ตอนที่ 8 แฟนที่ดีคือแฟนใหม่

1231 Words
แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาแยงตา ปลุกให้พิมพายน์ตื่นขึ้นพร้อมความหนักอึ้งที่ช่วงเอว ท่อนแขนแกร่งของไมล์สกอดรัดเธอไว้แน่นราวกับงูเหลือมหวงไข่ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าว พิมพายน์กะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะไหลย้อนกลับมา... เสียงครางกระเส่าของเธอที่ร้องขอให้เขาช่วย "ลบ" ใครอีกคนออกไป และความดิบเถื่อนที่เขาตอบสนองกลับมา “อ๊ากกกกก!” พิมพายน์หวีดร้องในใจ หน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าความอายคือ... ความรู้สึกเปียกชื้นเหนอะหนะที่กลางกายสาว น้ำรักที่ไมล์สจงใจปลดปล่อยเข้าไปเมื่อคืนไหลย้อนออกมาตามแรงโน้มถ่วง เตือนความจำว่าเขาไม่ได้ป้องกัน “ตาย... ตายแน่ๆ ยัยพายน์” เธอลืมเรื่องยาคุมไปสนิทใจ ต้องรีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินกินด่วนที่สุด ไม่งั้นชีวิตจบเห่แน่ เธอหันไปเขย่าตัวต้นเหตุที่ยังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ “นี่! ตื่นได้แล้ว! นายต้องกลับแล้วนะ!” “อือ...” คนขี้เซาครางในลำคอ แต่ไม่ยอมลืมตา กลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดึงร่างเธอเข้าไปฟัดจนจมอก “ขออีกห้านาทีครับ... ตัวพี่หอมจัง” “ไม่ต้องมาหอม! ลุกเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะไปเรียน! และต้องแวะร้านขายยาด้วย!” คำว่า ร้านขายยา ทำให้ไมล์สลืมตาขึ้นมาทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแววรู้ทันวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใสซื่อ “ยาคุมเหรอครับ? ...ขอโทษนะ พี่คงกังวลสินะครับ” เขาทำหน้าสลด (แต่ในใจแอบเสียดาย) ยอมคลายอ้อมกอดออกแต่โดยดี “งั้นรีบอาบน้ำเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง” ... หลังจากแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินกินเรียบร้อย ไมล์สขับบิ๊กไบค์มาส่งเธอที่ด้านหลังตึกคณะบริหารธุรกิจซึ่งเป็นมุมอับสายตา เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือ (ตามคำขอของพิมพายน์) “ส่งแค่ตรงนี้พอ ฉันจะเดินไปเอง” พิมพายน์คืนหมวกกันน็อกให้เขา พยายามรักษาระยะห่าง “ตั้งใจเรียนนะครับ... พี่พายน์” ไมล์สรับคำอย่างว่าง่าย ขับรถออกไป พิมพายน์สูดหายใจลึก เรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินหลักของคณะ แต่ฝีเท้าของเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อเจอร่างสูงคุ้นตาในเสื้อช็อปวิศวะยืนดักรออยู่ “ภีม...” ภีมดูโทรมและอิดโรย ทันทีที่เห็นเธอ เขาก็ตรงดิ่งเข้ามาหา “พายน์... เรามารอพายน์ตั้งนานแล้ว เราคิดถึงพายน์” คำพูดเห็นแก่ตัวของแฟนเก่าทำเอาพิมพายน์มือสั่น เธอพยายามจะเดินหนีแต่ภีมคว้าข้อมือไว้แน่น “เมื่อวานเราขับรถผ่านร้านชาบูร้านเดิม... ป้าที่ร้านถามหาพายน์ ตอนนั้นแม่งโคตรเจ็บเลย เราเพิ่งรู้ตัวว่าเราขาดพายน์ไม่ได้” “ภีมมาบอกพายน์ทำไม...” เธอถามเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า ความเจ็บปวดยังสดใหม่เกินกว่าจะทนฟังคำแก้ตัว “ภีมเป็นคนเลือกเอง ทิ้งพายน์ไปหาคนอื่นเอง แล้วจะมาพูดทำไมตอนนี้!” “เราขอโทษ เราสับสน เราแค่...” “พี่ครับ! รอผมนานมั้ย?” เสียงทุ้มสดใสดังแทรกขึ้น! ไมล์สเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดในโลก (แต่ดวงตาเย็นเยียบ) เขาเดินมาแกะมือภีมออกจากข้อมือพิมพายน์อย่างเนียนๆ แล้วโอบไหล่เธอไว้แทน “ขอโทษครับ พอดีหาที่จอดรถยากนิดหน่อย” ไมล์สรับลูกต่อบทละครทันควัน เขาเอื้อมมือมาลูบผมเธอเบาๆ ต่อหน้าต่อตาแฟนเก่า “ไปกันเถอะครับพี่พายน์ ยืนแถวนี้... อากาศมันเป็นพิษ” ไมล์สโอบเอวเธอให้เดินหันหลังออกมาจากภีมที่ยืนอึ้ง แต่ในจังหวะที่เดินสวนกัน... ไหล่กว้างของไมล์สจงใจชนไหล่ภีมเบาๆ พอให้เซ และในวินาทีนั้นเอง... ไมล์สก็ยกมือขึ้นเสยผม พร้อมกับนิ้วเรียวที่ "บังเอิญ" ไปเกี่ยวรั้งปกคอเสื้อนักศึกษาของตัวเองให้ร่นลงมา เผยให้เห็น รอยจูบและรอยเล็บข่วนยาว ที่พิมพายน์เพิ่งฝากไว้เมื่อเช้าเด่นชัด หลักฐานแห่งความเร่าร้อนที่เพิ่งจบลงเมื่อสิบห้านาทีก่อน ภีมเบิกตากว้าง จ้องมองรอยนั้นตาถลน ขากรรไกรขบกันแน่น ไมล์สปรายตามองปฏิกิริยานั้นด้วยหางตา ก่อนจะกระตุกยิ้มเย้ยหยัน ขยับปากบอกแบบไร้เสียงแต่อ่านได้ชัดเจนว่า... ‘ของเหลือ... อร่อยดีนะครับ’ ... เมื่อเดินพ้นสายตาของภีม ไมล์สก็คลายอ้อมกอดออก สีหน้าขี้เล่นหายไป “พี่ยังรักเขาอยู่... เหรอครับ?” พิมพายน์หยุดเดิน ยืนนิ่งงัน ความเงียบคือคำตอบที่ดังที่สุด ไมล์สขยับเข้ามาใกล้ โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหู “เห็นพี่เจ็บเพราะเขา... มันทำให้ผมเจ็บที่หัวใจ เจ็บจนทนไม่ไหว” “นี่! ถอยออกไปหน่อย” พิมพายน์ดันอกเขาเบาๆ “พี่อย่ากลับไปคบกับคนแบบนั้นเลยนะครับ... พี่เคยได้ยินมั้ยครับ แฟนที่ดีคือแฟนใหม่” “...” “แต่ถ้าแฟนใหม่คนนั้นเป็นผม... จะดีที่สุดครับ” พิมพายน์หน้าแดงซ่าน รีบตัดบทเดินหนีเข้าห้องเรียนไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง หัวใจเต้นแรงจนน่ากลัว... ไม่ใช่เพราะโกรธภีม แต่เพราะเด็กบ้าคนนี้ต่างหาก ... [ภายในห้องเรียน] พิมพายน์เดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ‘ปลายฝน’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ “ยัยพายน์! มาสายอีกแล้วนะแก” ปลายฝนดุเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ใบหน้าสวยหวานดูไร้พิษสง “อื้อ พอดีรถเสียน่ะ” พิมพายน์โกหก หยิบปากกาขึ้นมาเตรียมเรียน “อ้าวเหรอ แล้วมายังไงล่ะ?” ปลายฝนขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะดูสมุดจด แต่จังหวะที่เธอก้มลงนั้นเอง คอเสื้อนักศึกษาที่ค่อนข้างกว้างก็เผยอออก วัตถุสีเงินวาววับที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าไหลออกมานอกเสื้อโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว สร้อยคอเงิน... พร้อมจี้รูปดอกคาร์เนชั่นเล็กๆ ฝังเพชร พิมพายน์ชะงักกึก ปากกาในมือร่วงหล่น แกร๊ก! เลือดในกายเย็นเฉียบ... ภาพความทรงจำเมื่อสามเดือนก่อนย้อนกลับมาฉายชัด วันที่เธอแอบเห็นกล่องกำมะหยี่ในกระเป๋าของภีม และภีมบอกเธอว่า ‘ของขวัญวันครบรอบของพายน์ครับ สั่งทำพิเศษเลยนะ’ แต่วันนั้น... เธอกลับไม่ได้ของขวัญชิ้นนั้น ภีมอ้างว่าร้านทำผิดแบบ แล้วทำไม... ของขวัญของเธอ ถึงมาอยู่บนคอของ 'เพื่อนสนิทที่สุด' ได้? ปลายฝนรีบตะปบสร้อยยัดกลับเข้าไปในเสื้ออย่างลุกลี้ลุกลน หน้าถอดสี “เอ่อ พายน์ มีอะไรเหรอ? จ้องฉันทำไม?” “เปล่า... สร้อยสวยดีนะ” พิมพายน์กัดฟันพูด “อ๋อ... อื้ม ซื้อมาถูกๆ ตามตลาดนัดน่ะ” ปลายฝนหัวเราะกลบเกลื่อน แต่แววตาลอกแลก พิมพายน์กำมือใต้โต๊ะแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความจริงที่เริ่มปะติดปะต่อกันได้ทำเอาเธออยากจะอาเจียน ขอให้มันไม่ใช่อย่างที่คิดเถอะ... ได้โปรด...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD