บ่ายวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าอึมครึมราวกับฝนจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านผ้าม่านเก่าสีซีดในห้อง 402 ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอุ่นขึ้นเลย แจม นั่งขดตัวอยู่บนโซฟาบุหนังเทียมที่เริ่มปริแตก เธอพยายามจดจ่ออยู่กับหนังสืออ่านเล่นในมือ แต่สายตากลับเหลือบมองเข็มนาฬิกาบนผนังอยู่บ่อยครั้ง
"ไปนะแจม เดี๋ยวเย็นๆ กลับมา กินไรเดี๋ยวซื้อเข้ามาให้" อั้ม พลางสะพายกระเป๋ากีฬาและหยิบลูกฟุตบอลขึ้นมาหนีบข้างลำตัว เขาดูสดใสและมีพลังงานล้นเหลือ ผิดกับแจมที่ดูเหมือนคนนอนไม่พอมาหลายคืน
"อั้ม... วันนี้ไม่ไปไม่ได้เหรอ แจมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย" แจมคว้าชายเสื้อแฟนหนุ่มไว้เบาๆ
อั้มเลิกคิ้วขึ้นพลางหัวเราะน้อยๆ "เป็นอะไรไปอีกล่ะเรา? เรื่องห้องริมอีกแล้วเหรอ? บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไรหรอก ตึกเก่าท่อประปาก็เสียงดัง ลมพัดแรงกระแทกประตูมันก็สั่นเป็นธรรมดา อย่าคิดมากน่า อยู่ในห้องล็อกประตูให้ดี ใครมาเคาะก็ไม่ต้องเปิด โอเคมั้ย?"
เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากแจมเบาๆ เป็นการปลอบประโลม ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้เสียงปิดประตูดังปังใหญ่สะท้อนอยู่ในโถงทางเดินที่เงียบสงัด
เมื่อสิ้นเสียงฝีเท้าของอั้มที่ค่อยๆ ห่างออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมห้อง 402 ทันที
แจมถอนหายใจยาวพยายามข่มความหวาดกลัวที่ไร้ที่มา เธอเดินไปที่อ่างล้างจานเพื่อล้างแก้วน้ำที่ค้างไว้ เสียงน้ำไหลกระทบอ่างสเตนเลสดังซ่าข่มความเงียบได้เพียงชั่วครู่ ทว่าในจังหวะที่เธอบิดก๊อกปิดน้ำจนสนิทนั่นเอง...
ฮึก... ฮือออ...
เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังแว่วมาตามลม แจมชะงักกึก หูของเธอผึ่งขึ้นโดยอัตโนมัติ หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ เธอพยายามบอกตัวเองว่าอาจจะเป็นเสียงโทรทัศน์จากห้องข้างล่าง หรือเสียงแมวร้องจากบนดาดฟ้า
แต่เสียงนั้นมัน "ใกล้" เกินไป
มันไม่ได้มาจากข้างบน หรือข้างล่าง แต่มันมาจาก ผนังห้องฝั่งที่ติดกับทางเดินและห้องริมสุด
ฮึก... ช่วย... ช่วยด้วย... หนาว...
เสียงผู้หญิงร้องไห้อย่างเจ็บปวดทรมานดังลอดผ่านแผ่นปูนหนาเข้ามาในห้อง แจมทิ้งฟองน้ำล้างจานลงในอ่าง มือไม้สั่นเทา เธอเดินช้าๆ ไปยังผนังฝั่งนั้น ราวกับถูกมนต์สะกดบางอย่างดึงดูดเข้าไป ยิ่งใกล้ผนัง เสียงนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียงร้องไห้ธรรมดา แต่มันคือเสียงคร่ำครวญที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความแค้น
แจมเอาหูแนบกับกำแพงปูนที่เย็นเฉียบ
ครืด... ครืด...
เสียงเหมือนเล็บยาวๆ ขูดลากไปตามกำแพงจากอีกฝั่งหนึ่ง แจมสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ผ่านผิวสัมผัสของผนังห้อง เหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ "ข้างใน" กำแพงนั้น และกำลังพยายามขุดเจาะออกมาหาเธอ
"นั่น... ใครน่ะ?" แจมตะโกนออกไปเสียงสั่น
ทันทีที่สิ้นคำถาม เสียงร้องไห้ก็หยุดลงกะทันหัน ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเดิมกลับมาแทนที่ แจมยืนนิ่ง ลมหายใจติดขัด เธอค่อยๆ ถอยหลังออกมาจากกำแพง แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างผิดปกติที่มุมล่างของผนัง
รอยรั่วซึม... แต่อันนี้ไม่ใช่คราบน้ำฝนทั่วไป คราบที่ซึมออกมาจากซอกบัวเชิงผนังมีสีแดงคล้ำและส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งราวกับเลือดสดๆ ที่ทิ้งไว้นานจนเน่าเสีย กลิ่นนั้นรุนแรงจนแจมต้องยกมือขึ้นปิดจมูก เธอแทบจะอาเจียนออกมา
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสม่ำเสมอ แจมสะดุ้งโหยง "อั้มเหรอ? อั้มกลับมาแล้วเหรอ!"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงเคาะที่เริ่มเร็วขึ้นและแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ประตูไม้ของห้อง 402 สั่นสะเทือนราวกับจะหลุดออกจากบานพับ แจมวิ่งไปที่ประตู มองผ่านตาแมวด้วยความหวังว่าจะเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยของแฟนหนุ่ม
แต่สิ่งที่เธอเห็นผ่านเลนส์ตาแมวนั้น กลับทำให้เธอแทบสิ้นสติ
ทางเดินข้างนอกว่างเปล่า... ไม่มีใครยืนอยู่หน้าประตูเลยแม้แต่คนเดียว แต่เสียงเคาะยังคงดังสนิทอยู่กลางแผ่นไม้ตรงหน้าเธอ และสิ่งที่สยองยิ่งกว่าคือ โซ่เส้นหนา ที่เคยคล้องประตูห้อง 404 บัดนี้มันกลับมาวางกองอยู่ที่หน้าประตูห้องของเธอเอง ราวกับมีใครบางคนจงใจแกะมันออกแล้วเอามาทิ้งไว้ที่นี่
“แจม... เปิดประตูให้โมหน่อย...”
เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นจากทางเดินที่ว่างเปล่านั้น มันเย็นเยียบและราบเรียบไร้อารมณ์ แจมทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เอามืออุดหูทั้งสองข้างและหลับตาแน่น น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
"ไปให้พ้น! อย่ามายุ่งกับฉัน! ไปหาคนอื่น!" เธอรุมทึ้งผมตัวเองและตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้น เสียงทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง...
แจมค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืดที่เริ่มโรยตัวปกคลุมห้อง เธอพบว่าตัวเองนั่งอยู่กลางห้องเพียงลำพัง แสงไฟฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่ๆ จนเกิดเป็นภาพติดตา และในเสี้ยววินาทีที่ไฟดับวูบลงและสว่างขึ้นมาใหม่...
เธอก็เห็น "แตงโม"
ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่มุมห้อง ในสภาพที่คอพับเอียงไปด้านหนึ่งจนผิดธรรมชาติ ผิวหนังของเธอซีดเทาและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำครำ ผมยาวพะรุงพะรังปิดบังใบหน้าไปครึ่งซีก แต่ดวงตาข้างที่โผล่ออกมานั้นกลับเบิกโพลงและแดงก่ำด้วยเลือดที่คั่งอยู่ข้างใน
แตงโมไม่ได้เดิน... แต่เธอค่อยๆ "เยื้องย่าง" เข้ามาหาแจมด้วยท่าทางที่บิดเบี้ยว เสียงกระดูกลั่น กร๊อบ... แกร็บ... ดังสะท้อนในความเงียบ
"มึง... แย่ง... ที่... ของ... กู..." เสียงนั้นแหบพร่าออกมาจากลำคอที่ดูเหมือนจะหักพับ
แจมพยายามจะวิ่งหนีแต่ขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกแช่แข็ง เธอทำได้เพียงคลานถอยหลังไปจนติดกำแพงห้องฝั่งที่ติดกับห้อง 404 แตงโมโน้มตัวลงมาหาใบหน้าของแจม กลิ่นเน่าเหม็นของซากศพโชยเข้าปะทะจมูกอย่างรุนแรง มือที่ซีดเผือดและเล็บที่หลุดลอกเอื้อมมาสัมผัสที่ลำคอของแจมเบาๆ
"ไม่!!! อย่า!!!"
แกรก... แกรก...
เสียงลูกบิดประตูหมุนดังขึ้น พร้อมกับการเปิดเข้ามาของอั้มที่หอบเหนื่อยจากการเตะบอล แสงจากทางเดินสาดเข้ามาในห้องทันที
"แจม! เป็นอะไร! ร้องซะเสียงดังไปถึงข้างล่างเลย!" อั้มรีบวิ่งเข้ามาหาแจมที่นั่งกองอยู่บนพื้นห้องในสภาพขวัญกระเจิง
แจมโผเข้ากอดอั้มแน่น ตัวสั่นงันงก "อั้ม... เขาอยู่ในนี้! แตงโมอยู่ในนี้! เขาจะฆ่าแจม!"
อั้มกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงข้าวของที่กระจัดกระจายจากการที่แจมพยายามถอยหนี "ไม่มีใครเลยแจม! ดูสิ ในห้องมีแค่เราสองคน แจมใจเย็นๆ นะ สงสัยแจมจะวูบไปแล้วฝันร้ายหรือเปล่า?"
อั้มพยายามปลอบ แต่ในขณะที่เขากำลังประคองแจมลุกขึ้น สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับบางอย่างที่มุมห้อง... รอยเท้าเปียกน้ำสีดำๆ ที่ลากเป็นทางมาจากมุมห้องหายเข้าไปในกำแพงฝั่งห้อง 404 และที่สำคัญที่สุด... บนลำคอขาวผ่องของแจม ปรากฏ รอยนิ้วมือห้านิ้วสีเขียวคล้ำ ราวกับถูกใครบางคนบีบอย่างแรง
อั้มเริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นขึ้นมาจากฝ่าเท้า เขาเงยหน้ามองผนังห้องริมสุดที่บัดนี้ดูเหมือนจะมืดดำกว่าส่วนอื่นๆ ของห้อง
"เมื่อกี้... แจมบอกว่าเขาชื่ออะไรนะ?" อั้มถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่มั่นคง
"แตงโม... เขาบอกว่าเขาชื่อแตงโม..." แจมสะอื้น
ในความมืดสลัวของโถงทางเดินข้างนอก ทัชที่เพิ่งเดินกลับมาจากซื้อของกิน ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง 404 เขาจ้องมองไปที่ประตูที่ไม่มีโซ่คล้องอีกต่อไป... โซ่เหล็กเหล่านั้นหายไปแล้ว และบานประตูไม้เก่าๆ นั้นกำลังแง้มออกเพียงเล็กน้อย ราวกับเป็นการเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ข้างใน
เสียงผู้หญิงร้องไห้หายไปแล้ว... แต่สิ่งที่มาแทนที่คือเสียง "หัวเราะ" เบาๆ ที่ดังลอดออกมาจากห้องริมสุดทางเดิน