จากระเบียง สู่โซฟา และจากโซฟา สู่ที่เตียงนอน ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าไมล์สจับเธอพลิกคว่ำพลิกหงายไปกี่รอบแล้ว
สิ่งเดียวที่พิมพายน์รับรู้คือสภาพเตียงที่ยับยู่ยี่ ผ้าปูที่นอนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำรักที่ผสมปนเปกันจนเป็นวงกว้าง กลิ่นคาวคลุ้งแห่งราคะตลบอบอวลไปทั่วห้อง ร่างกายของพิมพายน์อ่อนระทวยราวก้อนขี้ผึ้งลนไฟ
“แฮ่ก พอ พอแล้ว ไมล์ส ฉันไม่ไหวแล้ว” พิมพายน์นอนหอบหายใจรวยริน ขาเรียวสั่นระริกพยายามหุบเข้าหากันเพื่อปกป้องจุดอ่อนไหวที่ระบมไปหมด
แต่ไมล์สกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เขานั่งแทรกกลางระหว่างขาของเธอ จับเรียวขาแยกออกกว้างจนตึง แล้วก้มหน้าลงไปหาดอกไม้งามที่บอบช้ำแต่ยังคงส่งกลิ่นหอมยั่วยวน
“ยังไม่พอครับ พี่พายน์ยังหวานอยู่เลย”
ไมล์สใช้ลิ้นร้อนสากลากเลียตั้งแต่น่องขาด้านในขึ้นมา ย้ำวนที่รอยแดงจาง ๆ ตรงโคนขา ก่อนจะฝังใบหน้าลงกับกลีบเนื้อที่ฉ่ำเยิ้ม ดูดดึงเม็ดกระสันที่บวมเป่งอย่างตะกละตะกลาม
จ๊วบ จ๊วบ
“อ๊ะ! หยุด หยุดก่อนไมล์ส อย่าทำตรงนั้น!” พิมพายน์สะดุ้งเฮือก พยายามดันหัวเขาออก ความเสียวที่แล่นปราดขึ้นมามันรุนแรงเกินไปจนกลายเป็นความทรมาน ปลายประสาทของเธอตื่นตัวจนรับสัมผัสไม่ไหวแล้ว
ไมล์สเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาฉ่ำปรือไปด้วยแรงอารมณ์และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ห้ามไม่ได้หรอกครับ ยิ่งพี่ดิ้น ผมยิ่งอยากทำนะ”
เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอกดตรึงไว้กับหมอนเหนือศีรษะ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบชิดเนินเนื้อสาว “ผมจะใช้นิ้ว แล้วดูดไปด้วยนะครับ”
“ไม่! อ๊าาาาา!”
สิ้นคำประกาศ ไมล์สก็ส่งนิ้วยาวสองนิ้วแทรกเข้าไปในช่องทางที่คับแคบและร้อนจัด พร้อมกับใช้ริมฝีปากครอบครองปุ่มกระสันภายนอกแล้วดูดเม้มอย่างรุนแรง
แจ๊ะ แจ๊ะ จ๊วบ
เสียงน้ำเฉอะแฉะดังก้องน่าอาย นิ้วแกร่งขยับเข้าออกรัวเร็ว ควานหาจุดเสียวภายในแล้วงัดกระดกย้ำ ๆ สลับกับการตวัดลิ้นรัวเร็วใส่จุดอ่อนไหวภายนอก การปรนเปรอสองทางพร้อมกันทำให้พิมพายน์สติหลุดกระเจิง
“อ๊า! ไมล์ส! เสียว มันเสียว ฮือออ แสบไปหมดแล้ว!” เธอร่อนสะโพกไปมาอย่างทุรนทุราย ความเจ็บแสบจากการเสียดสีหายวับไป เหลือเพียงความซ่านกระสันที่พุ่งทะยานจนตัวเกร็ง
“ดีมั้ยครับ พี่พายน์ ร้องออกมาเลย”
ไมล์สไม่ยอมหยุด เขาเพิ่มนิ้วที่สามเข้าไป ขยายช่องทางรักให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับตัณหาของเขา พร้อมกับดูดเลียรุนแรงขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังลั่นห้อง
“อื้อ! ไม่ไหว กรี๊ดดด!”
ร่างบางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักตอดรัดนิ้วของเขาแน่นจนปวดหนึบ พิมพายน์ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของคืนนี้ มันไหลทะลักจนเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาและนิ้วมือของเขา
ไมล์สถอนนิ้วออกแล้วยืดตัวขึ้นมาจูบแลกน้ำลายกับเธออย่างดูดดื่ม รสจูบของเขาเต็มไปด้วยรสชาติของเธอเอง “หวานไปทั้งตัวเลย”
เขากระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ ก่อนจะจับแก่นกายที่ยังคงแข็งขึงและพร้อมรบขึ้นมาถูไถที่ปากทางอีกครั้ง
“ไมล์ส พอก่อน ฉันระบมไปหมดแล้วนะ” พิมพายน์ร้องขอเสียงเครือ ดวงตาปรือปรอยแทบลืมไม่ขึ้น
“อีกรอบนะครับ รอบสุดท้ายจริง ๆ แล้ว ผมสัญญา”
เขาโกหก... ไมล์สดันสะโพกสอบกระแทกเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ความจุกเสียดแล่นพล่านจนพิมพายน์ตาเหลือก
ปึก!
“อ๊าาาาา! จุก!” “อ่า พี่ตอดผมแน่นชิบ นอนเฉย ๆ นะครับ เดี๋ยวผมขยับเอง”
และบทรักบทใหม่ก็เริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ จนกว่าเขาจะสูบกลืนวิญญาณและร่างกายของเธอจนพอใจ
...
[เช้าวันต่อมา]
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันกลมดิกภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ไมล์สลืมตาตื่นขึ้นเป็นคนแรก ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยจากการนอนน้อย แต่แววตาแจ่มใสไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้าทางใจ เขามองดูผลงานศิลปะที่เขาสร้างขึ้นบนตัวเธอ รอยจูบสีแดงก่ำที่ลำคอ เนินอก และหน้าท้อง ที่เขาจงใจฝากฝังไว้ทั่วทุกตารางนิ้วเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ
"พักผ่อนนะครับ วันนี้ผมจะดูแลพี่เอง" เขาก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวลุกจากเตียง
"โอ๊ย" ไมล์สหน้าเหยเก มือจับที่เอวตัวเอง ปวดหลังชิบหาย เขาบ่นในใจ ครั้งหน้าต้องไปฟิตกล้ามเนื้อหลังเพิ่มแล้ว
...
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ ไมล์สชวนพิมพายน์ที่เพิ่งตื่นและเดินเหินไม่ค่อยถนัดนัก ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดหน้าวิลล่า เขาโชว์สกิลเล่นเซิร์ฟอวดสาว ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวหญิงที่มองตาเป็นมัน
"งานดีเวอร์ แฟนใครวะนั่น"
เสียงซุบซิบดังเข้าหูพิมพายน์ เธอเม้มปากแน่น ความน้อยเนื้อต่ำใจแล่นวูบเข้ามา เขาหล่อขนาดนี้ มีสิทธิ์เลือกคนที่ดีกว่าเธอตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่เพิ่งโดนทิ้งอย่างเธอด้วย
ไมล์สเดินขึ้นจากน้ำ เสื้อว่ายน้ำรัดรูปสีดำเปียกน้ำแนบไปกับลำตัวจนเห็นลอนกล้ามท้องชัดเจน เขาเดินตรงดิ่งมาหาเธอโดยไม่ปรายตามองสาว ๆ พวกนั้นเลยสักนิด
"มองตาไม่กะพริบเลยนะ ผมหล่อใช่มั้ยล่ะ" เขาแซว "หลงตัวเอง! รำคาญ!"
พิมพายน์สะบัดหน้าหนีด้วยความเขินปนหวง แต่ไมล์สคว้าข้อมือเธอดึงเข้าหาตัว แล้วก้มลงจูบโชว์กลางหาดเพื่อประกาศศักดาให้สาว ๆ พวกนั้นรู้ว่า ผู้ชายคนนี้มีเจ้าของแล้ว
...
มื้อเย็นวันนี้ไมล์สอาสาเป็นพ่อครัว โดยมีพิมพายน์ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้าง ๆ
"โอ๊ย!" เสียงร้องของพิมพายน์ดังขึ้นเมื่อมีดบาดนิ้วขณะพยายามจะช่วยหั่นผัก
"พี่พายน์!" ไมล์สทิ้งตะหลิวพุ่งเข้ามาดูแผลทันทีด้วยความตกใจ เขาดึงนิ้วเธอไปดูดเลือดออกให้หน้าตาเฉย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่มากเกินปกติ "บอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำ พี่นั่งเฉย ๆ เถอะครับ" เขาดุเสียงเข้ม แปะพลาสเตอร์ยาให้เธออย่างเบามือ
"ก็... ก็เห็นนายทำอยู่คนเดียว อยากช่วยบ้าง" พิมพายน์งึมงำ "ฉันมันไม่ได้เรื่องเลย แค่หั่นผักยังทำไม่ได้"
"ไม่ต้องทำหรอกครับ มือสวย ๆ แบบนี้เอาไว้ให้ผมจับก็พอ" "แต่นายจะทำให้ฉันเป็นง่อยนะ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง"
ประโยคนั้นทำให้ไมล์สชะงักมือที่กำลังคนซุป เขาหันมาสบตาเธอ ริมฝีปากหยักยกยิ้มที่ดูอบอุ่นแต่แฝงความยึดติดจนน่าขนลุก "ก็ดีสิครับ พี่จะได้ไปไหนไม่รอด"
"..." พิมพายน์นิ่งอึ้งไปกับวาจานั้น
"ผมทำกับข้าวให้พี่กินได้ทั้งชีวิต ขอแค่พี่กินฝีมือผมคนเดียวก็พอ ตกลงมั้ยครับ"
...
[ค่ำคืนนั้น - จุดเปลี่ยนสำคัญ]
หลังจากมื้ออาหารจบลง พิมพายน์ผล็อยหลับไปอีกครั้งด้วยความเพลียจากการออกแดด ไมล์สห่มผ้าให้เธออย่างดี ก่อนจะค่อย ๆ ถอนตัวออกมา สวมกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว แล้วเดินตรงไปยังกระเป๋าสะพายของพิมพายน์ที่วางกองอยู่บนโซฟา
มือหนาถือวิสาสะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบ โทรศัพท์มือถือของพิมพายน์ ออกมา เขากดปุ่มเปิดหน้าจอ แสงสว่างวาบขึ้นมาพร้อมแจ้งเตือนที่เด้งรัวเป็นร้อยข้อความ
Peem : พายน์ อยู่ไหน? รับสายเราหน่อย (56 สายที่ไม่ได้รับ) Plaifon: แกหายไปไหน เป็นห่วงนะ ติดต่อกลับด้วย (32 สายที่ไม่ได้รับ) Peem : เราขอโทษ กลับมาคุยกันก่อน
ไมล์สอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือก "น่ารำคาญ"
เขาเดินไปหาร่างบางที่หลับสนิท แล้วค่อย ๆ จ่อโทรศัพท์ไปที่ใบหน้าของเธอ
ติ๊ง!
ระบบ Face ID ปลดล็อกหน้าจอทันที นิ้วยาวเลื่อนเข้าไปดูในอัลบั้มรูปภาพ ภาพคู่ของพิมพายน์กับภีม ภาพรอยยิ้มสดใสในอดีต และรูปคู่กับปลายฝนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ไมล์สแสยะยิ้มสมเพช มุมปากกระตุกขึ้นด้วยความรังเกียจ
"ขยะ"
เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง แล้วเดินถือมันออกไปที่ระเบียงห้องพัก ลมทะเลพัดปะทะหน้าและเสียงคลื่นเบื้องล่างดังซัดสาด
"พี่ไม่ต้องใช้มันแล้วล่ะครับ ในโลกของพี่ มีแค่ผมคนเดียวก็พอ"
จ๋อม!
เขาเหวี่ยงโทรศัพท์เครื่องหรูออกไปสุดแรง มันลอยละลิ่วตกลงสู่ท้องทะเลสีครามเบื้องล่าง จมหายไปกับเกลียวคลื่นตลอดกาล ไมล์สยืนมองผืนน้ำนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้อง ปิดประตูกระจกแล้วล็อกกลอนแน่นหนา
เขาเดินกลับไปที่เตียง สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดิม ดึงร่างของพิมพายน์เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหน ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นแล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น