ยินดีที่ได้รู้จัก

1248 Words
บ่ายวันเสาร์ที่อากาศอบอ้าวชวนให้หงุดหงิด ทัช นักศึกษาหนุ่มชั้นปีที่ 2 ยืนปาดเหงื่ออยู่หน้าตึกคอนกรีตสี่ชั้นที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะกรังตามซอกตึก หอพักแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยลึกที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ทั้งที่ห่างจากมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่กิโลเมตร สาเหตุเดียวที่เขาเลือกที่นี่คือ "ราคา" ที่ถูกจนน่าตกใจสำหรับห้องพักกว้างขวางขนาดนี้ "ห้อง 403 นะพ่อหนุ่ม เดินขึ้นไปเลี้ยวซ้ายสุดทางเดินเลย" ป้าเจ้าของหอพูดพลางยื่นกุญแจเก่าๆ ที่ติดแท็กเลขห้องด้วยลายมือหวัดๆ ให้เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายละครน้ำเน่าเสียงดังลั่น ทัชพยักหน้าขอบคุณ เขาแบกเป้ใบใหญ่และหิ้วลังกระดาษบรรจุหนังสือขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล บันไดหินขัดส่งเสียงก้องสะท้อนไปมาในโถงทางเดินที่ไร้ผู้คน ยิ่งปีนขึ้นไปสูงเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งดูเหมือนจะหนักอึ้งและเย็นเยียบลงอย่างประหลาด เมื่อถึงชั้น 4 กลิ่นอับชื้นของตึกเก่าผสมกับกลิ่นธูปจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ทางเดินชั้น 4 ยาวเหยียดและมืดสลัว หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ตรงกลางเพดานส่งเสียง จี่... จี่... และกะพริบถี่ๆ ราวกับจะขาดใจ ทัชเดินลึกเข้าไปตามหมายเลขห้อง 401... 402... จนกระทั่งถึงหน้าห้อง 403 เขาวางลังของลงเพื่อจะไขกุญแจ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นห้องที่อยู่ถัดไป... ห้อง 404 หรือ "ห้องริมสุด" มันเป็นห้องที่แตกต่างจากห้องอื่นอย่างสิ้นเชิง ประตูไม้สีน้ำตาลซีดจางมีโซ่เหล็กเส้นหนาพันทบไปมาผ่านมือจับประตูและหูช้างเหล็กที่ดูเหมือนเพิ่งถูกตอกเพิ่มเข้าไปใหม่ โซ่นั้นถูกล็อกด้วยแม่กุญแจตัวใหญ่ที่มีคราบสนิมเขรอะขังอยู่ตามร่อง ไม่เพียงแค่นั้น บนขอบประตูยังมีแผ่นผ้ายันต์สีเหลืองซีดๆ ที่เปื่อยยุ่ยจนแทบอ่านอักขระไม่ออกแปะอยู่ “ทำไมต้องล็อกหนาแน่นขนาดนั้นวะ?” ทัชพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เขาพยายามสลัดความสงสัยทิ้งและไขกุญแจเข้าห้องของตัวเอง ภายในห้อง 403 กว้างขวางและสะอาดกว่าที่คิด ทัชเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ลมพัดแรงหอบเอาไอฝนที่กำลังจะตกเข้ามาในห้อง เขาเริ่มจัดของเข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันก่อนค่ำ ในขณะที่กำลังจัดวางหนังสือบนโต๊ะทำงานที่ติดกับผนังห้องฝั่งห้อง 404 เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง... แกรก... แกรก... ทัชชะงักมือ เสียงนั้นเหมือนมีคนเอาเล็บแหลมๆ ขูดไปตามผนังปูน แต่มันเบามากจนเขาคิดว่าอาจจะเป็นหนูหรือตุ๊กแกในตึกเก่า เขาถอนหายใจและทำงานต่อ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงหัวค่ำ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงความมืดมิดภายนอกและแสงไฟสลัวภายในห้อง เขารู้สึกหิวจึงตัดสินใจจะออกไปหาอะไรทานที่หน้าปากซอย ทันทีที่เปิดประตูห้องออกมา เขาก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งเธอกำลังยืนอยู่หน้าห้อง 402 ผิวของเธอขาวซีดจนดูซูบเซียว ดวงตาดูกังวลใจตลอดเวลา "เอ่อ... สวัสดีครับ ผมเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ชื่อทัชครับ" ทัชทักทายตามมารยาท หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้งๆ "อ๋อ... จ้า พี่ชื่อ แจม อยู่ห้องนี้กับแฟนชื่ออั้ม ยินดีที่ได้รู้จักนะทัช" "ครับพี่แจม... เออ พี่ครับ ห้องข้างๆ ผมน่ะ ห้อง 404 ทำไมเขาถึงเอาโซ่มาคล้องไว้แบบนั้นเหรอครับ? มีคนอยู่ข้างในหรือเปล่า?" ทัชถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่บ่าย สีหน้าของแจมเปลี่ยนไปทันที เธอหันไปมองประตูห้องริมสุดด้วยสายตาหวาดหวั่น มือที่ถือถุงขยะสั่นเทาเล็กน้อย "ไม่มีใครอยู่หรอก... มัน... มันปิดตายมานานแล้วน่ะ อย่าไปสนใจเลยทัช อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน" "ปิดตาย? แต่เมื่อกี้ผมเหมือนได้ยินเสียง..." ยังไม่ทันที่ทัชจะพูดจบ ประตูห้อง 402 ก็เปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดฟุตบอลเดินออกมา อั้ม มองทัชด้วยสายตาเรียบเฉย "มีอะไรกันเหรอแจม?" "อ๋อ ทัชน้องใหม่ห้อง 403 น่ะอั้ม เขาแค่ถามเรื่องห้องริม" แจมรีบบอกแฟนหนุ่ม อั้มขมวดคิ้วแล้วหันมาทางทัช "ห้องนั้นมันห้องเก็บของเก่าของเจ้าของหอน่ะ โซ่มันสนิมกินเลยดูน่ากลัวไปงั้นแหละ อย่าไปคิดมากเลยน้อง ตั้งใจเรียนเถอะ ไปเถอะแจม เดี๋ยวร้านข้าวปิด" อั้มโอบไหล่แจมเดินนำออกไป ทัชมองตามหลังทั้งคู่ไป ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าอั้มไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด โดยเฉพาะท่าทางของแจมที่ดูเหมือนคนหวาดระแวงตลอดเวลา ทัชตัดสินใจเดินไปที่หน้าห้อง 404 อีกครั้ง ความเงียบในโถงทางเดินทำให้เขาได้ยินเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างระเบียง เขาขยับเข้าไปใกล้ประตูที่มีโซ่คล้อง ความสงสัยเริ่มทำงานเหนือความกลัว เขาโน้มตัวลง เอาหูแนบกับแผ่นไม้เย็นเฉียบของประตูห้องริมสุด วินาทีนั้นเอง... ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงลมเงียบหายไป เสียงไฟกะพริบดับลงชั่วขณะ และจากอีกด้านหนึ่งของประตูที่ปิดตายนั้น ทัชได้ยินเสียงบางอย่างชัดเจนที่สุดในชีวิต “ช่วยด้วย... ช่วยโมด้วย...” มันคือเสียงกระซิบของผู้หญิงที่แหบพร่าและสั่นเครือ แว่วมาจากที่ไหนสักแห่งที่ลึกมากภายในห้องนั้น ทัชสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบเสียหลักล้ม หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขามองไปที่แม่กุญแจตัวใหญ่ มันยังคงล็อกแน่นหนาเหมือนเดิม แต่คราวนี้เขาสังเกตเห็นรอยนิ้วมือสีดำๆ จางๆ ปรากฏขึ้นบนเนื้อไม้รอบๆ หูช้างเหล็ก รอยนั้นเหมือนมีคนพยายามจะเอื้อมมือออกมาจากข้างใน ทัชไม่รอช้า เขาใส่เกียร์สุนัขวิ่งลงจากตึกทันที เสียงฝีเท้าของเขาก้องไปทั่วบันได แต่สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือ ในขณะที่เขาวิ่งลงมาถึงชั้น 3 เขาเหลือบมองกลับไปที่ช่องว่างระหว่างราวบันได และเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนยืนอยู่ตรงโถงทางเดินชั้น 4... ยืนอยู่หน้าห้อง 403 ของเขาเอง เงานั้นนิ่งสนิท... หัวของเธอบิดเบี้ยวผิดรูป และผมยาวเฟื้อยลงมาปรกหน้า ทัชวิ่งกวดลงไปจนถึงชั้นล่าง แสงไฟจากร้านค้าหน้าหอทำให้เขาเริ่มดึงสติกลับมาได้ เขาหอบหายใจรุนแรง พยายามบอกตัวเองว่าตาฝาดไปเอง ตึกเก่าๆ ก็คงมีเรื่องเล่าและบรรยากาศชวนหลอนแบบนี้เป็นธรรมดา แต่คำถามที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาก็คือ... "โม" คือใคร? และทำไมเธอถึงต้องขอให้เขาช่วย? ขณะเดียวกัน บนห้อง 402 แจมที่กลับมาจากการซื้อของนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง เธอไม่ได้บอกอั้มว่า ตอนที่เดินผ่านห้อง 404 เมื่อครู่ เธอเห็นโซ่เหล็กที่คล้องประตูไว้นั้น... มันกำลังสั่นสะเทือน ราวกับมีคนจากข้างในกำลังพยายามกระชากมันให้ขาดออกอย่างบ้าคลั่ง คืนแรกของทัชในหอพักแห่งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเสียงเรียกจากห้องริม... ก็เพิ่งจะเริ่มบรรเลงบทเพลงแห่งความตาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD