แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคอนโดหรูใจกลางเมือง ไล่ลอดลงสู่โต๊ะกาแฟไม้โอ๊คที่วางกระจัดกระจายด้วยแก้วเอสเพรสโซ่ร้อนกรุ่นและโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างไว้แต่ไม่มีใครแตะต้องมานาน
สี่หนุ่มปีสี่ แก๊งจตุรเทพที่ใคร ๆ ในมหาวิทยาลัยก็รู้จัก นั่งล้อมวงกันแบบไม่เป็นทางการ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ยังค้างจากเมื่อคืน
เจ สายสปอร์ตตัวสูงไหล่กว้าง ผมสั้นเกรียนเซอร์ ๆ เอนหลังพิงโซฟา มือใหญ่ถือแก้วกาแฟพลาสติกจากร้านข้างล่าง ก่อนจะยกขึ้นจิบเสียงดัง แล้วหันไปมองทัชที่นั่งเอนหลังสบาย ๆ ใบหน้าหล่อคมยังมีร่องรอยง่วงนอนจาง ๆ
“เมื่อคืนมึงหายเงียบเลยนะ พวกกูประชุมกลุ่มไม่เห็นหัวมึงเลย ไอ้ทัช”
เจพูดขึ้นก่อน ใบหน้ายิ้มกวน ๆ ตามสไตล์ขาแซะประจำกลุ่ม ดวงตาเหลือบมองเพื่อนสนิทที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ ราวกับกำลังไตร่ตรองคำตอบ
แทนที่นั่งข้าง ๆ ผมดำยาวประบ่าเซตปัดข้างเนี้ยบแบบลูกครึ่งจีน สวมแว่นบางกรอบแว่นแฟชั่น มองทัชผ่านขอบแก้วเอสเพรสโซ่ที่กำลังควันลอยกรุ่น
“เออ ๆ เห็นแต่แจ้งเตือนว่าออนไลน์ถึงตีสี่ แชตคงเดือดแน่เลย”
เขาพูดเสียงเรียบแต่แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือเรียววางโน้ตบุ๊กลงเบา ๆ ราวกับกำลังรอฟังเรื่องเด็ดที่จะหลุดปาก
ทัช หรือพี่ทัชในสายตานักศึกษาหญิงทั้งมหา'ลัย หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูผ่อนคลายขึ้นทันที
เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกคำ ริมฝีปากหนายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วลงแล้วเอนหลังพิงโซฟา
“ก็แค่…คุยกับคนรู้จักใหม่นิดหน่อย”
คำตอบของเขาสั้นกระชับ แต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองออกไปนอกหน้าต่างนั้น กลับฉายภาพฝันหวาน
จากค่ำคืนที่เพิ่งผ่านพ้น รอยสักใต้สะดือที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดสีเทาอ่อนยังร้อนผ่าวราวกับถูกสัมผัสใหม่
เจหัวเราะหึ ๆ ลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย กล้ามเนื้อแน่นที่แขนโผล่พ้นแขนเสื้อ
“คุยหรือเอาเขาจนไม่ได้นอน? 😏” เขาแซวต่อ ใบหน้าหล่อสไตล์นักบาสยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
“เงียบเหอะ พวกมึงนี่อ่านใจเก่งฉิบ...แค่บอกว่า น้องเขามีอะไรน่าสนใจดี ไม่เหมือนใคร”
ทัชตอบกลับ สายตายังลอยไปไกล ภาพเด็กสาวผมสั้นผิวขาวอมชมพูที่ครางชื่อเขาดังลั่นในหูยังติดตาไม่ยอมจาง
แทนเอนตัวไปข้างหน้า คิ้วเข้มยกขึ้นนิดหนึ่ง
“น่าสนใจยังไงวะ พูดมาดี ๆ อย่าทำเป็นเฉย” เสียงเขานุ่มแต่กดดัน ราวกับนักธุรกิจตัวน้อยที่กำลังเจรจา
ทัชเอนหลังอีกนิด ยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคม
“สายตาแบบนั้นอะ... มันทำให้กูหลุดโฟกัสทุกอย่าง ภาพยังติดตาอยู่เลย” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกำลังเล่าเรื่องลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ แต่ลึก ๆ แล้วก็อยากอวดสักหน่อย
เจตบไหล่แทนดังเพี๊ยะ หัวเราะลั่น
“โอ้โห ดูดิ พูดถึงน้องทีทำหน้านุ่มเชียว 😂”
แทนส่ายหัว แต่ยิ้มตาม
“ระวังหน่อยนะมึง คนนี้ดูมึงสนใจเป็นพิเศษ ไม่เหมือนคนอื่น ๆ”
ทัชยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง มองเพื่อนทั้งสามคนที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาคาดคั้น
“กูรู้... อาจต้องเจอกันอีกเร็ว ๆ นี้แหละ”
คำพูดนั้นหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่ในใจเขากลับนึกถึงข้อความแชตจากแอป Y.E.D ที่ยังค้างอยู่ในโทรศัพท์ และชื่อ ‘MindYourDaddy’ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
---
เวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายแก่ ๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ สู่ช่วง 17:40 น. ที่คอนโดของทัช
ห้องชุดหรูที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยโซฟาหนังสีดำและแสงไฟสลัวจากโคมตั้งพื้น สี่หนุ่มยังคงนั่งสุมหัวกันอยู่ไม่ไปไหน
ถึงจะไม่ได้ไปเรียน พวกเขาก็เรียนเก่งขั้นอัจฉริยะ จนนักศึกษาทั้งมหาลัยแทบเรียกพวกเขาว่า ‘4 จตุรเทพ’
พวกเขานั่งชิลบนโซฟาหรูที่โอบล้อมด้วยหมอนใบใหญ่ เบียร์กระป๋องเปิดครึ่งทางวางเกลื่อนโต๊ะกาแฟ เพลย์ลิสต์ Lofi R&B ลอยคลอเบา ๆ จากลำโพงบลูทูธ สร้างบรรยากาศอบอุ่นแต่แฝงความตื่นเต้น ราวกับกำลังวางแผนล่าเหยื่อในค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง
เจนั่งไขว่ห้าง ถือกระป๋องเบียร์เย็นฉ่ำในมือ ผมเกรียนเซอร์ ๆ ยังยุ่งเหยิงจากวันอันยาวนาน
“คืนนี้ใครไปปาร์ตี้บ้างวะ? เห็นคณะอักษรจัดรวมกับคณะนิเทศฯ ที่ลาน Rooftop”
เขาถามขึ้นก่อน สายตาเป็นประกายราวกับนักล่า
แทนที่นั่งพิงโซฟา เอาแขนวางบนพนักพิงด้วยท่าทางชิล ๆ
“กูไม่ได้อยู่สายแอดเฟรนด์ เลยไม่มีใครเชิญ” เขาตอบกลับ ส่ายหัวเบา ๆ แต่ดวงตาหลังแว่นบางกรอบแว่นนั้นฉายแววสนใจ
ธาม สาวิกาสายติสต์ หัวสมองเฉียบแต่ขี้เกียจ นั่งไขว่ห้างบนพื้นพรมนุ่ม มือถือโทรศัพท์สไลด์ดูไอจีช้า ๆ ผมยุ่งเซอร์ ๆ กับแจ็กเก็ตยีนส์ที่พาดไหล่หลวม ๆ
“แต่แปลกนะ... กูได้เมสเสจในไอจีเชิญไปด้วยเฉย จากคนชื่อ... ‘แพรว’ แถมมีข้อความต่อว่า ‘4 สาว มายด์ ฝ้าย ไอซ์ แพม’ ไปงานนี้ด้วยว่ะ” เขาพูดขึ้น น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความตื่นเต้น
เสียงวางแก้วลงบนโต๊ะดังเบา ๆ จากฝั่งทัชที่กำลังนั่งเงียบ มือใหญ่กำขอบแก้วเบียร์แน่นขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบเหลือบมองธามแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่เพื่อนทั้งสามรู้ดีว่ามันซ่อนอะไรไว้
เจชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกพรวด
“เดี๋ยวนะ... 4 สาวนั่น? แก๊งนางฟ้าของคณะนิเทศนี่หว่า”
เขาร้องขึ้น ใบหน้าหล่อสไตล์พี่ว้ากยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว
แทนพยักหน้า
“โอ้โห แบบนี้ห้ามพลาดดิ กูอยากเจอแก๊งนางฟ้า”
ธามยิ้มบาง ๆ
“เออ กูไป ๆ” แต่เจไม่ยอมหยุด เริ่มจินตนาการออกมาเต็มที่
“หยุดดด กูเริ่มจินตนาการละ แบบ... แก๊งนางฟ้าในชุดนักศึกษารัดเปรี๊ยะ เดินถือไมค์อยู่บนเวที แม่ง จะหมวย เอ็กซ์ แค่ไหนกันวะ” เขาหัวเราะลั่น มือตบเข่าดังเพี๊ยะ
แทนเอนตัวไปข้างหน้า น้ำเสียงจริงจังขึ้น
“เอาจริง ๆ นะ กูเห็นรูปแก๊งนั้นในโพสต์งานก่อนหน้านี้แล้ว หน้าตาแต่ละคนคือระดับขึ้นปกนิตยสารได้อะ” ธามเสริมต่อ สายตาจับจ้องมือถือ ในขณะที่มือก็กำลังไถดูแต่ละรูป
“โดยเฉพาะ ‘มายด์’ คนผมสั้นใช่มั้ย? หน้าตาออกใส ๆ แต่ยิ้มทีมีแววร้ายอยู่ในนั้น"
เจพยักหน้าหนัก ๆ
“เออว่ะ กูเห็นด้วย ยิ่งตอนยิ้มมุมปากแม่ง...มีอะไรไม่บริสุทธิ์แน่นอน (หัวเราะ) แต่ก็นั่นแหละ มันเลยน่าลอง”
เสียงหัวเราะดังก้องห้อง แต่ทัชที่นั่งฟังเฉย ๆ กลับยกมุมปากเล็กน้อย ไม่พูดอะไรสักคำ ดวงตาคมกริบมองเปลวไฟจากเทียนหอมบนโต๊ะ ราวกับกำลังนึกถึงรอยยิ้มมุมปากที่ธามเพิ่งพูดถึง รอยยิ้มที่เขาจำได้ดีจากค่ำคืนก่อน
แทนหันไปมองเขา
“เฮ้ยทัช มึงไม่พูดไรเลยวะ ปกติมึงต้องรีบแซวแล้วสิ หรือคืนนี้จะไม่ไป?”
ทัชเหลือบตามองแก้วเบียร์ในมือ ก่อนวางลงบนโต๊ะช้า ๆ เสียงแก้วกระทบไม้ดังกริ๊งเบา ๆ
“ไปดิ... กูอยากรู้ว่าสาว ๆ พวกนั้น...จะเหมือนในรูปจริงไหม”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แต่แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้เพื่อนทั้งสามชะงัก
ธามยกคิ้ว
“โห น้ำเสียงอย่างนี้คือ เตรียมล่าแน่นอน”
เจตบโต๊ะดังปัง
“อย่ามาทำเล่น ๆ นะมึง ถ้าคืนนี้กูไม่ได้คุยกับน้องสักคน กูจะไม่ให้มึงกลับแน่”
ทัชยิ้มบาง ๆ
“ใครรู้ล่ะ... บางทีอาจมีคนรอกูอยู่แล้วก็ได้”
แทนชะงัก
“เดี๋ยวๆ พูดงี้คืออะไร มีคนรู้จักในนั้นเหรอ?”
ทัชหลบสายตาเพื่อน หัวเราะนิด ๆ ในลำคอ
“ก็...เคยเห็นหน้าแค่ครั้งเดียวเอง”
ธามยิ้มกริ่ม
“แค่ครั้งเดียว แต่พูดเหมือนจำได้ทุกองศาเลยนะ 😏”
เสียงหัวเราะในกลุ่มดังขึ้นพร้อมเสียงเปิดเบียร์กระป๋องใหม่
ปุ้ง!
ฟองเบียร์ล้นขอบ เจยกกระป๋องขึ้นชนแก้ว
“โอเค คืนนี้แก๊งจตุรเทพพร้อม! เป้าหมาย แก๊งนางฟ้าแห่งนิเทศ!”
แต่ทัชที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม พึมพำในใจเบา ๆ ขณะที่ภาพเด็กสาวผมสั้นผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง
“ได้เจอกันอีกแล้วนะ...น้องมายด์”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเขายิ่งเข้มขึ้น ค่ำคืนนี้… อาจไม่ใช่แค่ปาร์ตี้ธรรมดา