CHAPTER 1 (1/2)

1897 Words
เสียงเตียงเสียดสีกับพื้นเป็นจังหวะบ่งบอกว่ากำลังมีกิจกรรมเกิดขึ้นด้านบน ร่างสองร่างที่กำลังบดเบียดเข้าหากันทำให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเวลาขยับ ฝ่ามือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น เป่าเป้ยกัดฟันข่มเสียงครางที่พร้อมจะเล็ดลอดออกมาได้ทุกเมื่อ เธอไม่อยากให้ร่างสูงใหญ่ที่กำลังครอบครองเธอรู้ว่าสัมผัสอันหยาบโลนและการสอดใส่ที่เป็นดั่งการลงทัณฑ์นี้ มันทำให้เธอทรยศความรู้สึกของตัวเอง “ร้องออกมา!” เสียงทุ้มห้าวออกคำสั่งอยู่เหนือร่าง หญิงสาวส่ายหน้าถี่รัว ริมฝีปากเม้มแน่นจนเจ็บ “ไม่ร้องเหรอ” สิ้นคำถามสะโพกสอบก็ถอนกายออกเกือบสุด ก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปอย่างแรงและลึกชนิดที่ร่างบางไม่อาจกลั้นเสียงไว้ได้อีก “อ๊ะ...อ๊า!” “ดี! แบบนั้นแหละ!” วิลเลียมคำรามต่ำในลำคอ แววตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ เขาเสพติดเรือนร่างนี้ เสพติดปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ มันปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่านอย่างประหลาด วิลเลียมกับเป่าเป้ยแต่งงานกันมาได้ปีกว่าแล้วเพราะลุงของเธอยังหาเงินก้อนโตมาคืนเขาไม่ได้ ข้อตกลงของการอยู่ร่วมกันของทั้งคู่มีเพียงแค่ เขาจะดูแลเธออย่างดีและเธอก็ต้องดูแลเขาอย่างดีเช่นกัน ดูแลในที่นี้หมายถึง...การร่วมรักกันบนเตียง “ข้างในตัวเธอ...อ่า...มันตอดรัดดีเหลือเกิน” เขาลดจังหวะลง เคลื่อนไหวเนิบนาบ เชื่องช้าแต่หนักหน่วง ซึมซับความอุ่นร้อน ชุ่มฉ่ำและคับแน่นที่โอบรัดส่วนกลางกายของเขา เป่าเป้ยเป็นเหมือนเชื้อไฟที่จุดติดง่าย แค่ปลายนิ้วสะกิด เปลวไฟแห่งตัณหาก็พร้อมจะลามเลียไปทั่วร่าง และเสียงครางหวานที่พยายามสะกดกลั้นนั้น ยิ่งทำให้ความต้องการของเขารุนแรงขึ้น “อึก...อื้อ...ยะ...” เธอเม้มปากแน่น พยายามปฏิเสธสัมผัสปฏิเสธความรู้สึกที่ก่อตัว ทั้งที่ปากพร่ำบอกว่าเกลียดชัง แต่ร่างกายกลับทรยศ โหยหาอ้อมกอดและจุมพิตอันเร่าร้อนของเขา กลายเป็นคนหน้าไม่อายที่ได้แต่ตราหน้าตัวเองในใจ “อย่าอะไร...หือ พูดมาสิ” วิลเลียมโน้มตัวลงมา มอบจุมพิตร้อน ริมฝีปากอิ่มถูกครอบครองดูดดึงจนบวมเจ่อ ลิ้นร้อนสอดแทรกกวาดต้อนความหวานในโพรงปากนุ่ม ในขณะที่ช่วงล่างยังคงสอดประสานเข้าออกเป็นจังหวะ “หวาน...” เขาผละออกเลียริมฝีปากตัวเอง มองใบหน้าหวานที่แดงก่ำ ดวงตากลมฉ่ำน้ำปรือปรอย หญิงสาวคงไม่รู้ว่ามันเป็นการเว้าวอนอย่างไม่รู้ตัว แต่เขายังไม่อยากให้มันจบลงง่ายๆ เขาต้องการทรมานเธอด้วยความสุขสมที่เขาเป็นผู้ควบคุม เขาพลิกร่างเธอและดึงขึ้นจากที่นอน ร่างบอบบางที่อ่อนแรงยวบยาบเซซบลงบนแผงอกแกร่งอย่างหมดแรง “ขย่มให้ฉันสิ” เขากระซิบพร่าชิดริมหู เป่าเป้ยเม้มปากแน่น แต่สุดท้ายก็จำต้องฝืนยกสะโพกขึ้น กดทับลงบนแก่นกายร้อนผ่าวของเขาอย่างเชื่องช้า “อือออ” เสียงครางต่ำในลำคอเขาบ่งบอกความพึงพอใจ หญิงสาวขยับกาย บดเบียด ส่ายสะโพกไปมาตามสัญชาตญาณ เสียงเฉอะแฉะของน้ำรักดังเคล้าคลอ นั่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบของชายหนุ่ม “อ๊า...อ๊ะ!” เป่าเป้ยร้องเสียงหลงเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนจุดอ่อนไหว บดคลึงจนร่างเกร็งสะท้านต้องคว้าไหล่กว้างของเขาไว้แน่น “เสียวหรือยัง” เขาถามเสียงพร่า เป่าเป้ยเบือนหน้าหนีไม่ยอมตอบ ยิ่งทำให้เขารังแกจุดนั้นหนักขึ้น “อื้อ...อ๊า...สะ...เสียว...มันเสียว” สุดท้ายเธอก็หลุดปาก เขาก้มลงซุกไซ้ทรวงอกอิ่ม ดูดดึงยอดปทุมถันจนแข็งเป็นไตด้วยความหิวกระหาย มืออีกข้างเคล้นคลึงหนักหน่วงจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงจางๆ “แข็งสู้ฟันดีนี่” เขาแกล้งยั่ว กระซิบคำพูดสองแง่สองง่ามข้างหูเธอและมันได้ผลอย่างไม่ต้องสงสัย เป่าเป้ยกัดริมฝีปากแน่น ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่าง ใกล้แล้ว...ใกล้จะถึงจุดหมายที่เธอทั้งโหยหาและรังเกียจ เอวบางขยับร่อนบนตักแกร่งอย่างลืมตัว “อ๊ะ...อ๊ะ!” หญิงสาวครางไม่เป็นภาษาเมื่อเขาจงใจใช้นิ้วสะกิดย้ำๆ ที่จุดเดิม ร่างบางแอ่นสะท้าน เอนกายไปด้านหลัง ใช้แขนยันต้นขาแกร่งของเขาไว้ “ร่านดีจริงๆ” เขาคำรามก่อนจะยึดเอวคอดไว้มั่นด้วยสองมือ แล้วกระแทกสวนขึ้นไปอย่างแรงและเร็ว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่กระชั้น ปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ให้พุ่งทะยาน ทันใดนั้นเขาก็ถอนกายออกจนสุด เป่าเป้ยสะดุ้งเฮือกด้วยความรู้สึกวูบโหวง เขาจับร่างเธอพลิกคว่ำหน้าลงกับฟูกนุ่ม ก่อนจะสอดใส่ตัวตนเข้ามาจากด้านหลังในท่วงท่าที่ลึกและรุนแรงกว่าเดิม “อ๊ะ!” เธออุทานก่อนที่เสียงจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าเมื่อสะโพกสอบเริ่มขยับกระแทกกระทั้นเข้ามาไม่ยั้ง “ท่านี้เป็นไง” เสียงทุ้มแหบพร่าถาม เป่าเป้ยจิกกำผ้าปูที่นอนแน่น ขาสั่นระริกด้วยความเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาจนแทบขาดใจ “อึก...สะ...เสียว” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงแผ่วขาดห้วง วิลเลียมยิ้มมุมปาก บีบเคล้นบั้นท้ายกลมกลึงเต็มมือ พร้อมกับขยับเข้าออกด้วยจังหวะที่ดุดันอย่างต่อเนื่อง เสียงครางและเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังผสมปนเปกันไปทั่วห้องนอนอันโอ่อ่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เป็นครั้งที่สามของค่ำคืนนี้ เป่าเป้ยอ่อนแรงเกินกว่าจะนับ แต่ชายหนุ่มกลับดูราวกับมีพละกำลังไม่สิ้นสุด เธอทำได้เพียงตอบสนอง ทำตามคำบัญชา แม้จะขัดแย้งในใจเพียงใดแต่ร่างกายก็ปฏิเสธสัมผัสอันเร่าร้อนนี้ไม่ได้เลย วิลเลียมซี้ดปากอย่างพอใจ เรือนร่างนี้ตอบสนองเขาได้ดีเยี่ยมเสมอราวกับถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ มันทำให้เขาดำดิ่งถลำลึกสู่ห้วงปรารถนาที่ไร้จุดสิ้นสุด เขาต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ สร้างร่องรอยไว้บนทุกอณูผิวเนื้อเนียน สะโพกสอบยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง มือหนายึดเอวบางไว้มั่น ปากหยักยกยิ้มเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงตอดรัดถี่กระชั้นจากภายในและร่างกายที่สั่นสะท้านของคนใต้ร่าง เธอกำลังจะเสร็จ...ถึงฝั่งฝันที่เขาเป็นผู้ครอบครอง แต่แล้วเขาก็ถอนกายพรวดออกไปอีกครั้ง พลิกร่างเธอให้หงายขึ้น เผยให้เห็นภาพหญิงสาวที่นอนหอบหายใจถี่รัว ดวงตาฉ่ำเยิ้มไร้เดียงสา ซึ่งมันกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจเขาอย่างรุนแรง “จะรีบไปไหน” เขากระซิบพร้อมยิ้มร้าย ก่อนจะแทรกกายเข้าไประหว่างเรียวขา มือหนาจับมันแยกออกจากกัน แล้วสอดใส่แก่นกายร้อนผ่าวเข้ามาในช่องทางรักที่บวมช้ำอีกครั้งอย่างไม่ปรานี “อ๊ะ...อ๊า!” เธอครางเสียงสูงเมื่อเขาทาบทับร่างลงมา ความรู้สึกทั้งแน่น จุกและเสียดเสียวแล่นปราดไปทั่วร่าง มือบางจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความรู้สึกที่ถาโถม วิลเลียมมองภาพนั้นอย่างพึงพอใจที่สุด เขาก้มลงขบเม้มซอกคอขาว สร้างรอยสีกุหลาบซ้ำๆ ลงบนรอยเดิม ในขณะที่ช่วงล่างยังคงบดเบียดเข้าออกเป็นจังหวะหนักหน่วง “พูดออกมาสิ” เขากระซิบที่ข้างหู เป่าเป้ยส่ายหน้าน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาอยากให้เธอพูดว่าให้เขาทำให้เธอเสร็จ แต่เธอจะไม่ยอม “มะ...ไม่...” “ไม่เหรอ” ขายกสะโพกสูง แล้วกระแทกลงไปเต็มแรงจนเธอสะดุ้งเฮือก เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะทำซ้ำๆ ย้ำๆ ลงบนจุดเดิม “อ๊า!...ดะ...ได้โปรด...” สุดท้ายเธอก็หลุดปากอ้อนวอน “อะไรนะ” เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน “ดะ...ได้โปรด” “ดังๆ หน่อยสิ” “ได้โปรด...คุณวิล...ทำให้...ทำให้ฉันเสร็จที!” เธอตะโกนออกมาทั้งน้ำตา เบือนหน้าหนีด้วยความอับอายสุดขีด วิลเลียมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะปลดปล่อยท่วงทำนองรักบทสุดท้ายอย่างดุดันและรุนแรงที่สุด เสียงหอบหายใจ เสียงคราง เสียงเนื้อกระทบกันดังระงม ก่อนที่ทุกอย่างจะถึงจุดสูงสุด ร่างแกร่งกระตุกเกร็งปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าสู่กายเธอ เป่าเป้ยเองก็เช่นกัน เธอโอบรัดสะโพกสอบไว้แน่น วิลเลียมขยับกายย้ำๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะถอนตัวตนออกไป ทันทีที่เป็นอิสระ เป่าเป้ยก็ขยับหนีแต่ก็ช้ากว่าวงแขนแกร่งที่ตวัดรวบเอวคอดเข้าไปกอดรัดจากด้านหลัง เขาซุกใบหน้าลงกับไหล่บาง สูดกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอ “ฉันง่วง” เขาบอก “ถ้าง่วงคุณก็ปล่อยฉันสิคะ” เธอตอบเสียงสั่นพยายามขืนตัว “อย่าดื้อน่า” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เป่าเป้ยขัดขืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ่อนแรงลง ยอมให้เขากอดนิ่งๆ เธอเกลียดสัมผัสนี้ เกลียดความใกล้ชิดที่อาจก่อเกิดเป็นความผูกพัน แค่กายก็แย่พอแล้ว เธอไม่อยากให้ใจต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ วิลเลียมไม่ใช่คนดี เขาโหดร้าย เย็นชา การแต่งงานนี้ไม่ใช่ความรัก มันคือหน้าที่...หน้าที่ที่เธอต้องทำ เพื่อแลกกับอิสรภาพของลุงและอาจจะรวมถึงตัวเธอเองในอนาคต เธออยากกลับบ้าน ความคิดนั้นทำให้น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่ก็ไม่พ้นโสตประสาทของคนที่กอดเธออยู่ดี “ร้องไห้หาอะไรอีก! น่ารำคาญ!” เขาถามเสียงห้วน “เรื่องของฉัน!” “เป่าเป้ย!” เขาเรียกเธอเสียงเข้ม ชายหนุ่มรำคาญที่เห็นน้ำตาของเธอ “ถ้าคุณรำคาญก็ปล่อยฉันไปสิคะ” น้ำเสียงเธอแฝงแววอ้อนวอนอย่างไม่รู้ตัว “ลืมสถานะของตัวเองไปหรือเปล่าเป่าเป้ย เธอแต่งงานกับฉันเพราะอะไร” เขาถามเสียงเย็น หญิงสาวกัดริมฝีปาก...เพราะต้องใช้หนี้ยังไงล่ะ “ฉันไม่ลืมหรอกค่ะว่าฉันแต่งงานกับคุณเพราะอะไร” เธอขบกรามแน่น “ก็ดี...ทำหน้าที่ของเธอไป จนกว่าฉันจะเบื่อ” “ฉันจะภาวนาให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ ค่ะ!” น้ำเสียงดื้อรั้นนั้นจุดไฟโทสะให้คนฟังได้อย่างง่ายดาย “ปากดีเหลือเกินนะ” เขาลุกพรวดขึ้น ตวัดร่างขึ้นคร่อมเธออีกครั้ง เป่าเป้ยตกใจ หลับตาแน่น ตัวสั่นเทารอรับบทลงโทษ แต่แล้วกลับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเขาแทน “คุณ!” เธอลืมตาขึ้น มองเขาอย่างไม่พอใจ วิลเลียมยันตัวลุกขึ้นจากเตียง เขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมลวกๆ ก่อนจะหันมาสั่ง “ตอนค่ำฉันจะออกไปข้างนอก เตรียมตัวให้พร้อม เธอต้องไปด้วย” พูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้เป่าเป้ยเจ็บใจกับคำสั่งเผด็จการนั้น เขาลากเธอไปไหนมาไหนราวกับเธอเป็นคนรักของเขาจริงๆ ทั้งที่สถานะของเธอไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาแก้เหงาของเขา น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจไหลอาบแก้มอีกครั้ง ก่อนที่ความอ่อนเพลียจะดึงเธอสู่ห้วงนิทรา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD