"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ... พี่พายน์"
รอยยิ้มมุมปากของไมล์สยังคงฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของรุ่นน้องปีหนึ่งที่รายล้อม แต่สำหรับพิมพายน์ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ
"นาย..." พิมพายน์เสียงสั่น พยายามควบคุมสติไม่ให้กระเจิดกระเจิงต่อหน้าคนอื่น "รู้จักชื่อฉันได้ยังไง?"
ไมล์สเลิกคิ้วเล็กน้อย แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจที่ดูเสแสร้งสิ้นดี"ก็ต้องรู้จักสิครับ พี่เป็นคนสำคัญของผมนะ..." เขาจงใจเว้นจังหวะ แล้วขยับปากพูดแบบไร้เสียงให้เธออ่านปากได้ชัดเจนว่า 'เมีย'
พิมพายน์หน้าชาดิก เธอผุดลุกขึ้นยืนทันที คว้าข้อมือหนาของเขาแล้วออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามออกมาจากบริเวณโต๊ะรับสมัคร ท่ามกลางสายตางุนงงของเพื่อนๆ และรุ่นน้อง
เมื่อมาถึงซอกตึกหลังคณะที่ลับตาคน พิมพายน์ก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรง "นายต้องการอะไร!?" เธอตวาดถามเสียงเข้ม "เรื่องคืนนั้นมันจบไปแล้วนะ ฉันจ่ายเงินให้นายแล้ว เราไม่มีอะไรติดค้างกัน!"
"จบเหรอครับ?" ไมล์สทวนคำเสียงต่ำ รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงแววตาตัดพ้อที่ดูเจ็บปวดจนน่าใจหาย "พี่คิดว่าเงินไม่กี่พันซื้อความบริสุทธิ์ของผมได้เหรอ?"
"ความบริสุทธิ์?" พิมพายน์ขมวดคิ้ว มองเขาหัวจรดเท้าด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ "นายจะบ้าเหรอ ผู้ชายอย่างนายเนี่ยนะ?"
"ครับ ผมไม่เคย" ไมล์สตอบเสียงหนักแน่น ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอจนพิมพายน์ต้องถอยหลังกรูด "พี่เป็นคนแรก... แล้วพี่ก็ทำร้ายผมสารพัด"
"โกหก! ผู้ชายอย่างนายไม่มีทาง..."
"งั้นพี่คิดว่าทำไมคืนนั้นผมถึงเสร็จไวขนาดนั้นล่ะครับ?"
คำสวนกลับของไมล์สเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่กระแทกเข้ากลางใจ พิมพายน์ชะงักกึก หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีเมื่อความทรงจำน่าอายไหลย้อนกลับมา ใช่... เขาเสร็จไวมากจนน่าตกใจ ทั้งที่ดูภายนอกน่าจะเชี่ยวชาญแท้ๆ
ไมล์สเห็นปฏิกิริยานั้นก็รีบขยี้ซ้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่น่าสงสาร"ที่ผมแตกไวขนาดนั้น ที่ผมเทำตัวไม่ถูก ก็เพราะมันเป็น ครั้งแรกของผมไง! พี่ไม่เอะใจบ้างเลยเหรอ?"
"ตะ แต่..." พิมพายน์อึกอัก เถียงไม่ออกเพราะหลักฐานมันชัดเจนในความทรงจำ "ฉันจำไม่ได้..."
"ไม่ได้นะครับ... พี่เปิดซิงผม จะทำมาเป็นลืมไม่ได้นะครับ ผมเสียหาย" ประโยคนั้นทำเอาพิมพายน์พูดไม่ออก เหมือนโดนตบหน้าเรียกสติ ไมล์สใช้คำว่าเสียหายได้อย่างหน้าไม่อายทั้งที่เป็นผู้ชาย แต่มันกลับได้ผลชะงัดกับผู้หญิงขี้ใจอ่อนอย่างเธอ
"ผมบอกพี่แล้วว่าผมเจ็บ บอกว่ามันแน่นเกินไป แต่พี่เมา พี่ไม่ฟังผมเลย!" ไมล์สไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองออกด้วยมือที่สั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับคนกำลังกลั้นสะอื้น ดวงตาคมแดงก่ำและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาจริงๆ
"แถมพี่ยังทิ้งรอยพวกนี้ไว้ประจานผมอีก... ดูสิครับ ดูผลงานของพี่"
เขากระชากสาบเสื้อออกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนที่มี รอยแดงช้ำเลือดเป็นจ้ำๆ และรอยข่วนยาวเหวอะหวะ บริเวณไหปลาร้าและหน้าอก รอยแผลดูสดใหม่และน่ากลัวจนพิมพายน์ต้องยกมือปิดปาก
"พี่ทั้งกัด ทั้งข่วน... ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแผลยังไม่หายอักเสบเลย" เขาโกหกหน้าตายเพื่ออธิบายรอยแผลสดที่เพิ่งทำเมื่อครู่ "พี่รุนแรงกับผมขนาดนี้... แล้วพอตื่นมา พี่ก็ทิ้งเงินไว้เหมือนผมเป็นตัวขายตัว... พี่ใจร้ายมากนะ"
พิมพายน์มองรอยแผลพวกนั้นสลับกับใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่ดูเจ็บปวดของเขา ความมั่นใจพังทลายลงย่อยยับ แต่รอยแผลพวกนี้... ก็ฝีมือเธอจริงๆ เหรอ?
สมองของเธอพยายามประมวลผล แต่ภาพความทรงจำคืนนั้นมันขาดๆ หายๆ เธอจำได้ว่าตัวเองเมาหนัก อาเจียนจนหมดสภาพ แล้วภาพก็ตัดไปช่วงหนึ่ง... หรือในช่วงที่สติหลุดลอย เธอจะเผลอทำร้ายร่างกายผู้ชายบริสุทธิ์คนหนึ่งจนยับเยินขนาดนี้เชียวหรือ?
ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอเพิ่งโดนทิ้งเพราะความจืดชืด แต่พอลองทำตัว "มีรสชาติ" เธอกลับกลายเป็นคนใจร้ายแบบนี้ไปได้ยังไง
"ฉัน ฉันขอโทษ" พิมพายน์เสียงอ่อนลงจนแทบกระซิบ "ฉันจำไม่ได้จริงๆ ฉันนึกว่า"
"นึกว่าผมช่ำชอง? นึกว่าผมเป็นเสือผู้หญิงเหรอครับ?" ไมล์สตัดพ้อเสียงเศร้า "ผมแค่ดูแลตัวเองดี แต่ไม่ได้แปลว่าผมจะมั่วสักหน่อย"
เขาติดกระดุมเสื้อกลับอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเหยื่อติดกับดักจนดิ้นไม่หลุด "ถ้าพี่รู้สึกผิดจริงๆ รับผิดชอบผมสิครับ"
"ระ... รับผิดชอบยังไง?"
"ขอไลน์พี่ไว้หน่อย เดี๋ยวถ้าผมคิดออกว่าจะให้พี่รับผิดชอบยังไง ผมจะทักไป" เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาทันที
"แค่ไลน์นะ... ห้ามล้ำเส้น เข้าใจมั้ย" พิมพายน์ยื่นข้อเสนออย่างระแวง
"ครับผม... แค่ไลน์" ไมล์สรับโทรศัพท์เธอไปเมมเบอร์และแอดไลน์ตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งคืนให้พร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนจากลูกหมาหงอยเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ในเสี้ยววินาที
"ขอบคุณครับ... พี่พายน์"
พิมพายน์รีบเดินหนีกลับไปทางโต๊ะรับสมัครอย่างรวดเร็วด้วยความสับสน ทิ้งไมล์สไว้เพียงลำพัง ยืนยิ้มให้กับความสำเร็จก้าวแรกของแผนการร้ายกาจนี้
[สามสิบนาทีก่อนหน้านั้น - บริเวณซอกตึกมุมอับสายตา]
ไมล์สยืนพิงกำแพงอิฐเก่าๆ ในเงามืด สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองผ่านช่องว่างของกำแพง เห็นพิมพายน์เดินเข้ามาในคณะด้วยลุคใหม่ สวยสะดุดตายิ่งกว่าเดิม
พิมพายน์... ผู้หญิงที่เขาตั้งใจว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดมือ
ริมฝีปากหยักสวยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ไม่ใช่รอยยิ้มออดอ้อนแบบที่พิมพายน์เคยเห็น แต่มันคือรอยยิ้มของคนโรคจิตที่ เจอเป้าหมายในระยะหวังผล
“มาถึงแล้วสินะ พี่พายน์”
นี่คือเหตุผลที่เขายอมเลือกเข้าคณะบริหาร ทั้งที่คะแนนไปได้ไกลกว่านี้ เพื่อมาเจอเธอ เพื่อสานต่อแผนการที่วางไว้ตั้งแต่คืนนั้น
มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบ ฝาจีบของขวดเบียร์ ที่คมกริบซึ่งเขาพกติดตัวออกมา เขาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาตัวเองออก ก้มมองแผงอกขาวสะอาดที่ รอยเล็บเดิมเมื่ออาทิตย์ก่อนเริ่มตกสะเก็ดและจางลงจนแทบมองไม่เห็น
ไม่มีหลักฐาน... ก็แค่ สร้างมันขึ้นมาใหม่
เขารู้จักนิสัยของพิมพายน์ดีจากการเฝ้ามองมาตลอด... ผู้หญิงแสนดี ขี้สงสาร และแพ้คนอ่อนแอ "ถ้าพี่เห็นผมเจ็บ... พี่ต้องทิ้งผมไม่ลงแน่"
ครืด!
มือหนากดคมหยักของฝาเบียร์ลงบนเนื้อตัวเอง ทับรอยจางๆ เดิมอย่างไร้ความปรานี แล้วขูดลากยาวลงมาบนไหปลาร้าและเนินอก
“อึก...” เขาครางต่ำในลำคอ แต่ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด... มันคือความตื่นเต้นที่บิดเบี้ยว
เลือดสีสดซิบออกมาตามรอยขูด ผิวหนังแดงก่ำและช้ำเลือดทันตาเห็น แต่เขากลับไม่หยุดแค่นั้น เขากดซ้ำและขยี้รอยเดิมให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น เพื่อให้สมกับคำโกหกที่เตรียมไว้ว่าแผลอักเสบไม่หายสักที
เจ็บ... แต่โคตรคุ้ม
"ยิ่งแผลลึกเท่าไหร่... ความรู้สึกผิดในใจพี่ก็จะยิ่งลึกเท่านั้น จริงไหมครับ?"
เมื่อได้แผลที่ดูสมจริงสมใจ เขาโยนฝาเบียร์ทิ้งลงถังขยะ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วปรับสีหน้าจากปีศาจร้าย ให้กลายเป็นรุ่นน้องผู้ใสซื่อและน่าสงสารในชั่วพริบตา
“พี่หนีผมไม่ได้หรอกครับ” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางลูบรอยแผลสดใหม่ที่แสบซี๊ดด้วยความพึงพอใจ “ก็เพราะผม... รู้จุดอ่อนของพี่ดีที่สุดยังไงล่ะ”