ตอนที่ 13 เจ้าของมาคุมเอง...

1953 Words
สัปดาห์ต่อมา...คณะนิเทศฯ มีงานคอลแลปกับบริษัทโฆษณาชั้นนำ โดยมีชื่อแคมเปญ ‘Let’s Be Real: ความรักวัยเรียน ไม่ต้องเฟค’ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องทั่วสนามหญ้าหน้าตึกนิเทศฯ ช่วยขับให้บรรยากาศของกองถ่ายโปรเจกต์โฆษณานิสิตเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนี้เป็นวันถ่ายทำภาพนิ่งสำหรับแคมเปญดังกล่าว ฝั่งโปรดิวเซอร์และเพื่อนนิเทศฯ กำลังวุ่นวายกับการเซ็ตกล้อง แสง รีเฟลกซ์ และพร็อพต่าง ๆ ท่ามกลางเสียงวุ่นวายเหล่านั้น…มายด์ถูกจับแต่งหน้าแต่งตัวเป็นนางเอกแคมเปญ ด้วยชุดเดรสสีขาวพริ้วกับผมสั้นลอนเบา ๆ จนดูน่ารักเกินต้าน และคนที่ยืนข้างเธอ... ก็คือ พี่พีท รุ่นพี่ปีสี่จากสายโฆษณา หน้าตาหล่อเหลาราวกับนายแบบ แถมเป็นที่รู้กันทั่วคณะว่าเขา เจ้าชู้ตัวพ่อ ระดับตัวท็อป ยิ่งไปกว่านั้น...เขาเคยตามจีบมายด์ช่วงปีหนึ่ง แม้เธอจะไม่เคยตอบรับ แต่มันก็ยังค้างคาใจใครหลายคน ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า? “โอเคครับ คู่พระนางเตรียมตัว ซีนต่อไปเป็นช็อตเดินจับมือ แล้วหันมายิ้มให้กันนะครับ” เสียงผู้กำกับในกองถ่ายตะโกนขึ้น มายด์หันไปมองพี่พีทด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ฝึกมาอย่างดี แม้ในใจจะรู้สึกเกร็งจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ส่วนพี่พีทยิ้มกว้าง ยื่นมือออกมาให้เธอจับ แล้วโน้มตัวลงกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหูเธอ จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะติ่งหู “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะน้องมายด์... โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” มายด์ฝืนยิ้มรับแบบฝืด ๆ รู้สึกถึงความอึดอัดที่พุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย เธอจับมือเขาเบา ๆ ตามมารยาท และเธอไม่รู้เลยว่า... ไม่ห่างจากกองถ่ายนัก ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกวิศวะ... ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนกับกางเกงยีนส์ซีด มือหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็น อีกมือกำโทรศัพท์แน่น ทัช...กำลังยืนมองทุกอย่างด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วเข้มกระตุกเบา ๆ ริมฝีปากที่มักจะยกยิ้มมุมปากกลับเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง “จับมือกันเหรอ?” “แล้วยิ้มให้กันแบบนั้น…?” “อยากโดนลงโทษงั้นเหรอ...มายด์?” ทัชพึมพำเสียงเข้มต่ำในลำคอ แววตาที่เคยอ่อนโยนกับเธอกลายเป็นพายุหมุนวน เขาคิดอะไรบางอย่างออก ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงข้างต้นไม้ แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังจุดกองถ่าย โดยไม่สนใจสายตาสงสัยของนักศึกษาที่เดินผ่าน เสียงชัตเตอร์ยังคงดังรัวต่อเนื่อง มายด์ยืนอยู่กลางเซ็ต กล้องจับทุกองศา รอยยิ้มของเธอเป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ซ่อนความเกร็งไว้อย่างดี แต่พี่พีท… กลับยืนใกล้เกินกว่าที่สคริปต์ระบุไว้เล็กน้อย มือเขาวางที่เอวเธอนานเกินไป นิ้วโป้งลูบวนเบา ๆ อย่างไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจ?) จนมายด์รู้สึกขนลุกซู่ “โอเคครับ! ใกล้กันอีกนิดนะครับ อารมณ์คนกำลังอินเลิฟ” เสียงผู้กำกับดังขึ้น พี่พีทยิ้มเจ้าเล่ห์ ก้มลงกระซิบข้างหูมายด์ “ไม่ต้องเกร็งนะ เดี๋ยวพี่ดูแลเอง” มายด์กำลังจะขยับถอยห่าง แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ขออนุญาตครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ เรียบ แต่ชัดจนทุกคนในกองถ่ายหันขวับไปมอง ก่อนที่กลุ่มสาว ๆ ด้านหลังจะแอบกรี๊ดออกมาเบา ๆ เมื่อหนึ่งในจตุรเทพโผล่มาที่กองถ่ายของคณะนิเทศฯ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทัชเดินตรงมาหาทั้งคู่ มายด์ได้แต่เบิกตากว้าง ยืนสตั๊นจ้องมองเขานิ่ง ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก เขาเดินมาหยุดยืนข้างมายด์ ก่อนจะวางมือใหญ่ลงบนเอวเธอ ตำแหน่งเดียวกับที่พี่พีทเพิ่งแตะไป แต่ต่างกันตรงที่… มือของพี่ทัช มั่นคง เป็นเจ้าของ และหนักแน่นอย่างไม่ต้องพูด นิ้วโป้งของเขาลูบวนเบา ๆ ที่เอวเธอ ราวกับกำลังลบรอยนิ้วของคนอื่นออกไปให้สิ้นซาก “ท่านี้ครับ” เขาพูดกับผู้กำกับด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เอวต้องขยับนิดนึง แสงจะได้ไม่กินเงา” ผู้กำกับชะงัก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “…อ๋อ ได้ครับ! งั้นลองท่านี้เลยครับ” ทัชหันกลับมามองมายด์ สายตาคมกริบแต่แฝงความหวงแหน เขาก้มลงกระซิบข้างหูเสียงต่ำ และอันตราย “คืนนี้เราต้องคุยกันนะ” “เรื่องที่หนู…ยอมให้คนอื่นจับง่ายเกินไป” มายด์กลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรง เธอพยายามตอบเสียงเบา น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “ก็มันเรื่องงานนี่คะ...” ทัชหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่สายตาไม่ขำเลยสักนิด ดวงตาคมนั้นจ้องเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัว “…พี่แค่ไม่ชอบให้ใครล้ำเส้นของพี่” คำพูดนั้นหนักแน่นและเย็นเยียบราวกับคำขู่ที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงอ่อนโยน เขายืนนิ่งอยู่ข้างเธออีกครู่หนึ่ง มือใหญ่ยังคงโอบเอวเธอไว้แน่น นิ้วโป้งลูบวนช้า ๆ ราวกับกำลังวาดเส้นเขตแดนที่มองไม่เห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วเขาก็ค่อย ๆ ปล่อยมือออก นิ้วเรียวเลื่อนจากเอวเธออย่างตั้งใจ ปลายนิ้วสัมผัสผิวที่โผล่พ้นเสื้อนักศึกษาของเธอเบา ๆ ก่อนจะถอนออกไปทั้งหมด แต่การถอนมือนั้นกลับช้าและจงใจจนมายด์รู้สึกได้ถึงความหน่วง เหมือนเขากำลังบอกว่า ‘พี่จะปล่อยมือ แต่พี่ไม่ได้จากไปไหน’ ทัชถอยหลังห่างออกไป แต่ไม่ไกลจากเซ็ตที่กำลังถ่ายทำอยู่ เขายืนมองมายด์นิ่ง ๆ ทันทีที่พีทขยับเข้าใกล้เธอ สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่เขาทันที พีทที่กำลังจะเอื้อมมือมาปรับท่าทางของมายด์อีกครั้ง ต้องชะงักค้างกลางอากาศ สายตาของทัชเย็นชาและอันตราย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำพูด แต่แรงกดดันนั้นหนักแน่นจนพีทรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปตามกระดูกสันหลัง เขารีบดึงมือกลับทันที ใบหน้าที่เคยมั่นใจบิดเบี้ยวเป็นความเกร็งเล็กน้อย “เอ่อ... โอเคครับ น้องมายด์ยืนประมาณนี้ก็ดีแล้ว” พีทพูดเสียงสั่นนิด ๆ หันไปมองผู้กำกับแทน ผู้กำกับที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รีบตะโกนขึ้นทันที “โอเค! ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม? เริ่มเลยครับ! หนึ่ง สอง สาม—แอ็คชั่น!” เสียงชัตเตอร์ดังรัวขึ้นอีกครั้ง ไฟสปอตไลต์สาดส่องลงมา มายด์พยายามตั้งสมาธิ ยิ้มตามสคริปต์ แต่หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของพี่ทัชที่จับจ้องเธอไม่วางตา ตลอดทั้งเซ็ต พี่พีทไม่กล้าแตะตัวเธอเกินกว่าที่สคริปต์เขียนไว้แม้แต่น้อย มือที่เคยวางบนเอวเธอนานเกินไป คราวนี้ยกขึ้นแค่เสี้ยววินาทีเพื่อปรับท่า แล้วรีบถอนออกทันทีราวกับถูกไฟลวก สายตาของเขาหลบเลี่ยงไปทางอื่นบ่อยครั้ง ใบหน้าเกร็งจนเห็นชัด ส่วนทัช... เขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้น สายตาคมกริบจับจ้องมองพี่พีททุกครั้งที่มือของอีกฝ่ายเข้าใกล้เธอ แม้จะเป็นแค่การปรับท่าเล็กน้อย แต่ทุกครั้งที่พี่พีททำท่าจะแตะ ทัชก็จะขยับเท้าเล็กน้อย เปลี่ยนท่ายืนให้เข้ามาใกล้มายด์ขึ้นอีกนิด เป็นการเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับพี่พีท มันคือสัญญาณเตือนอันตรายที่ชัดเจนที่สุด กองถ่ายทำงานต่อไปอย่างราบรื่น แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนรู้ดีว่า... วันนี้มี ‘แขกรับเชิญ’ ที่อาจจะเป็นเจ้าของตัวจริงยืนคุมอยู่ข้าง ๆ มายด์แล้ว เมื่อผู้กำกับตะโกน “คัท! วันนี้พอแค่นี้ครับ!” มายด์ถอนหายใจโล่งอก หันไปมองทัชด้วยสายตาที่ทั้งเขินและขอบคุณ ใบหน้าแดงระเรื่อยังไม่หายจากความเกร็งเมื่อครู่ ทัชเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธออีกครั้ง เสียงทุ้มต่ำแต่ชัดเจนจนทำให้ขนอ่อนลุกซู่ “ดีมากค่ะ...” “แต่เรื่องเมื่อกี้... คืนนี้พี่จะลงโทษจริง ๆ นะ” เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและอันตรายในคราวเดียวกัน ทำให้มายด์ใจสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เธอพยักหน้ารับแต่ไม่กล้าสบตาเขา ทัชหันไปหาผู้กำกับที่กำลังเก็บของอยู่ใกล้ ๆ ยกมือไหว้เล็กน้อยด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายต้องตั้งใจฟัง “ขอโทษครับคุณผู้กำกับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอพาตัวมายด์กลับก่อนนะครับ” น้ำเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “วันนี้เธอทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว” ผู้กำกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างและโบกมือรับอย่างรวดเร็ว “ได้เลยครับคุณทัช ขอบคุณที่มาดูแลน้องนะครับ” “น้องมายด์ วันนี้ถ่ายได้ดีมากเลย” ผู้กำกับหันไปชมหญิงสาว ทัชพยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับมาจับมือมายด์ แล้วจูงมือเธอเดินออกจากเซ็ตท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่ยังจับจ้องไม่วางตา บางคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป บางคนซุบซิบนินทากันเบา ๆ “ผู้กำกับ ทำไมดูเกรงใจพี่คนนั้นจังคะ?” หนึ่งในทีมงานแอบกระซิบถาม ขณะที่มือยังจับขาตั้งกล้องอยู่ ผู้กำกับหันมามองตามหลังทั้งคู่ที่กำลังเดินจากไป “คุณทัช... ชื่อจริง ‘ทัตธร ธาวินวัชร’ ” เขาตอบเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้ทีมงานใกล้ ๆ ได้ยิน “หรือที่คนในวงการเรียกกันว่า ‘คุณทัช’ ลูกชายคนโตของ ดร.ไตรธาร กับ คุณหญิงวรินดา” ทีมงานคนนั้นตาโตขึ้นทันที “...ธาวินวัชร? ตระกูลนั้นเหรอคะ?” ผู้กำกับพยักหน้า ยิ้มเจื่อน ๆ “ใช่เลย ตระกูลนักธุรกิจสายเทคโนโลยีรุ่นใหญ่ เป็นไฮโซที่ติดระดับท็อป 3 ของประเทศ” “บริษัทแม่ครองตลาด SmartTech กับสื่อดิจิทัลเกือบทั้งระบบ แถมยังมีหุ้นในหลายค่ายบันเทิงด้วย” “ที่สำคัญดร.ไตรธารเคยเป็นที่ปรึกษานโยบายเทคโนโลยีให้รัฐบาลมาแล้วสองสมัย คุณหญิงวรินดาก็เป็นประธานมูลนิธิด้านการศึกษาดิจิทัล” เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะกระซิบต่อ “ส่วนคุณทัช... เขาเป็นทายาทคนโตที่ครอบครัวคาดหวังให้รับช่วงกิจการทั้งหมด แต่ข่าวลือก็มีว่าเขาไม่ค่อยสนใจงานบริษัทเท่าไหร่ มาทำงานฟรีแลนซ์ ถ่ายแบบ สร้างคอนเทนต์ แล้วก็... มีธุรกิจส่วนตัวบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ชัด ๆ” “คนโง่เท่านั้นที่อยากมีปัญหากับเขา” ทีมงานสาวกลืนน้ำลายดังเอื๊อก “แล้ว... ทำไมวันนี้เขาถึงมาที่กองถ่ายเราวันนี้ล่ะคะ?” ผู้กำกับยักไหล่ แต่ยิ้มมีความหมาย “ก็คง...เพราะน้องมายด์ล่ะมั้ง” “กรี๊ดดดด แบบนี้น้องมายด์ก็จับได้ผู้ชายไม่ธรรมดาเลยสินะคะ” “พูดมาก ไปเก็บของ จะได้ไปถ่ายงานอื่นต่อ” ผู้กำกับดุเมื่อเห็นว่าทีมงานเริ่มนอกเรื่อง พี่พีทที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองตามหลังทั้งคู่ด้วยความรู้สึกผสมปนเป ระหว่างความอิจฉา ความกลัว และความเข้าใจลึก ๆ ว่า... เขาไม่เคยมีสิทธิ์ตั้งแต่แรก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD