม ๆ “ก็…ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” “ไม่มีจริงเหรอ” รินจ้องหน้าเพื่อน “ถ้าไม่มีจริงแล้วทำไมแกถึงแอบยิ้มเวลาเพจเจอร์ดังล่ะ” อัญหน้าแดงทันที “ริน!” รินหัวเราะเสียงใส “แหม ฉันก็แค่ห่วงเพื่อนนี่นา แต่ถ้าแกชอบใครจริง ๆ ฉันก็จะคอยเชียร์นะ…แต่ขอให้เป็นคนที่ทำให้แกมีความสุขก็พอ” คำพูดของรินทำให้อัญยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะริน…แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลย” แต่ในใจลึก ๆ อัญยังคงเก็บงำความจริงเรื่องโรคร้ายไว้ เพราะกลัวว่าวันหนึ่งความสุขที่เธอได้รับอาจกลายเป็นความเจ็บปวดสำหรับทุกคน ฉากโรแมนติกใต้แสงดาว เย็นวันศุกร์ นนท์ชวนอัญไปนั่งเล่นที่สวนดอกไม้ใกล้บ้าน อัญชอบที่นี่เพราะมีดอกไม้นานาชนิดและมีกลิ่นหอมอบอวล ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ และเสียงจักจั่นร้องระงม นนท์นั่งลงบนม้านั่งไม้แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว “อัญ…เคยคิดไหมว่าดาวบนฟ้าคล้ายกับความทรงจำ” อัญหันมามองเขาอย่างสงสัย “ยังไงเหรอ” “แม้บางดวงจะส่องสว่างอยู่เสมอ บางดวงก็จางหายไป แต่ต่อให้มองไม่เห็น…มันก็ยังอยู่ตรงนั้นเสมอ” นนท์ยิ้มบาง ๆ “เหมือนความทรงจำของเรา” อัญฟังแล้วใจเต้นแรง เธอพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เผลอหลุด “งั้น…ถ้าสักวันหนึ่งอัญหายไป นนท์จะยังจำเราได้ไหม” นนท์หันมาสบตาเธออย่างแน่วแน่ “เราจะจำอัญไปตลอด…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” คำตอบนั้นทำให้อัญน้ำตาคลอ แต่เธอกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา เธอได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ ....คืนนั้นอัญส่งข้อความสุดท้ายไปยังเพจเจอร์ของนนท์ “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ เป็นวันที่เราจะไม่มีวันลืม – อัญ” ไม่นานข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น “เราก็เหมือนกันอัญ :)” อัญกอดเพจเจอร์แน่นพร้อมหลับตา แม้จะมีความกลัวและความลับซ่อนอยู่ แต่เธอเลือกที่จะเก็บความสุขเล็ก ๆ นี้ไว้ในใจ เพราะเธอไม่รู้ว่า…จะมีโอกาสได้ใช้เวลานี้อีกนานแค่ไหน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD