บรรยากาศภายในห้อง 402 หลังจากเหตุการณ์ในห้องน้ำดูเหมือนจะเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม แม้อั้มจะรอดตายมาได้ด้วยพุทธคุณของสร้อยพระที่ทัชให้ไว้ แต่ดูเหมือนว่า แตงโม จะไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ความอาฆาตของวิญญาณสาวเริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากการใช้กำลังเข้าประทุษร้ายทางกาย กลายเป็นการขุดรากถอนโคนความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคู่รัก
"พี่แจม พี่อั้ม... คืนนี้พวกพี่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะ" ทัชเตือนสติก่อนจะขอตัวกลับไปเตรียมอุปกรณ์ที่ห้องของตัวเอง "แตงโมมันเริ่มฉลาดขึ้น มันรู้ว่าถ้าเราสามคนรวมพลังกัน มันจะทำอะไรเรายากขึ้น"
ทัชเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อั้มนั่งหอบหายใจรวยรินอยู่บนเตียง โดยมีแจมนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง แจมมองรอยช้ำที่คออั้มสลับกับรอยไหม้ที่แผ่นหลัง ความสงสารเริ่มปนเปไปกับความระแวงที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้
00:00 AM
ไฟในห้องดับลงแล้ว เหลือเพียงโคมไฟดวงเล็กที่ส่งแสงสลัว อั้มพยายามข่มตาหลับในอ้อมกอดของแจม แต่ความเงียบสงัดของชั้น 4 กลับทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นอย่างน่าประหลาด
“อั้ม...”
เสียงเรียกแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบข้างหูดังขึ้น อั้มสะดุ้งสุดตัวลืมตาโพลงในความมืด เขามองไปรอบห้องแต่พบเพียงความว่างเปล่า แจมที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้วยังคงหายใจสม่ำเสมอ
“อั้ม... มาหาโมหน่อย... โมหนาว...”
เสียงนั้นหวานเยิ้มและเต็มไปด้วยความโหยหา มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องที่น่ากลัวเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างประหลาด อั้มพยายามอุดหู แต่เสียงนั้นกลับดังมาจาก "ภายใน" หัวของเขาเอง
"แจม... ได้ยินไหม?" อั้ม กระซิบเรียกแฟนสาว
แจมลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเธอดูหม่นแสง "ได้ยินอะไรอั้ม? แจมไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากเสียงอั้มพึมพำคนเดียว"
"เสียงผู้หญิงเรียกพี่... แจมไม่ได้ยินจริงๆ เหรอ?" อั้มเริ่มตัวสั่น
แจมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง "เสียงผู้หญิงเรียก... หรือเสียงแตงโมเขากำลังเรียก 'คนรัก' ของเขากันแน่?"
คำพูดของแจมฟังดูมีหนามแหลมทิ่มแทง อั้มขมวดคิ้ว "แจมพูดอะไรน่ะ? พี่กับแตงโมไม่เคยรู้จักกันนะ พี่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่พร้อมแจมนี่แหละ"
"แต่เขาก็เรียกชื่ออั้มคนเดียวนี่นา... ไม่เห็นเขาเรียกชื่อแจมบ้างเลย" แจมแค่นหัวเราะในลำคอ "หรือว่าจริงๆ แล้ว อั้มเคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้? หรืออั้มมีความลับอะไรที่ไม่ได้บอกแจม?"
"แจม! สติหน่อย! นี่มันแผนของมัน!" อั้มตะคอกเบาๆ พยายามดึงมือแจมมาจับ แต่แจมกลับสะบัดออก
ความขัดแย้งเริ่มก่อตัว แจมนอนหันหลังให้อั้มด้วยความรู้สึกจุกในอก เธอพยายามบอกตัวเองว่ามันคือเรื่องลี้ลับ แต่ในใจลึกๆ ความหึงหวงที่ถูกสะกิดโดยวิญญาณร้ายเริ่มทำงาน
แกรก... แกรก...
เสียงขูดผนังดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากใต้เตียง แจมก้มลงมองด้วยความขวัญเสีย แต่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ร่างเน่าเปื่อยของแตงโม... แต่เธอกลับเห็น อั้ม ในสภาพที่สมบูรณ์ดี กำลังนอนกอดผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าสะสวยคล้ายแตงโมในรูปถ่าย ทั้งคู่กำลังกระซิบกระซาบกันอย่างมีความสุข
แจมขยี้ตาตัวเองแรงๆ ภาพนั้นหายไป เหลือเพียงความมืดใต้เตียง แต่เสียงกระซิบยังคงชัดเจน
“อั้มรักโมที่สุด... อั้มจะอยู่กับโมตลอดไป...”
"อั้ม! พูดแบบนั้นกับใคร!" แจมกรีดร้องพุ่งเข้ากระชากคอเสื้ออั้มที่กำลังหลับอยู่
อั้มสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ "อะไรแจม! พี่หลับอยู่! พี่ไม่ได้พูดอะไรเลย!"
"แจมได้ยิน! แจมเห็นพี่อยู่กับมัน!" แจมสติแตก เธอรัวทุบอกอั้มน้ำตาไหลพราก "มันใช่ไหม! ที่พี่บอกว่าไม่เชื่อเรื่องผีตอนแรก เพราะพี่แอบมาหามันใช่ไหม!"
"แจม ใจเย็นๆ ฟังพี่นะ!" อั้มพยายามล็อกตัวแจมไว้ แต่ในจังหวะนั้นเอง แสงไฟจากห้องน้ำก็เปิดสว่างขึ้นเองวูบหนึ่ง ในกระจกเงาที่สะท้อนมายังเตียงนอน แจมเห็นร่างของแตงโมยืนซ้อนทับอยู่ข้างหลังอั้ม แตงโมกำลังเอามือซีดๆ ลูบไล้ไปตามใบหน้าของอั้ม และหันมายิ้มเยาะแจมอย่างผู้ชนะ
"เขา... เป็น... ของ... กู..." แตงโมขยับปากโดยไม่มีเสียง แต่แจมอ่านออกทุกคำ
"ออกไป! ไอ้ผีนรก! อย่ามายุ่งกับแฟนฉัน!" แจมคว้าหมอนและข้าวของบนหัวเตียงปาใส่กระจกจนแตกละเอียด
เศษกระจกกระเด็นบาดแขนอั้มจนเลือดซิบ อั้มร้องด้วยความเจ็บปวด แต่แจมกลับไม่สนใจ เธอมองเลือดของอั้มด้วยสายตาที่เย็นชา
"เลือดพี่... มันก็สีเดียวกับน้ำในก๊อกวันนั้นเลยนะอั้ม" แจมพูดเสียงเรียบราวกับคนไร้วิญญาณ "หรือว่าพี่ตายไปแล้ว... แล้วมาหลอกแจมเหมือนกัน?"
03:30 AM
ทัชที่อยู่ห้องข้างๆ ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังลั่น เขาพยายามจะมาเคาะประตูเรียก แต่คราวนี้ประตูห้อง 402 กลับถูกล็อกด้วย "พลังบางอย่าง" ที่เขาไม่สามารถเปิดได้ แม้จะใช้ชะแลงงัดก็ตาม
ภายในห้อง อั้มนั่งกุมแผลอยู่ที่มุมห้อง ส่วนแจมนั่งจ้องมองกำแพงที่ใกล้กับห้อง 404 สายตาของเธอว่างเปล่า
“อั้ม... มาหาโมสิ... ทิ้งยัยผู้หญิงขี้หึงคนนี้ไปซะ...”
เสียงเรียกชื่ออั้มดังระงมขึ้นทุกทิศทาง คราวนี้มันไม่ได้ดังแค่ในหัว แต่มันดังก้องไปทั่วห้องเหมือนลำโพงที่ถูกเร่งเสียงจนสุด
"อั้ม... ไปหามันสิ" แจมพูดช้าๆ พลางหยิบเศษกระจกที่แตกขึ้นมาถือไว้ "ไปหามัน... หรือจะให้แจมส่งพี่ไปหามันเอง?"
"แจม... นี่ไม่ใช่แจมแล้วนะ" อั้มถอยรั้งจนหลังชนกำแพงที่เย็นเฉียบ เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากข้างในกำแพง เหมือนมีคนกำลัง "ทุบ" ออกมาหาเขา
ทันใดนั้น มือของแจมที่ถือเศษกระจกก็ยกขึ้นสูง เธอเล็งไปที่ลำคอของอั้ม ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไม่มีตาขาว
"แจม! หยุด!" อั้มตะโกนสุดเสียง เขาพยายามจะคว้าสร้อยพระที่ทัชให้ไว้ แต่พบว่าสร้อยนั้น ขาดออกจากกัน และหล่นหายไปในความมืดตั้งแต่ตอนที่แจมพุ่งเข้าหาเขาครั้งแรก
แตงโมหัวเราะร่า เสียงหัวเราะของวิญญาณสาวดังประสานไปกับเสียงร้องไห้ของแจม
"มึงตาย... อั้ม... มึงต้องตาย!" แจมพุ่งเข้าหาอั้มพร้อมเศษกระจกแหลมคม
ในวินาทีแห่งความตายนั้นเอง เสียงกระแทกประตูห้องอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น ปัง! ทัชพังประตูเข้ามาได้ทันเวลา เขาพุ่งเข้าชาร์จตัวแจมจนเศษกระจกหลุดจากมือ ทัชใช้ผ้ายันต์ผืนเล็กที่ลุงหมายให้มาแปะเข้าที่หน้าผากของแจมทันที
กรี๊ดดดดด!
เสียงกรีดร้องที่ออกมาจากปากของแจมไม่ใช่เสียงของเธอ แต่มันเป็นเสียงแหลมสูงของแตงโมที่แสบไปถึงแก้วหู ร่างของแจมกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะสลบเหมือดไปในอ้อมแขนของทัช
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง อั้มนั่งหอบหายใจรัว ตัวสั่นจนแทบจะควบคุมไม่ได้ เขามองดูแฟนสาวที่เกือบจะกลายเป็นฆาตกรเพราะเล่ห์เหลี่ยมของวิญญาณร้าย
"มันเกือบจะทำสำเร็จแล้วพี่อั้ม" ทัชพูดเสียงสั่น "มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต แต่มันต้องการทำลายดวงวิญญาณของพวกพี่ทั้งคู่ด้วยการเสี้ยมให้ฆ่ากันเอง"
อั้มมองไปที่กำแพงทางห้อง 404 ซึ่งตอนนี้มีคราบน้ำเลือดไหลออกมาเป็นรอยนิ้วมือขนาดใหญ่ ราวกับแตงโมกำลังโกรธแค้นที่แผนการของเธอถูกขัดจังหวะ
"เราจะรอถึงเช้าไม่ได้แล้วทัช" อั้มยืนขึ้นอย่างมั่นคงเป็นครั้งแรก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่งสมมาหลายวัน "ทุบกำแพงนั่นเดี๋ยวนี้... พี่จะเป็นคนทุบเอง!"
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนักอีกครั้ง ทัชส่งชะแลงเหล็กให้อั้ม ทั้งคู่เดินตรงไปยังกำแพงห้อง 403 ที่ซ่อนความลับอันสยดสยองไว้ 2 ปีเต็ม
สงครามครั้งสุดท้ายกับแตงโมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และคราวนี้... จะไม่มีใครถอยหนีจนกว่าความจริงจะถูกขุดออกมาจากกองปูน