ตอนที่ 13 ไม่ใช่แฟน ผมก็ทำแทนได้

2245 Words
แสงแดดสีส้มจัดจ้าของยามเย็นสาดส่องเข้ามา ปลุกพิมพายน์ให้ตื่นจากความอ่อนเพลีย เธอขยับตัวบิดขี้เกียจ อาการปวดเมื่อยทุเลาลงไปมากหลังได้พักเต็มอิ่ม เธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วเดินออกไปตามหาเจ้าของห้อง ที่ระเบียงกว้างริมหน้าผา ร่างสูงของไมล์สยืนหันหลังพิงราวระเบียง ทอดสายตามองทะเล นิ้วเรียวคีบมวนบุหรี่ ควันสีเทาลอยอ้อยอิ่ง "ไมล์ส..." ไมล์สสะดุ้งเล็กน้อย รีบขยี้บุหรี่ทิ้ง ปัดควันรอบตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกว้างจนตาหยีเหมือนหมาตัวโตเจอเจ้าของ "พี่พายน์! ตื่นแล้วเหรอครับ... ขอโทษที ผมเหม็นบุหรี่มั้ย?" "ไม่เป็นไร..." พิมพายน์ส่ายหน้า มองออกไปที่วิวทะเล "ฉันว่าจะกลับคอนโดแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนเช้า เดี๋ยวเตรียมตัวไม่ทัน" รอยยิ้มของไมล์สเจื่อนลงเล็กน้อย แววตาไหววูบอย่างไม่อยากให้ไป แต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "งั้น... เดี๋ยวผมไปส่งครับ" ... ไมล์สเดินนำมาที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าวิลล่า พิมพายน์ยืนกอดอกสะพายกระเป๋ารออยู่ข้างๆ เขาเสียบกุญแจ บิดสตาร์ทเครื่องยนต์... แชะ แชะ. แชะ เสียงไดสตาร์ททำงาน แต่เครื่องยนต์กลับเงียบสนิท ไมล์สขมวดคิ้ว ลองกดสตาร์ทใหม่อีกครั้ง แชะ แชะ เงียบ... "อ้าว... เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย" เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย ลองบิดกุญแจไปมา เขย่ารถ เช็กนั่นเช็กนี่ด้วยท่าทางร้อนรน ทั้งที่ความจริง เขาแอบดึงสายหัวเทียนออกตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้ว "เป็นอะไรหรือเปล่า?" พิมพายน์ชะโงกหน้ามาดู "รถสตาร์ทไม่ติดครับ สงสัยแบตหมด หรือไม่ก็หัวเทียนบอดแน่เลย" ไมล์สถอนหายใจยาว เตะยางรถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดตัวเอง "โธ่เว้ย! มาพังอะไรตอนนี้วะ" เขาหันมามองพิมพายน์ด้วยสายตารู้สึกผิดสุดขีด "ขอโทษครับพี่พายน์ รถมันงอแง ผมพยายามแก้แล้วแต่เครื่องมือไม่พอ สงสัยต้องรอช่างพรุ่งนี้เช้าอย่างเดียวเลยครับ" "อ้าว แล้วจะทำยังไงล่ะ แท็กซี่แถวนี้ก็ไม่มี" พิมพายน์เริ่มกังวล มองไปรอบๆ ที่เริ่มมืดลง ไมล์สขยับเข้าไปใกล้ มองลึกเข้าไปในตาคู่สวยของเธอ "พี่พักที่นี่อีกคืนเถอะครับ... พรุ่งนี้เช้าช่างมาซ่อมเสร็จ ผมซิ่งไปส่งทันเรียนแน่นอน ผมสัญญา" "แต่ว่า... ฉันไม่อยากขาดเรียน แล้วก็..." "แล้วพี่จะรีบกลับไปทำไมครับ?" ไมล์สสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แทงใจดำ "กลับไปนอนร้องไห้ในห้องคนเดียวเหรอครับ? หรือกลับไปให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยกับเพื่อนทรยศคนนั้นมันสมน้ำหน้า?" พิมพายน์ชะงัก คำพูดของเขาจี้จุดเจ็บจนเธอพูดไม่ออก "พี่กลับไปตอนนี้ พี่ก็ต้องไปเจอภาพบาดตาบาดใจ... ไปเจอความทรงจำแย่ๆ" ไมล์สวางมือหนาลงบนไหล่บาง บีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ "อยู่ที่นี่กับผมเถอะ... ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายพี่ได้ ปิดโลกภายนอกทิ้งไปก่อน ให้เวลาหัวใจตัวเองได้พักบ้างเถอะนะครับ" พิมพายน์เม้มปากแน่น... จริงของเขา ถ้ากลับไปตอนนี้ เธอคงฟุ้งซ่านจนเป็นบ้าแน่ๆ อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็ยังดีกว่า (มั้งนะ) "ก็ได้... งั้นพรุ่งนี้ต้องรีบไปส่งฉันนะ" "รับทราบครับผม!" ไมล์สเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มร่าทันที "งั้นระหว่างรอค่ำ... เราลงไปเดินเล่นที่ชายหาดกันหน่อยดีมั้ยครับ? บรรยากาศกำลังดีเลย" "อื้อ เอาสิ" "งั้นพี่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะครับ ผมเตรียมชุดใหม่ไว้ให้แล้ว วางอยู่บนเตียงครับ" พิมพายน์เดินกลับเข้ามาในห้อง หยิบถุงกระดาษบนเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อแกะถุงออกดูก็พบว่าเป็น ชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวลายดอกไม้สีฟ้าสดใส เนื้อผ้าพริ้วไหวเหมาะกับเดินชายหาด เธอจัดการอาบน้ำชำระร่างกายและสวมชุดนั้นออกมา แต่ทว่า... ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องน้ำออกมา ก็ต้องชะงัก ไมล์สยืนรออยู่กลางห้อง เขาอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีขาว... กับ เสื้อเชิ้ตฮาวายลายดอกไม้สีฟ้า ปัญหาก็คือ... มันเป็นลายเดียวกันกับชุดเดรสของเธอเป๊ะๆ! "เดี๋ยว..." พิมพายน์ชี้นิ้วไปที่เสื้อของเขา สลับกับชุดตัวเอง ตาโตด้วยความตกใจ "นี่มันอะไรกันเนี่ย? ทำไมเสื้อฉันถึงลายเดียวกับนายเลยล่ะ?" เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด เดินเข้าไปใกล้แล้วใช้นิ้วคีบเนื้อผ้าเสื้อเขาขึ้นมาดู "แล้วนายไปเอาเงินที่ไหนซื้อ? ไหนบอกว่าโดนพ่อไล่ออกจากบ้าน ยึดบัตรเครดิต มีเงินติดตัวแค่ร้อยเดียวไม่ใช่เหรอ?" ไมล์สชะงักไปเสี้ยววินาที แต่สมองอันชาญฉลาด (และเตรียมการมาดี) ก็ทำงานทันที เขารีบยกมือยอมแพ้ ยิ้มแหยๆ เหมือนเด็กโดนจับได้ว่าขโมยขนมกิน "ใจเย็นครับพี่พายน์ คือเมื่อกี้ตอนรื้อรถหาเครื่องมือซ่อม ผมบังเอิญไปเจอ เงินซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ ที่ผมเคยยัดลืมไว้ตั้งนานแล้ว ประมาณพันนึง" เขาโกหกหน้าตาย "ผมเลยรีบวิ่งไปตลาดนัดหน้าปากซอย ซื้อชุดพวกนี้มาให้พี่ไงครับ... ตัวละร้อยเดียวเอง" เขาดึงชายเสื้อให้ดูตะเข็บเพื่อยืนยันความ (ปลอม) ถูก "เสื้อโหลครับพี่ เขาขายลดราคาพอดี" "ตัวละร้อย?" พิมพายน์เลิกคิ้ว "จริงเหรอ? ทำไมทรงมันดูดีจัง" "ก็คนใส่หล่อไงครับ ใส่อะไรก็ดูแพง" เขาตอบหน้าตาย เรียกคะแนนหมั่นไส้จากพิมพายน์ได้หนึ่งกรุบ "อีกอย่าง พี่ไม่มีชุดอื่นใส่แล้วนะ ชุดนักศึกษาพี่ผมส่งซักไปแล้ว ยังไม่แห้งเลย ใส่ๆ ไปเถอะครับ ของถูกใส่ลุยทรายเปื้อนก็ไม่เสียดาย" พิมพายน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พอได้ยินว่าราคาถูกและจำเป็นต้องใส่ ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย "ก็ได้ๆ เห็นแก่ที่อุตส่าห์ไปหามาหรอกนะ" ไมล์สมองภาพหญิงสาวตรงหน้า... ชุดเดรสสีฟ้าขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูสว่างไสว ยิ่งมายืนคู่กับเขาที่ใส่ลายเดียวกัน มันยิ่งดูเหมือน... "จะว่าไปพอพี่ใส่แล้ว... เราสองคนเหมือนแฟนกันเลยนะครับ" "ไม่ใช่แฟน!" พิมพายน์สวนกลับทันควัน "ครับๆ ..." ไมล์สรับคำยิ้มๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับขึ้นมาอย่างอันตราย เขาขยับตัวก้าวเข้ามาประชิด โน้มตัวลงช้าๆ จนลมหายใจร้อนผ่าวเฉียดใบหูเธอ ปลายจมูกแทบแตะผิวเนียน “ถึงไม่ใช่แฟน... แต่ผมก็ทำแทนได้ทุกอย่างนะครับ เผลอๆ ทำได้ดีกว่าด้วย” ประโยคนั้นทำเอาขนอ่อนทั่วร่างพิมพายน์ลุกชัน ใบหน้าสวยแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธอรีบยกมือดันแผ่นอกกว้างของเขาออกห่าง แก้เขินด้วยการถลึงตาใส่ “เด็กบ้านี่!” ไมล์สหัวเราะร่าอย่างชอบใจที่ได้แกล้งแหย่ให้เธอเสียอาการ มือหนาวิสาสะคว้ามือบางของเธอมากุมไว้ แล้วสอดประสานนิ้วเข้าหากันจนแนบแน่น “ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวแสงหมด” “นี่! แค่จับมือธรรมดาก็พอไหม ไม่ต้องมาประสานนิ้วแน่นแบบนี้ก็ได้” พิมพายน์บ่นเสียงเบา ก้มลงมองมือใหญ่ที่กุมมือเธอแน่นจนเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปกับลมทะเล “ไม่ได้ครับ ต้องจับแบบนี้ พี่จะได้ไม่หลง” “หลงอะไร ฉันไม่ใช่เด็กนะ” ไมล์สยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “หลงรักผมไงครับ” “ไมล์ส!” ร่างสูงหัวเราะลั่นเหมือนเด็กที่แกล้งได้สำเร็จ เขาออกแรงดึงมือเธอเบาๆ พาเดินลงจากห้องพัก มุ่งหน้าสู่ชายหาดสีทองเบื้องล่าง... บรรยากาศยามเย็นสวยงามโรแมนติกสมคำคุย ไมล์สพาเธอมานั่งปิกนิกบนหาดทรายขาว พร้อมตะกร้าเครื่องดื่มที่เตรียมไว้ “ดื่มหน่อยมั้ยครับ? ฉลองที่เราได้มาเที่ยวด้วยกัน” เขารินน้ำสีชมพูใสจากขวดแก้วสวยงามส่งให้ กลิ่นหอมหวานของพีชลอยเตะจมูก “นั่นอะไรน่ะ? เหล้าเหรอ?” พิมพายน์ขมวดคิ้วระแวงทันที เธอรีบยกมือห้ามปัดป้อง “ไม่เอา! ฉันไม่ดื่ม” “โธ่พี่พายน์... นิดเดียวเอง” “ไม่!” พิมพายน์ยืนกรานเสียงแข็ง สายตาจ้องจับผิดคนตรงหน้าอย่างรู้ทัน “ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอเลยนะ ฉันรู้ทันนายหรอก นายกะจะมอมเหล้าฉันล่ะสิ?” เธอจำบทเรียนราคาแพงได้แม่น พอเหล้าเข้าปากทีไร สติเธอเตลิดจนเสียตัวทุกที คืนนี้เธอจะไม่ยอมพลาดท่าให้เด็กนี่อีกแน่ “พรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า แล้วฉันก็สัญญาเกียรติเนตรนารีกับตัวเองแล้วว่าจะไม่แตะแอลกอฮอล์ตอนอยู่กับผู้ชายสองต่อสองอีกเด็ดขาด!” เธอพูดจบก็กอดอกเชิดหน้าใส่ เป็นการปิดประตูตาย คืนนี้ฉันจะไม่เมา และนายจะไม่ได้แอ้มฉันแน่ ไมล์สชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ ในลำคอ แววตาของเขาไม่ได้ดูผิดหวังเลยสักนิด... กลับกัน มันดู สนุก เหมือนกำลังมองเหยื่อที่พยายามดิ้นรนในกรงขังที่ไม่มีทางออก “โอเคครับๆ ผมยอมแพ้แล้ว” ไมล์สยกมือยอมจำนน วางแก้วใบเดิมลง แล้วหยิบ ขวดน้ำผลไม้แยกกาก (ที่เตรียมมาเป็นแผนสำรอง) ออกมาแทน “งั้นไม่ดื่มเหล้าก็ได้... กินน้ำผลไม้แทนละกัน อันนี้เวอร์จิ้นพันช์ไม่มีแอลกอฮอล์สักหยด ผมซื้อมาเผื่อพี่โดยเฉพาะเลย” พิมพายน์รับแก้วมาถือไว้ แต่ยังไม่ยอมดื่ม เธอหมุนแก้วไปมา หรี่ตามองน้ำสีสวยในมือสลับกับหน้าซื่อๆ ของไมล์ส “นี่นาย... ใส่อะไรแปลกๆ ลงไปในนี้รึเปล่าเนี่ย?” เธอถามดักคอตรงๆ อย่างระแวง “พวกยานอนหลับ หรือยาเสียสาวอะไรพวกนั้นน่ะ?” ไมล์สเลิกคิ้วสูง ทำหน้าตกใจแกมตัดพ้อได้สมบทบาทออสการ์ “โห พี่พายน์ เห็นผมเป็นคนยังไงครับเนี่ย? หน้าผมดูเป็นมิจฉาชีพขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขาทำท่ากระฟัดกระเฟียดน้อยใจ “ผมแค่อยากดูแลพี่ อยากให้พี่สดชื่น พี่กลับระแวงผมซะงั้น น้อยใจนะเนี่ย” “ก็... ก็กันไว้ดีกว่าแก้นี่นา” พิมพายน์เสียงอ่อนลงเมื่อเห็นท่าทางน้อยใจของเขา เธอยื่นจมูกเข้าไปดมฟุดฟิด... กลิ่นหอมหวานของพีชและผลไม้รวมเตะจมูก ไม่มีกลิ่นฉุนแปลกปลอม ไม่มีกลิ่นยา และไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์เลยจริงๆ “ดื่มเถอะครับ อากาศมันร้อน จิบน้ำหวานๆ จะได้สดชื่น... ถือซะว่าดื่มเป็นเพื่อนผม หน่อยนะ” “ก็ได้ ถ้าน้ำผลไม้ล่ะได้อยู่” พิมพายน์ตัดสินใจยกแก้วขึ้นจิบ... ทันทีที่ของเหลวเย็นเจี๊ยบแตะปลายลิ้น ความหวานอมเปรี้ยวที่ลงตัวก็กระจายไปทั่วปาก มันสดชื่นมากจนเธอเผลออุทานออกมา “หืม... สดชื่นจัง!” ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับ “อร่อยอ่ะ! เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ กินแล้วหายเหนื่อยเลย” ความระแวงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น รสชาติที่เขาปรุงแต่งมามันช่างถูกปากและชื่นใจจนเธอเผลอยกขึ้นดื่มอึกใหญ่รวดเดียวหมดแก้ว “เห็นมั้ย ผมบอกแล้วว่าดี” ไมล์สยิ้มกว้าง “อร่อยก็ดื่มเยอะๆ นะครับ... ผมตั้งใจเอามาให้พี่เลย” เขาจ้องมองลำคอระหงที่กลืนน้ำสีชมพูลงไปอึกแล้วอึกเล่า... โดยที่พิมพายน์ไม่รู้เลยว่า ภายใต้รสชาติที่สดชื่นและแสนอร่อยนั้น... กำลังเริ่มไหลเวียนเข้าสู่กระแสเลือดของเธออย่างเงียบเชียบ ... เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที “ไมล์ส...” พิมพายน์วางแก้วลง คิ้วสวยขมวดมุ่น มือยกขึ้นพัดหน้าตัวเอง “ทำไม ทำไมอยู่ดีๆ มันร้อนจัง...” “ร้อนเหรอครับ? ลมก็เย็นนะ” ไมล์สแกล้งทำไขสือ ขยับเข้าไปใกล้ “ไม่รู้สิ มันร้อนวูบวาบไปหมด เหมือนจะเป็นไข้เลย...” พิมพายน์เริ่มอยู่ไม่สุข ขาเรียวบิดไปมาหากันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย... มันไม่ใช่ความมึนเมาเหมือนเหล้า แต่มันคือ ความต้องการ ที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว “พี่หน้าแดงมากเลยนะครับ” ไมล์สวางมือหนาลงบนต้นขาขาวเนียนของเธอ สัมผัสเพียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้พิมพายน์สะดุ้งเฮือกเหมือนโดนไฟช็อต “อ๊ะ! ยะ อย่าจับ...” เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่า ดวงตาเริ่มฉ่ำเยิ้มแบบควบคุมไม่ได้ “แปลก... ฉันเป็นอะไรเนี่ย ไมล์ส ช่วยด้วย...” ไมล์สยิ้มกริ่ม... ยาออกฤทธิ์แล้ว เขาไม่รอช้า รวบตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที “สงสัยจะแพ้อากาศมั้งครับ... กลับเข้าไปรักษาข้างในห้องดีกว่านะ” “ไมล์ส ปล่อย ฉันไม่มีแรง” พิมพายน์พยายามจะผลักไส แต่แขนขาอ่อนเปลี้ยไปหมด ร่างกายกลับเรียกร้องสัมผัสจากเขาจนน่าตกใจ ไมล์สไม่รอคำอนุญาต เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวทันที “ไมล์ส! เดี๋ยวก่อน ฉันเดินเองได้...” “ไม่ปล่อยครับ ขืนปล่อยพี่เดินเอง คืนนี้ก็ไม่ถึงเตียงพอดี” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก้มลงจูบที่ปลายจมูกของเธอเบาๆ “ไปต่อกันข้างในดีกว่า ผมมีวิธีทำให้พี่หายร้อน รับรองว่าพี่ต้องชอบ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD