ตอนที่ 2 คืนที่ (ไม่) อยากเป็นเด็กดี

1851 Words
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวทันทีที่ประตูห้องเปิดออก แต่สำหรับพิมพายน์ ความหนาวเหน็บในใจกลับรุนแรงกว่าอากาศภายนอกหลายเท่า “เดินไหวมั้ยครับ?” เสียงทุ้มกระซิบถามชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดต้นคอ แต่พิมพายน์กลับไม่ได้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเลย ภาพคำพูดของภีมยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง 'พายน์ดีเกินไป... จืดชืด น่าเบื่อ' “อือ ไหว” เธอตอบเสียงเบาหวิว พยายามทรงตัวด้วยขาที่สั่นเทา ไมล์สประคองเธอมานั่งที่โซฟาตัวยาวกลางห้องชุดสุดหรู เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อย่างสุภาพ ไม่ได้ถือวิสาสะลวนลามแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมากเท่าไหร่ พิมพายน์ก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองมากเท่านั้น "ดื่มน้ำก่อนนะครับ จะได้สร่าง" ชายหนุ่มยื่นแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบให้ พิมพายน์รับมาถือไว้ในมือ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในแก้วน้ำ... ผู้หญิงหน้าโง่ที่พยายามทำตัวเป็นคนดีมาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายก็ไม่มีค่าอะไรเลย "คุณไมล์สคะ..." "ครับ?" ชายหนุ่มขานรับเสียงนุ่ม วางแก้วของตัวเองลงแล้วหันมาสบตาเธอด้วยแววตาใสซื่อ "ผู้หญิงอย่างฉัน... มันดูน่าเบื่อมากเลยเหรอคะ?" คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนตัก พิมพายน์เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย "แฟนเก่าฉันบอกว่าฉันเหมือนน้ำเปล่า จืดชืด แล้วก็น่าเบื่อ" ไมล์สเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดมองเธอไปทั่วร่าง ตั้งแต่ดวงตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ไล่ลงมาถึงเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นชุดเดรสที่หลุดลุ่ย "ใครบอกแบบนั้นครับ ตาต่ำชะมัด" เขาตอบเสียงเรียบ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเข่าชนกัน "สำหรับผม คุณน่าสนใจจะตาย สวยขนาดนี้ จืดตรงไหนครับ" คำชมนั้นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่แห้งผาก พิมพายน์แค่นหัวเราะทั้งน้ำตา "โกหก ถ้าสวยจริง เขาจะทิ้งฉันไปหาคนอื่นทำไม" ความน้อยใจและความโกรธแค้นตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก! ความคิดชั่ววูบแล่นเข้ามาในหัว... ถ้าการเป็นคนดีแล้วมันไม่ได้อะไร งั้นคืนนี้เธอก็จะขอลองเป็นคนเลวดูสักครั้ง ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างพิมพายน์ก็มีดีพอจะทำให้ผู้ชายเสียดายได้ มือเล็กที่สั่นเทาเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของคนตรงหน้า ดึงเขาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอให้ตื่นขึ้น "งั้นคุณช่วยอะไรฉันหน่อยสิ" พิมพายน์กระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาหวานเชื่อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้ม "ช่วยอะไรครับ?" ไมล์สถามกลับ มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจที่พิมพายน์มองไม่เห็น "ช่วยทำให้ฉัน... มีรสชาติหน่อยได้ไหมคะ?" มือบางเริ่มไล้ไปตามแผงอกกว้าง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกเม็ดหนึ่งอย่างถือวิสาสะ "ช่วยลบผู้ชายเฮงซวยคนนั้นออกไปจากหัวฉันที... ทำให้ฉันลืมว่าเคยเป็นเด็กดีของเขา ทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงเลวๆ ที่เขาจะต้องเสียดาย ได้ไหม?" วินาทีนั้น รอยยิ้มมุมปากของไมล์สกดลึกขึ้น... แววตาของลูกหมาเชื่องๆ หายวับไป เหลือเพียงสายตาของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อเดินเข้ากรงเองอย่างเต็มใจ "คุณแน่ใจนะครับ" เสียงของเขาทุ้มต่ำลง แหบพร่าและเต็มไปด้วยอันตราย "ฉันไม่อยากเป็นเด็กดีแล้ว…" พิมพายน์ยืนยันด้วยการกดจูบลงบนริมฝีปากเขาอย่างเก้ๆ กังๆ แต่เต็มไปด้วยความต้องการที่จะประชดชีวิต ไมล์สไม่รอช้า เขาตอบรับคำเชิญชวนนั้นทันที มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัว บดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและหิวกระหาย จูบของเขาไม่ใช่การปลอบโยน แต่มันคือการครอบครองที่รุนแรงจนพิมพายน์แทบหายใจไม่ทัน "ด้วยความยินดีครับ..." เขาถอนจูบออกกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ นัยน์ตาวาวโรจน์ราวกับปีศาจที่ได้ครอบครองวิญญาณ "แต่เตือนไว้ก่อนนะ ถ้าเริ่มแล้ว ผมไม่หยุดนะครับ" พิมพายน์ไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ทั้งน้ำตา สิ้นคำอนุญาตนั้น แววตาแข็งกร้าวของไมล์สก็อ่อนลงวูบหนึ่ง เขาโน้มใบหน้าลงมาจูบซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบา "ครับ ผมจะลบมันออกไปให้หมด" เขากดจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างทะนุถนอม ค่อยเป็นค่อยไปราวกับเธอกลัวว่าเธอจะบุบสลาย ลิ้นร้อนค่อยๆ แทรกผ่านกลีบปากเข้าไปเกี่ยวกระหวัดดูดดึงความหวานอย่างนุ่มนวล จนพิมพายน์ที่ตัวเกร็งในตอนแรกเริ่มผ่อนคลายลง มือเล็กค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบคอเขาอย่างเผลอไผล เมื่อเห็นว่าเธอโอนอ่อนผ่อนตาม ไมล์สก็ค่อยๆ ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง เขาลุกขึ้นยืนข้างเตียง มือหนารีบปลดเข็มขัดและรูดกางเกงยีนส์พร้อมชั้นในลงจากสะโพกสอบอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแก่นกายขนาดมหึมาที่ดีดผึงออกมาท้าสายตา มันแข็งขึงจนเส้นเลือดปูดโปน ชี้ชันสั่นระริกด้วยความต้องการที่อัดอั้นมานาน พิมพายน์เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเมื่อเห็นความใหญ่โตนั้นเต็มสองตา ไมล์สไม่รอช้า เขากลับขึ้นมาคร่อมทับร่างบางอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีปราการใดขวางกั้นผิวเนื้อของทั้งคู่แล้ว ความอุ่นร้อนจากกายแกร่งแนบชิดไปทุกสัดส่วน เขาแทรกตัวลงกลางหว่างขาเรียว จับขาเธอแยกออกกว้างอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะพยายามเบาที่สุด" เขากระซิบปลอบโยน แต่เหงื่อกาฬที่ไหลซึมตามขมับบ่งบอกว่าเขากำลังอดกลั้นขีดสุด เขาจับส่วนหัวบานหยักที่แดงก่ำจ่อที่ปากทางฉ่ำแฉะ ถูไถเบาๆ เพื่อขอทาง "อื้อ..." พิมพายน์ครางในลำคอ สะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสถึงความร้อนผ่าว "จะเข้าแล้วนะครับ" สวบ! "กรี๊ดดดด! เจ็บ!" ความทะนุถนอมเมื่อครู่พังทลายลงทันทีที่เขากดสะโพกสวนเข้าไป พิมพายน์กรีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวดเหมือนร่างกายจะฉีกขาด เธอผวาเฮือก ยกแขนขึ้นกอดคอเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างจนเลือดซิบ "อึก!! เชี่ย... แน่น... แน่นชิบหาย!" ไมล์สสบถลั่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานไม่ต่างกัน เขาดันเข้าไปได้แค่ครึ่งลำก็ต้องหยุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง เพราะช่องทางรักที่บริสุทธิ์ของเธอมันบีบรัดตัวตนเขาแน่นจนแทบจะขาดอากาศหายใจ "ฮือออ เอาออก เจ็บ" "ขยับ... ขยับไม่ได้..." ไมล์สกัดฟันกรอด ลูบหัวเธอปลอบประโลมทั้งที่ตัวเองก็สั่นไปทั้งตัว "พายน์ อย่าเกร็ง ผมเจ็บ... มันบีบจนผมปวดไปหมดแล้ว" ผนังเนื้อนุ่มภายในตอดรัดท่อนเอ็นเขาถี่ยิบราวกับจะกลืนกิน ไมล์สพยายามจะขยับสะโพกเข้าออกเพื่อสร้างจังหวะ แต่ความคับแคบระดับเวอร์จิ้นและความตื่นเต้นที่เขาโหยหาเธอมานานทำให้สติเขาเริ่มพร่าเลือน "ซี๊ดดด พายน์ ผ่อนคลายหน่อย อ่า มันดูดแรงไป..." "ฮึก ไม่ไหว มันเจ็บ..." ยิ่งเธอร้องไห้และเกร็งตัวกอดเขาแน่นเท่าไหร่ ช่องทางนั้นก็ยิ่งบีบรัดเขาแรงขึ้น จนไมล์สรู้สึกปวดหนึบที่แก่นกายแทบระเบิด ความเสียวซ่านจากการถูกตอดรัดอย่างรุนแรงโดยที่ขยับตัวหนีไม่ได้ มันกระตุ้นเส้นประสาทของเด็กหนุ่มที่เพิ่งลงสนามจริงจนเกินต้านทาน "แม่งเอ๊ย... ไม่ไหว พายน์ ผมไม่ไหวแล้ว!" "ฮะ!? เดี๋ยว ไมล์ส!" ปึก! เขากลั้นใจกระแทกสวนความคับแคบเข้าไปจนสุดลำเพียงครั้งเดียว ร่างสูงก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง "อ่า... พายน์... เชี่ยเอ๊ย แตกแล้ว อื้มมมมม!" ไมล์สกดแช่ค้างไว้ ปลดปล่อยธารลาวาร้อนระอุฉีดพ่นอัดแน่นเข้าสู่ร่างกายของเธอจนล้นทะลัก รีดเร้นทุกหยาดหยดออกมาด้วยความสุขสมปนทรมาน ทุกอย่างจบลงในเวลาไม่ถึงสองนาที... ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ ไมล์สฟุบหน้าลงกับซอกคอของพิมพายน์อย่างหมดสภาพ ขณะที่พิมพายน์นอนนิ่ง น้ำตาซึม ดวงตาเริ่มปรือลงด้วยความเพลียและฤทธิ์แอลกอฮอล์ สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอย ไมล์สค่อยๆ ยันกายขึ้นมองผลงานตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายผสมหงุดหงิดตัวเองสุดขีด "บ้าเอ๊ย..." เขาพึมพำอย่างหัวเสีย มองคราบน้ำรักสีขุ่นที่ไหลย้อนออกมาปนเลือดสีจางๆ ความอับอายที่ 'ล่มปากอ่าว' ต่อหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอมา 11 ปี ทำให้เขาเสียหน้าจนแทบบ้า เขาขบกรามแน่น นึกโทษร่างกายเธอในใจที่บีบรัดเขาจนเสียการควบคุม "เป็นความผิดพี่นั่นแหละ... ใครใช้ให้พี่ตอดผมแรงขนาดนั้น" เขาถอนกายออกช้าๆ เกิดเสียงน่าอายเบาๆ แต่เมื่อก้มลงมองคนใต้ร่าง พิมพายน์นอนระทดระทวย ดวงตาปรือปรอยแทบปิดสนิท ริมฝีปากเผยอครางฮืออย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว "ฮือ... ร้อน..." ภาพนั้นปลุกปีศาจร้ายในตัวไมล์สให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บใจเมื่อครู่ทำให้ส่วนนั้นของเขาเริ่มแข็งขึงขึ้นมาใหม่อย่างรุนแรง... และคราวนี้ ความนุ่มนวลจะไม่เหลืออยู่อีกต่อไป "พี่พายน์ครับ..." เขากระซิบข้างหูเธอที่กำลังสะลึมสะลือด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคุกคาม "เมื่อกี้พี่ยังไม่ได้ชดใช้ที่ทำผมคลั่งเลยนะ... รอบนี้ ผมขอแก้วตัวใหม่นะครับ" เขารวบขาเธอขึ้นพาดบ่า จับสะโพกนิ่มยกสูงขึ้น แล้วจ่อแก่นกายที่แข็งจนปวดเข้าที่ปากทางฉ่ำแฉะอีกครั้ง สวบ! พรวด! เขากระแทกเข้าไปทีเดียวจนมิดด้ามโดยไม่มีการเล้าโลม "อ๊าาาา!" พิมพายน์หวีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกร็งรับความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาใหม่อย่างรุนแรง สติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายขาดผึงลงทันที เหลือทิ้งไว้เพียงร่างที่อ่อนระทวยและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง ไมล์สโหมกายเข้าใส่คนใต้ร่างอย่างบ้าคลั่ง ตักตวงความหอมหวานจากเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก้มลงกัดรอยรักสีกุหลาบลงบนลาดไหล่ขาวเนียน ตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เขาตั้งใจจะเปลี่ยนค่ำคืนแห่งความผิดพลาดนี้ ให้กลายเป็นโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เพื่อล่ามขังเธอไว้กับเขา... ตลอดกาล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD