ความวุ่นวายที่ชั้น 4 ของหอพักเริ่มสงบลงเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเช็กทุกซอกทุกมุมของห้อง 404 แล้วไม่พบร่องรอยของการทำร้ายร่างกายหรือบุคคลสูญหาย บานประตูที่เคยถูกล่ามโซ่บัดนี้เปิดอ้าทิ้งไว้ ราวกับกล่องแพนโดร่าที่ถูกแกะออกแล้วทิ้งความว่างเปล่าไว้เบื้องหลัง
อั้ม ยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน แสงไฟนีออนสาดส่องใบหน้าที่อิดโรยของเขา ทัชจ้องมองรุ่นพี่ด้วยความหวาดระแวงจากเหตุการณ์ "ตาขาวโพลน" เมื่อครู่ แต่พอกะพริบตาอีกครั้ง อั้มก็ดูเหมือนคนปกติที่กำลังขวัญเสีย
"พี่อั้ม... เมื่อกี้พี่คุยกับผมในโทรศัพท์หรือเปล่า?" ทัชถามหยั่งเชิง มือยังกำสมาร์ตโฟนแน่น
อั้มหันมามองขมวดคิ้ว "คุยอะไร? กูเพิ่งวางสายจากตำรวจตอนมึงเปิดประตูออกมานี่ไง โทรศัพท์กูแบตหมดไปตั้งแต่นาทีที่แล้วแล้วเนี่ย" เขาชูมือถือที่หน้าจอดับสนิทให้ดู
ทัชเย็นวาบไปทั้งตัว... แล้วเสียงที่เขาคุยด้วยเมื่อกี้คือใคร?
"อั้ม... อั้มช่วยแจมด้วย..."
เสียงแหบพร่าดังมาจากปลายทางเดินฝั่งบันไดหนีไฟ ทั้งคู่หันขวับไปมอง ร่างของ แจม ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด เธออยู่ในสภาพที่น่าเวทนา เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นและคราบสีดำจางๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และที่สำคัญที่สุดคือเธอเดินกะโผลกกะเผลกเหมือนคนไม่มีแรง
"แจม!" อั้มถลาเข้าไปประคองแฟนสาวทันที "แจมไปไหนมา! พี่หาเราแทบแย่ ตำรวจบอกว่าไม่เห็นเราในห้อง 404"
แจมซบหน้าลงกับอกของอั้ม ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนก "แจมไม่รู้... แจมจำได้แค่ว่าถูกลากเข้าไปในที่มืดๆ มันแคบมาก แจมหายใจไม่ออก... แล้วพอรู้สึกตัวอีกที แจมก็นอนอยู่ที่บันไดหนีไฟชั้นดาดฟ้า"
ทัชเดินเข้าไปใกล้ เขาพยายามสังเกตท่าทางของแจมอย่างละเอียด "พี่แจม... พี่เห็นใครในนั้นไหม? พี่เห็นแตงโมไหม?"
แจมเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอแดงก่ำ "เห็น... เขาไม่ยอมให้แจมไปไหน เขาบอกว่าเขาเหงา..."
"พอได้แล้ว!" อั้มตวาดขึ้นมากลางคันจนทัชสะดุ้ง "แจมปลอดภัยแล้วก็ดีแล้ว เรื่องผีสางอะไรนั่นเลิกพูดเถอะ มันไม่มีจริงหรอก แจมอาจจะเดินละเมอไปเองเพราะความเครียด ส่วนทัช... มึงก็เพลาๆ ลงบ้างไอ้เรื่องจินตนาการน่ะ"
"พี่อั้ม! แต่รอยที่คอพี่แจมล่ะ? แล้วข้อความในห้องผมล่ะ?" ทัชพยายามทวงถามความจริง
"รอยช้ำมันก็เกิดจากแจมละเมอบีบคอตัวเองตอนฝันร้ายไง ส่วนข้อความในห้องมึง... ใครจะไปรู้ มึงอาจจะอยากลองดีหรือมีคนแกล้งมึงตอนมึงหลับก็ได้" อั้มพูดตัดบทพลางประคองแจมกลับเข้าห้อง 402 "ไปพักผ่อนเถอะแจม พรุ่งนี้พี่จะพาไปหาหมอ ตรวจร่างกายให้ละเอียด"
02:45 AM
ทัชนอนไม่หลับ เขาตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้อง 402 เบาๆ เขาไม่ได้อยากกวน แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยมันค้ำคอ อั้มเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แต่พอเห็นท่าทางจริงจังของทัช เขาจึงยอมให้ทัชเข้ามานั่งคุยที่โต๊ะกินข้าวเล็กๆ กลางห้อง โดยมีแจมนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงใกล้ๆ
"พี่อั้ม พี่แจม... ฟังผมนะ" ทัชเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเครียด "สิ่งที่พวกเราเจอ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมไปหาข้อมูลมาบ้างแล้ว แตงโม... ผู้หญิงที่เคยอยู่ห้อง 404 เธอไม่ได้หายไปไหนหรอก พี่แจมบอกเองว่าเห็นเขา"
"ทัช... พี่เห็นจริงๆ" แจมพูดแทรกขึ้นมา "ตอนที่แจมอยู่ในห้องนั้น มันไม่ใช่ห้องว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยข้าวของของเขา มีรูปถ่ายที่ถูกกรีดหน้า มีเสื้อผ้าเปื้อนเลือด... และเขานั่งอยู่บนกองผ้าพวกนั้น จ้องมองแจมตลอดเวลา"
"จินตนาการน่ะแจม" อั้มถอนหายใจยาวพลางเทน้ำใส่แก้ว "สมองคนเราเวลาเจอเรื่องกระทบกระเทือนใจหรืออยู่ในที่มืดๆ มันจะสร้างภาพหลอนขึ้นมาเองเพื่อหาคำอธิบายให้ความกลัว"
"แล้วเสียงหัวเราะล่ะพี่? เสียงข่วนผนังที่ผมกับพี่แจมได้ยินพร้อมกันล่ะ?" ทัชสวนกลับ "พี่อั้ม พี่เป็นคนมีเหตุผลนะ แต่เหตุผลของพี่มันกำลังฆ่าพวกเรา พี่เห็นคราบเลือดนั่นกับตาไม่ใช่เหรอเมื่อเย็น?"
อั้มชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพคราบเลือดที่หายไปต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมาในหัว แต่เขาข่มมันไว้ "มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาของแสงกับความชื้นในอากาศ ตึกนี้มันเก่า ระบบท่อมันพังหมดแล้ว น้ำสนิมมันก็สีแดงได้เหมือนเลือดนั่นแหละ"
"พี่กำลังหลอกตัวเอง" ทัชลุกขึ้นยืน "แตงโมต้องการอะไรบางอย่าง พี่แจมถูกดึงเข้าไปแต่รอดมาได้ นั่นไม่ได้แปลว่าเขาปล่อยไปนะพี่ แต่มันเหมือนเขา 'ทำเครื่องหมาย' ไว้มากกว่า"
ทัชชี้ไปที่กระจกเงาในห้อง 402 ที่ตอนนี้มีฝ้าจางๆ เกาะอยู่ ทั้งที่อากาศไม่ได้เย็นขนาดนั้น "พี่ดูนั่นสิ..."
บนผิวกระจก มีรอยนิ้วมือเล็กๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละนิ้ว ราวกับมีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาและเอามือแตะกระจกไว้อยู่ แจมกรีดร้องเบาๆ แล้วซุกหน้าลงกับหมอน
อั้มเดินไปที่กระจก เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดรอยนั้นออกอย่างแรง "เห็นไหม? เช็ดก็ออก! มันคือไอน้ำ! เลิกบ้ากันได้แล้ว!"
"พี่อั้ม! พี่มองไม่เห็นจริงๆ หรือพี่แกล้งมองไม่เห็นกันแน่!" ทัชตะโกน "สิ่งที่อยู่ห้องริมสุดนั่นมันกำลังจะเอาพวกเราไปทั้งหมด! พี่แจมเป็นรายแรก ต่อไปอาจจะเป็นพี่ หรือไม่ก็ผม!"
"กูไม่เชื่อ!" อั้มทุบโต๊ะ "ถ้ามันมีผีจริง ทำไมมันไม่ฆ่ากูตอนนี้เลยล่ะ? ทำไมต้องมาทำลับๆ ล่อๆ ข่วนผนัง เรียกชื่อ? ไร้สาระชะมัด! พรุ่งนี้เช้ากูจะแจ้งเจ้าของหอให้มาซ่อมกำแพงห้องมึงกับห้องกูให้หมด จะได้เลิกได้ยินเสียงบ้าบอนั่นเสียที"
"อั้ม... อย่าท้าเขาเลย" แจมร้องไห้ออกมา "เขาอยู่ตรงนี้... เขาฟังเราอยู่..."
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง 402 ทันทีที่แจมพูดจบ หลอดไฟในห้องเริ่มกะพริบถี่ๆ แสงสีส้มสลับมืดดำทำเอาหัวใจทัชเต้นรัว ลมเย็นๆ พัดวูบมาจากห้องน้ำที่ปิดประตูอยู่ ทั้งที่ไม่มีหน้าต่างเปิดทิ้งไว้
กึก... กึก...
เสียงข่วนดังมาจากใต้โต๊ะที่อั้มนั่งอยู่ อั้มสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงทำใจแข็ง เขาก้มลงมองใต้โต๊ะ "หนูแน่ๆ ... เดี๋ยวพรุ่งนี้ซื้อยาเบื่อหนูมาวางก็จบ"
ทัชมองรุ่นพี่ด้วยความเวทนา อั้มไม่ได้โง่ แต่ความกลัวที่อยู่ลึกๆ ในใจทำให้เขาสร้างเกราะป้องกันด้วยการปฏิเสธทุกอย่างที่เป็นนามธรรม
"พี่อั้ม ถ้าพี่ไม่เชื่อผมก็ไม่บังคับ แต่อย่าประมาท" ทัชพูดพลางเดินไปที่ประตู "พี่แจม ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ถ้ามีอะไร... ตะโกนเรียกผมดังๆ ผมจะเปิดประตูห้องทิ้งไว้คืนนี้"
ทัชเดินออกจากห้อง 402 กลับเข้าห้องตัวเอง เขาปิดประตูแต่ไม่ได้ล็อก เขาหวังว่าความใจกล้า (หรือความซื่อ) ของเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง
แต่ทันทีที่ทัชทิ้งตัวลงนอน เขาก็ได้ยินเสียงจากผนังห้องฝั่งเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงข่วน...
“อั้มไม่เชื่อโม... อั้มใจร้าย...”
เสียงผู้หญิงสะอื้นดังมาจากฝั่งห้อง 402 ของแจมและอั้ม ทัชลุกขึ้นนั่งพิงผนังห้อง ใจหนึ่งอยากจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่อีกใจหนึ่งเขารู้ว่าถ้าอั้มยังเป็นแบบนี้ เขาคงทำอะไรไม่ได้มาก
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของอั้มดังลอดออกมาจากห้องข้างๆ ตามด้วยเสียงของหนักๆ กระแทกพื้น
"อั้ม! เป็นอะไร! อั้ม!" เสียงแจมเรียกแฟนหนุ่มด้วยความตกใจ
ทัชพุ่งออกจากห้องไปที่ห้อง 402 อีกครั้ง เขาผลักประตูที่ไม่ได้ล็อกเข้าไป และพบว่าอั้มนอนกองอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกไว้แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"เกิดอะไรขึ้นพี่แจม!" ทัชถาม
"อยู่ดีๆ อั้มก็ล้มลงไป... เขาบอกว่าเหมือนมีคนเอาน้ำร้อนมาราดที่หลังเขา!" แจมละล่ำละลักบอก
ทัชรีบช่วยพยุงอั้มลุกขึ้นนั่ง และเมื่อเขาถลกเสื้อยืดของอั้มขึ้น ทั้งทัชและแจมก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความสยอง
บนแผ่นหลังที่แข็งแรงของอั้ม ปรากฏรอยไหม้แดงก่ำเป็นรูปตัวอักษรภาษาไทยสี่คำ ที่ดูเหมือนถูกสลักลงไปด้วยความร้อนจัดจนผิวหนังพองเป็นตุ่มน้ำ:
" ก รู ไ ม่ ใช่ เ รื่ อ ง ไ ร้ ส า ร ะ "
อั้มหายใจหอบถี่ ความเจ็บปวดทำให้เขาสิ้นฤทธิ์พยศ เขาหันไปมองทัชด้วยดวงตาที่สั่นระริก คราวนี้ไม่มีข้ออ้างเรื่องท่อแตก แสงสะท้อน หรือละเมออีกต่อไป
"ทัช... ช่วย... ช่วยพี่ด้วย..." อั้มกระซิบเสียงสั่น
แตงโมเริ่มลงมือกับคนที่ท้าทายเธอแล้ว และครั้งนี้... เธอไม่ได้มาแค่เสียงเรียก แต่เธอมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่จับต้องได้จริง