ตอนที่ 9 ความจริงในห้องปิดตาย

1043 Words
พิมพายน์เรียนไม่รู้เรื่องตลอดคาบเช้า สายตาจับจ้องอยู่ที่จี้สร้อยคอบนคอปลายฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในช่วงพักเที่ยง ปลายฝนรีบเก็บของ “แก ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ พอดีปวดท้องนิดหน่อย แกไปโรงอาหารก่อนเลย” พูดจบก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไป สัญชาตญาณร้องเตือน พิมพายน์ตัดสินใจลุกเดินตามไปห่างๆ แทนที่ปลายฝนจะไปห้องน้ำ เธอกลับเลี้ยวไปทาง บันไดหนีไฟด้านหลังอาคารเรียน ซึ่งเป็นมุมอับสายตา พิมพายน์ค่อยๆ แง้มประตูบันไดหนีไฟออก หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ภาพที่เห็นผ่านช่องว่างทำให้โลกทั้งใบพังทลาย ปลายฝนกำลังยืนกอดแขนใครบางคนอยู่อย่างออดอ้อน... และคนคนนั้นคือ ภีม “คิดถึงจังเลย..” เสียงหวานหยดย้อยของเพื่อนสนิทดังชัดเจน “เบาๆ สิฝน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” “กลัวพายน์มาเห็นหรือไง? จะแคร์ทำไมล่ะ นายก็เลิกกับมันแล้วนี่” “ก็ใช่ แต่ฉันสงสารพายน์” “สงสาร?” ปลายฝนแค่นเสียง “นายสงสารมัน แล้วไม่สงสารฉันเหรอ? เราแอบคบกันมาตั้งเป็นปีแล้วนะภีม! ฉันเบื่อที่จะเป็นคนในความลับแล้ว!” เปรี้ยง! เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจพิมพายน์... แอบคบกันมาตั้งเป็นปี? หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... พวกเขาสวมเขาให้เธอมาตลอด “โอ๋ๆ ไม่เอาน่าคนดี...” ภีมรีบลูบหัวง้อ “เดี๋ยววันเกิดปีนี้พาไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยชดเชยให้... ปีที่แล้วไปแค่ภูเก็ต ปีนี้จัดเต็มให้เลย” “แล้วสร้อยที่ให้ไป ชอบมั้ย?” “อื้มมม ชอบมากเลย” ปลายฝนชูจี้ดอกไม้บนคอด้วยท่าทางภูมิใจ ภูเก็ต... สร้อยคอ... เพื่อนรัก... แฟนรัก... ความขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอหอย พิมพายน์ยกมือปิดปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น น้ำตาไหลพราก ความโกรธที่ปะทุขึ้นมามันร้อนแรงกว่าความเสียใจ เธอไม่อยากเป็นคนโง่ที่เดินหนีไปเงียบๆ อีกแล้ว... ปัง! พิมพายน์ผลักประตูเหล็กหนาออกสุดแรง ภีมและปลายฝนสะดุ้งสุดตัว ผละออกจากกันแทบไม่ทัน ทั้งคู่หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นพิมพายน์ยืนจ้องเขม็งด้วยสายตาว่างเปล่า "พะ... พายน์!" ภีมตะกุกตะกัก "พายน์มาได้ไง..." พิมพายน์ก้าวเข้าไปหา ชูไอแพดที่กดอัดเสียงไว้เมื่อครู่ขึ้น "ห้องน้ำแกนี่กว้างดีเนอะฝน... มีผู้ชายมาช่วยเข้าด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ... ก่อนที่ท่าทีของปลายฝนจะเปลี่ยนไป จากตกใจกลายเป็นรอยยิ้มเหยียดหยัน เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้ามองพิมพายน์ด้วยสายตาแห่งความริษยาที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป "หึ ก็ดี ในเมื่อรู้แล้วก็จะได้ไม่ต้องแอบอีก ฉันเบื่อที่จะต้องเล่นละครเป็นเพื่อนรักแสนดีเต็มทนแล้ว" "ทำไม..." พิมพายน์เสียงสั่น "ฉันทำอะไรให้แก... เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?" "เพื่อนเหรอ? เลิกพูดคำเน่าๆ นั่นสักที!" ปลายฝนตวาดลั่น "มีแต่แกคนเดียวแหละที่คิดแบบนั้น! แกมันเพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง เรียนเก่ง นิสัยดี บ้านรวย... ฉันต้องทนเป็นเงาของแกมาตลอด! ขนาดพ่อแม่ฉันยังอยากได้แกเป็นลูกมากกว่าฉันเลย!" "ฉันก็เลยแย่งภีมมา... เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าของที่แกรักนักรักหนา ฉันก็แย่งมาได้!" "ฝน..." ภีมหน้าซีดเผือด "ฝนพูดอะไร..." ปลายฝนหันไปตวาดใส่ภีม "นายก็เหมือนกัน! คิดว่าฉันรักนายจริงเหรอ? นายมันก็แค่เครื่องมือที่ฉันใช้ทำลายอีพายน์เท่านั้นแหละ!" ภีมยืนแข็งทื่อเหมือนถูกสาป... ผู้ชายที่ทิ้งแฟนดีๆ มาหาเมียน้อย เพราะหลงคิดว่าตัวเองสำคัญ สุดท้ายกลายเป็นแค่ตัวตลก พิมพายน์มองภาพตรงหน้า... ความเจ็บปวดจางหายไป เหลือเพียงความสมเพช "ขอบคุณนะฝน... ที่ช่วยบอกให้รู้ว่าที่ผ่านมา ฉันตาบอดแค่ไหน" "ตาบอดที่เห็นงูพิษเป็นเพื่อน... และตาบอดที่เห็นขยะเป็นเพชร" "พายน์... เราขอโทษ..." ภีมพยายามจะเดินเข้ามาหา "อย่ามาแตะตัวเรา!" พิมพายน์ตวาดลั่น "เชิญพวกแกอยู่กับความเน่าเฟะนี่ต่อไปเถอะ เราไม่เอาด้วยแล้ว!" พิมพายน์ขว้างไอแพดคืนใส่หน้าอกปลายฝนอย่างแรง แล้วหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกมา ทิ้งให้ทั้งคู่ยืนจมอยู่กับความพินาศที่ตัวเองก่อ ... พิมพายน์เดินออกมาจากตึกคณะอย่างไร้จุดหมาย ท้องฟ้ามืดครึ้มก่อนที่สายฝนห่าใหญ่จะตกลงมาอย่างหนัก เธอเดินตากฝนไปเรื่อยๆ จนเปียกปอน เจ็บ... เจ็บจนแทบยืนไม่อยู่ เธอไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ครืดด... ครืดด... โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น พิมพายน์หยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ไลน์จาก 'Miles' Miles: [รูปน่องไก่ทอดชิ้นโต] Miles: มื้อเที่ยงครับพี่พายน์ วันนี้คนเยอะมาก แต่ผมแย่งมาเผื่อพี่ได้นะ' Miles: พี่กินข้าวยังครับ? อย่าลืมกินข้าวนะ เดี๋ยวปวดท้อง ข้อความธรรมดาๆ จากคนที่เธอพยายามหนี... กลับเป็นสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งเธอไว้ในวันที่โลกพังทลาย น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนหน้าจอ ทันใดนั้น หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นสายเรียกเข้า... Miles "..." (พี่ครับ...) เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น แผ่วเบาและระมัดระวัง (ออกมาหรือยังครับ?) คำถามนั้นทำให้พิมพายน์ชะงัก เขาหมายถึงออกมาจากห้องเรียน หรือออกมาจากนรกกันแน่ "อะ... อะไรนะ..." (ฝนตกหนักแล้ว... พี่เปียกหมดแล้วนะครับ) พิมพายน์เงยหน้ามองไปรอบๆ ... ที่ริมถนนฝั่งตรงข้าม บิ๊กไบค์สีดำคันใหญ่จอดสนิทอยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษานั่งคร่อมอยู่... เขาค่อยๆ เปิดหน้ากากหมวกกันน็อกขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา ไมล์สไม่ได้เพิ่งมา... แต่เขาเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา (เดินข้ามมาหาผมสิครับพายน์... ทิ้งพวกขยะนั่นไว้ข้างหลัง แล้วมาหาผม)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD