บริการพิเศษ (ใส่ใจหรือใส่พาน?)

2956 Words
09:00 น. | มหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) ข่าวร้ายมักจะเดินทางเร็วกว่าแสงเสมอ... โดยเฉพาะในยุค 5G บรรยากาศในคณะบริหารธุรกิจเช้านี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่เพราะการสอบมิดเทอมที่กำลังจะมาถึง แต่เป็นเพราะประกาศสายฟ้าแลบที่แปะอยู่บนบอร์ดประชาสัมพันธ์และเด้งเตือนในอีเมลนักศึกษาทุกคน "ประกาศด่วน: ระงับโครงการทุนวิจัยและทุนสนับสนุนพิเศษจาก Li Capital Group ชั่วคราว เนื่องจากนโยบายปรับโครงสร้างองค์กร" กลุ่มนักศึกษายืนมุงดูประกาศด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ไปทั่วโถงทางเดิน "เฮ้ย! เอาจริงดิ? ทุนวิจัยโปรเจกต์จบฉันหวังพึ่งเงินก้อนนี้เลยนะเว้ย!" "แล้วพวกทุนแลกเปลี่ยนล่ะ? โดนตัดด้วยไหม?" "เขาบอกว่าระงับชั่วคราว... แต่ใครจะรู้ว่าชั่วคราวนานแค่ไหน Li Capital ถอนสมอแบบนี้ คณะเราแย่แน่" ขนมผิง ยืนอ่านประกาศนั้นด้วยหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือที่กำสายกระเป๋าผ้าแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ทุนการศึกษาของเธอไม่ได้มาจาก Li Capital โดยตรงก็จริง (เธอได้ทุนรัฐบาล) แต่ "ทุนอาหารกลางวันและค่าอุปกรณ์พิเศษ" ที่เธอทำเรื่องขอไปเมื่อเดือนก่อนเพื่อมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย... มาจากกองทุนนี้ "ไม่จริงน่า..." เธอพึมพำเสียงสั่น "เงินก้อนนั้นฉันกะว่าจะเอามาจ่ายค่าหอเดือนหน้าแท้ๆ" "ซวยชะมัดเลยแก" เจสซี่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา "ได้ยินเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่า ท่านประธานไมก้า หลี่ ไม่พอใจอะไรสักอย่างเกี่ยวกับคณะเรา เลยสั่งเบรกเงินทั้งหมดเพื่อสั่งสอนคณบดี" ขนมผิงชะงักกึก ภาพเหตุการณ์ในห้องเลกเชอร์เมื่อวานผุดขึ้นมาในหัว... สายตาเย็นชาคู่นั้น รอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก และประโยคทิ้งท้ายที่ว่า 'ผมจะจำชื่อคุณไว้' “หรือจะเป็นเพราะเรา...?” ความคิดนั้นแวบเข้ามา แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้ง บ้าไปแล้ว! คนระดับ CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ จะมาบ้าจี้ตัดงบทั้งคณะเพราะนักศึกษาต๊อกต๋อยคนเดียวเนี่ยนะ? เขาคงมีเหตุผลทางธุรกิจร้อยแปดพันเก้า การที่เธอไปเถียงเขาคงเป็นแค่เศษฝุ่นในสายตาเขาเท่านั้นแหละ "คงไม่เกี่ยวหรอกมั้ง..." ขนมผิงตอบเพื่อนเสียงอ่อย "เขาอาจจะแค่... ปรับพอร์ตการลงทุนจริงๆ ก็ได้" "แต่ปรับกะทันหันแบบนี้มันจงใจแกล้งชัดๆ!" เจสซี่บ่นอุบ "เนี่ย พวกยัยอลินที่บ้านรวยก็ไม่เดือดร้อนหรอก มีแต่พวกเรานี่แหละที่ซวย... เอ้อ ผิง แล้วเรื่องงานที่ร้าน Céleste เป็นไงบ้าง? เมื่อคืนกลับดึกไม่ใช่เหรอ ไหวไหมเนี่ย?" "ไหวสิ ต้องไหว" ขนมผิงสูดหายใจลึก พยายามเรียกพลังใจกลับมา "ตราบใดที่ยังไม่โดนไล่ออก ฉันก็ต้องสู้... เดี๋ยวเที่ยงนี้ฉันต้องรีบไปร้านนะ ผู้จัดการบอกว่ามีออเดอร์จัดเลี้ยงด่วน ขาดคนช่วย" "สู้ๆ นะเพื่อนรัก เย็นนี้เดี๋ยวเลี้ยงชานมไข่มุก!" เจสซี่ตบไหล่ให้กำลังใจ ขนมผิงยิ้มตอบบางๆ แต่ในใจกลับหนักอึ้งเหมือนมีก้อนหินถ่วงอยู่ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า... มรสุมลูกใหญ่มันเพิ่งจะเริ่มก่อตัว และต้นเหตุก็คงหนีไม่พ้นเจ้าของฉายา 'ฉลามขาว' คนนั้น ตึกระฟ้าความสูง 88 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่แพงที่สุดในฮ่องกง คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลหลี่ กระจกสีน้ำเงินเข้มสะท้อนแสงแดดเจิดจ้า ราวกับป้อมปราการที่ไม่มีใครสามารถเจาะเข้าไปได้ง่ายๆ ที่ชั้นบนสุด... เพนต์เฮาส์ออฟฟิศของ CEO ไมก้า หลี่ กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง เบื้องหน้าคือผนังกระจกใสที่มองเห็นวิวอ่าววิคตอเรียได้แบบพาโนรามา ในมือถือแก้วเอสเปรสโซ่ร้อน กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานที่ตกแต่งสไตล์โมินิมอลแต่หรูหรา "บอสครับ... เรื่องระงับทุนวิจัย ทางคณบดีโทรมาขอเข้าพบด่วนครับ" เคน รายงานตารางงานพร้อมสังเกตสีหน้าเจ้านาย "บอกไปว่าผมไม่ว่าง" ไมก้าตอบโดยไม่หันมามอง "ให้เขารอไปก่อน สักอาทิตย์สองอาทิตย์ ให้รู้ซะบ้างว่าถ้าไม่มีเงินจาก Li Capital คณะนั้นจะอยู่ยังไง" "ครับ... แล้วเรื่องอาหารกลางวัน บอสจะรับเป็นอะไรดีครับ? ให้เชฟที่ห้องอาหารผู้บริหารจัดมาให้เหมือนเดิมไหม?" ไมก้าวางแก้วกาแฟลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคนเริ่มจะคุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ไม่... วันนี้ฉันเบื่ออาหารเดิมๆ ฉันอยากกินอาหารฝรั่งเศส" "ฝรั่งเศส? ได้ครับ เดี๋ยวผมสั่งจากห้องอาหารชั้น 50..." "ฉันอยากกินจากร้าน Céleste" ไมก้าขัดขึ้น "เมนูเดิมกับเมื่อวาน... แต่ขอเปลี่ยนคนส่ง" เคนเลิกคิ้วเล็กน้อย ร้าน Céleste อยู่ฝั่งเกาลูน ปกติไม่รับส่งเดลิเวอรี่ข้ามฝั่งมาเซ็นทรัล ยกเว้นลูกค้า VVIP ระดับพระเจ้าเท่านั้น "บอสจะให้ใครมาส่งครับ?" "ระบุไปว่า... ต้องเป็นพนักงานที่ชื่อ 'อารยา' เท่านั้น" ไมก้าหมุนปากกาด้ามหรูในมือเล่น "บอกผู้จัดการร้านไปว่า ผมประทับใจบริการของเธอมาก และอยากให้เธอมาอธิบายเมนูให้ฟังเป็นการส่วนตัว... อ้อ จ่ายค่าเสียเวลาให้ทางร้านไป 3 เท่า เขาจะได้ไม่ปฏิเสธ" เคนพยักหน้ารับคำสั่งพลางลอบถอนหายใจในใจ เอาอีกแล้ว... สงครามประสาทของบอสเริ่มแล้ว "รับทราบครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้" "ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้อารยา! รถของทางร้านจอดรออยู่ข้างล่างแล้ว!" เสียงปิแอร์ ผู้จัดการร้าน ตะโกนสั่งอย่างตื่นเต้นจนหนวดกระตุก ขนมผิงที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบมาจากมหาลัย ยืนงงเป็นไก่ตาแตก "เดี๋ยวค่ะคุณปิแอร์! ให้ไปส่งอาหาร? ที่ไหนคะ? ปกติเราไม่มีบริการนี้นี่นา" "ก็ลูกค้า VVIP เขาขอมาน่ะสิ! เขาจ่ายเพิ่มให้เราสามเท่า! แถมยังระบุชื่อเธอด้วยนะว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น! ไปเร็วเข้า อย่าให้คุณ ไมก้า หลี่ ต้องรอ!" ชื่อนั้นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางใจขนมผิง ไมก้า หลี่... อีกแล้ว! "ตะ... แต่ว่าหนูมีเรียนบ่ายสอง..." "เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่มหาลัยทันทีที่เสร็จงาน! เอาน่าอารยา ถือว่าช่วยร้านหน่อย ลูกค้ารายนี้เราขัดใจไม่ได้จริงๆ ถ้าเขาไม่พอใจสั่งแบนร้านเราขึ้นมา พวกเราตกงานกันหมดแน่!" ปิแอร์เริ่มใช้ไม้ตายดราม่าบีบน้ำตา ขนมผิงกัดฟันกรอด อยากจะกรีดร้องออกมาให้ลั่นร้าน ไอ้คนบ้าอำนาจ! นี่เขาจงใจแกล้งกันชัดๆ! จะกินข้าวกลางวันต้องลำบากคนอื่นข้ามน้ำข้ามทะเลไปป้อนถึงปากเลยรึไง! แต่เมื่อนึกถึงหน้าเพื่อนพนักงานและค่าจ้างพิเศษที่ปิแอร์สัญญาวว่าจะให้... เธอจึงจำใจพยักหน้า "ก็ได้ค่ะ... แต่หนูขอเบิกค่ารถล่วงหน้านะคะ" การเดินทางมายังถ้ำเสือครั้งนี้ช่างน่าอึดอัด ขนมผิงในชุดพนักงานเสิร์ฟ (ที่ต้องใส่ทับด้วยเสื้อโค้ทตัวใหญ่ของร้านเพราะอากาศข้างนอกเริ่มเย็น) ยืนตัวลีบอยู่ในลิฟต์แก้วส่วนตัวที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 88 ด้วยความเร็วนุ่มนวลจนหูอื้อ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอพบกับโถงทางเดินกว้างขวางปูด้วยหินอ่อนสีดำเงาวับ พนักงานต้อนรับสาวสวยเดินนำเธอไปที่ประตูไม้บานยักษ์สลักลวดลายมังกร ก๊อก ก๊อก "เชิญ" เสียงอนุญาตสั้นๆ ห้วนๆ ดังลอดออกมา ขนมผิงสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำเอาเธอชะงัก... ห้องทำงานของเขาใหญ่กว่าห้องพักของเธอทั้งชั้นรวมกันเสียอีก ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นวิวเมืองฮ่องกงแบบเต็มตา โซฟาหนังชุดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง และที่โต๊ะทำงานตัวยาว... ไมก้า หลี่ นั่งอยู่ตรงนั้น เขากำลังคุยโทรศัพท์เป็นภาษาจีนกวางตุ้งรัวเร็ว สีหน้าเคร่งขรึมดูดุดัน มือข้างหนึ่งถือปากกา อีกข้างเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ พอเห็นเธอเดินเข้ามา เขาเพียงแค่ปรายตามองแล้วชี้ไปที่โต๊ะกาแฟหน้าโซฟา โดยไม่หยุดคุยโทรศัพท์ ขนมผิงเดินตัวเกร็งไปวางถาดอาหารชุดใหญ่ที่หิ้วมา (หนักอึ้งจนแขนสั่น) ลงบนโต๊ะ ค่อยๆ จัดเรียงจานชามช้อนส้อมตามมาตรฐานร้านมิชลินอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน ผ่านไป 5 นาที... เขายังคุยไม่จบ ผ่านไป 10 นาที... ขนมผิงเริ่มยืนขาแข็ง เหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาถูกอย่างกังวล จะบ่ายโมงครึ่งแล้ว ถ้ากลับไม่ทันคลาสบ่ายโดนเช็คชื่อขาดแน่ๆ "แค่นี้นะ" ในที่สุดเขาก็วางสาย ไมก้าหมุนเก้าอี้หันมาหาเธอเต็มตัว เอนหลังพิงพนักอย่างผ่อนคลาย ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้าง "มาช้านะ... รถติดหรือมัวแต่แต่งหน้า?" คำทักทายแรกก็กวนประสาทจนเส้นเลือดข้างขมับขนมผิงเต้นตุบๆ "การจราจรในอุโมงค์ข้ามฟากหนาแน่นค่ะ และดิฉันไม่ได้แต่งหน้าเพิ่ม... อาหารพร้อมแล้วค่ะ เชิญรับประทาน" ไมก้าลุกขึ้นยืน เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามายืนตรงหน้าเธอ เขาสูงมากจนเธอต้องแหงนหน้ามอง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเย็นๆ สะอาดๆ ลอยมาแตะจมูก "เปิดฝาสิ" เขาสั่งเสียงเรียบ ขนมผิงเอื้อมมือไปเปิดฝาครอบจานเงินออก ควันหอมฉุยของสเต็กเนื้อวากิวและซุปเห็ดทรัฟเฟิลลอยฟุ้ง "สเต็กเนื้อวากิว A5 ย่างแบบ Medium Rare ตามที่คุณชอบค่ะ ซุปเห็ดทรัฟเฟิล และ..." "ซุปมันเย็นแล้ว" ไมก้าพูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ควันยังลอยอยู่เห็นๆ "คะ? เอ้อ... ไม่น่าจะเย็นนะคะ ดิฉันเก็บใส่กล่องเก็บความร้อนมาอย่างดี..." "ผมบอกว่าเย็น ก็คือเย็น" เขาจ้องตาเธอนิ่งๆ สายตาท้าทาย "คนอย่างไมก้า หลี่ ไม่กินของชืดๆ ... คุณมีหน้าที่ทำให้มันร้อน หรือไม่ก็เปลี่ยนใหม่" ขนมผิงกำมือแน่นใต้ผ้ากันเปื้อน ไอ้บ้า! นี่มันหาเรื่องชัดๆ! จะให้เอาไปอุ่นที่ไหนล่ะยะ ในห้องนี้มีไมโครเวฟรึไง! "ขอประทานโทษค่ะ... ในห้องนี้มีแพนทรีไหมคะ ดิฉันจะนำไปอุ่นให้" "มี... แต่ผมไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า" ไมก้ายักไหล่ "คุณต้องหาวิธีอื่น" ขนมผิงเม้มปากแน่น สมองแล่นเร็วรี่เพื่อหาทางออก เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการกินซุปจริงๆ หรอก เขาแค่อยากจะดูว่าเธอจะแก้ปัญหายังไง... หรือไม่ก็แค่อยากเห็นเธอสติแตก "ถ้าอย่างนั้น..." ขนมผิงตัดสินใจหยิบช้อนซุปขึ้นมา ตักซุปขึ้นมาหนึ่งช้อน แล้วค่อยๆ เป่าเบาๆ ฟู่ว... เธอทำท่าเหมือนจะชิมเอง แต่แล้วก็ยื่นช้อนไปจ่อที่ปากเขา "ในเมื่อคุณไม่อนุญาตให้ใช้ครัว ดิฉันคงทำได้ดีที่สุดแค่ 'เป่า' ให้มันหายร้อน... เอ้ย ให้มันอุ่นขึ้นค่ะ... เชิญชิมดูสิคะว่าอุณหภูมิพอดีรึยัง" ไมก้าเลิกคิ้วสูง เขาคาดไม่ถึงว่ายัยกระต่ายตื่นตูมจะกล้าย้อนศรแบบนี้ แทนที่จะโกรธ ดวงตาเขากลับพราวระยับ เขาก้มลงงับช้อนจากมือเธอ ลิ้นร้อนแตะสัมผัสกับช้อนโลหะ สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา ขนมผิงรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต รีบชักมือกลับทันทีที่เขาปล่อยช้อน "อืม..." ไมก้าเคี้ยวกลืนช้าๆ ก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองนิดๆ ท่าทางนั้นดูเซ็กซี่จนน่าโมโห "หวานดี... สงสัยคงเป็นเพราะคนเป่า" หน้าของขนมผิงเห่อร้อนขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะเขิน "ถ้าซุปใช้ได้แล้ว เชิญทานสเต็กต่อเลยค่ะ ดิฉันต้องรีบกลับไปทำงาน" "ใครบอกให้กลับ?" ไมก้านั่งลงที่โซฟา หยิบมีดกับส้อมขึ้นมา "หน้าที่ของคุณคือ 'บริการ' จนกว่าลูกค้าจะทานเสร็จ... นั่งลง" เขาสั่งพลางชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม "แต่ดิฉันมีเรียน..." "ผมโทรบอกศาสตราจารย์หลิวแล้วว่าคุณติดภารกิจสำคัญกับ 'ผู้สนับสนุนหลักของคณะ'..." เขาเน้นคำหลังอย่างจงใจ "รับรองว่าคุณไม่โดนเช็คขาด แถมอาจจะได้คะแนนจิตพิสัยเพิ่มด้วยซ้ำ" ขนมผิงอ้าปากค้าง นี่เขา... วางแผนมาหมดแล้วเหรอ?! นี่มันใช่อำนาจในทางที่ผิดชัดๆ! "คุณนี่มัน..." "หั่นเนื้อให้ผมหน่อย" เขาตัดบท ยื่นจานสเต็กมาตรงหน้าเธอ "เมื่อวานมือเจ็บ หั่นไม่ถนัด" ขนมผิงมองมือเขาที่ดูปกติแข็งแรงดี สามารถต่อยคนตายได้ด้วยซ้ำ "มือเจ็บ? ไปโดนอะไรมาคะ?" เธอถามประชด "โดนแมวข่วน... แมวแถวๆ ร้านอาหารเมื่อคืนน่ะ ดุชะมัด" เขายิ้มกวนๆ ขนมผิงรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงใคร เธอถอนหายใจแรงๆ กระแทกตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดึงจานสเต็กมาวาง แล้วลงมือหั่นเนื้อชิ้นโตให้เป็นชิ้นพอดีคำอย่างรุนแรง เสียงมีดกระทบจานกระเบื้องดัง เคร้ง! เคร้ง! เหมือนเธอกำลังจินตนาการว่าเนื้อชิ้นนั้นคือหน้าหล่อๆ ของเขา "เบาๆ หน่อย คุณอารยา เดี๋ยวจานแตก... ใบละสองหมื่นนะนั่น" ขนมผิงชะงัก ผ่อนแรงลงทันที "เสร็จแล้วค่ะ" เธอกระแทกจานคืนไปให้เขา ไมก้านั่งกินสเต็กอย่างสบายอารมณ์ โดยมีขนมผิงนั่งหน้ามุ่ยจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ระหว่างที่กิน เขาไม่ได้แค่กิน... แต่เขา 'สัมภาษณ์' "พ่อแม่ทำสวนผลไม้ที่เชียงราย... ส่งออกลำไยอบแห้ง... รายได้ปีละเท่าไหร่?" "นี่มันข้อมูลส่วนตัวนะคะ!" "ผมเป็นนักลงทุน ผมต้องรู้ Background ของคู่ค้า... เอ้ย ของพนักงานที่ผมใช้บริการ" เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "แล้วทำไมถึงมาเรียนบัญชีที่ฮ่องกง?" "เพราะทุนมันให้เปล่า และจบมาเงินเดือนสูง" ขนมผิงตอบตามตรง "ดิฉันอยากรวย จะได้ไม่ต้องมานั่งหั่นสเต็กให้คนรวยนิสัยเสียกินแบบนี้" ไมก้าหัวเราะในลำคอ เขาชอบความตรงไปตรงมาของเธอ มันไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอ ที่มักจะปั้นคำพูดสวยหรู หรือพยายามอ่อยเขาจนน่ารำคาญ แต่กับผู้หญิงคนนี้... ยิ่งแหย่ ยิ่งสนุก "อยากรวย..." ไมก้าวางส้อมลง หยิบผ้าเช็ดปากมาซับมุมปาก "ผมมีข้อเสนอ" ขนมผิงหูผึ่ง "ข้อเสนออะไรคะ?" "มาเป็นเด็กฝึกงานส่วนตัวของผม" ไมก้าพูดหน้านิ่ง "เงินเดือน 50,000 เหรียญ... ไม่รวมโบนัส" 50,000 เหรียญ! นั่นมันเกือบสองแสนบาทไทย! มากกว่าเงินเดือนเด็กจบใหม่ทั่วไปถึงสองเท่า! ขนมผิงตาโต หัวใจเต้นรัวเร็ว เงินก้อนนี้สามารถปลดหนี้ที่บ้านได้ภายในปีเดียว! "ทำไม... ทำไมต้องเป็นดิฉัน?" เธอถามอย่างระแวง "เกรดดิฉันดีก็จริง แต่มีคนเก่งกว่าดิฉันเยอะแยะ" ไมก้าลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมายืนซ้อนหลังโซฟาที่เธอนั่งอยู่ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนแก้มเธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวเขา เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหู "เพราะคุณ... 'คำนวณ' เก่ง" "และผมต้องการคนที่กล้าบอกว่าผม 'โกง' หน้าตาเฉยแบบคุณ... มาช่วยจับตาดูตัวเลขหลังบ้านให้ผม" ลมหายใจของเขารินรดต้นคอ ขนมผิงตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "แต่... งานเลขาคุณก็ทำอยู่แล้ว" "งานนี้เป็นงานพิเศษ..." ไมก้าผละออก แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน "คิดดูให้ดี เงินเดือนดี สวัสดิการเยี่ยม... แถมได้อยู่ใกล้ชิด 'แหล่งข้อมูล' ที่คุณใช้ทำวิทยานิพนธ์ได้สบายๆ" เขาทิ้งท้ายด้วย 'เหยื่อล่อ' ชิ้นใหญ่ "แต่ถ้าคุณปฏิเสธ... ผมอาจจะต้องพิจารณาเรื่องงบสนับสนุนคณะบริหารธุรกิจใหม่อีกรอบ... บางทีการระงับทุน 'ถาวร' อาจจะดีกว่า" ขนมผิงผุดลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ "คุณขู่ฉันเหรอ!" "ผมเจรจาต่อรอง (Negotiate) " ไมก้ายิ้มเย็น "Business is Business, Sweetheart." หญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม็ง ความรู้สึกอยากจะกระโดดเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ นั่นพุ่งปรี๊ดขึ้นมา แต่สมองส่วนเหตุผลสั่งให้เธอหยุด เงิน... ทุนคณะ... อนาคต... ทุกอย่างอยู่ในกำมือเขา "ดิฉันขอเวลาตัดสินใจ" เธอกัดฟันตอบ "พรุ่งนี้เช้า... คำตอบต้องวางอยู่บนโต๊ะผม" ไมก้าก้มหน้าลงเซ็นเอกสารต่อ "หมดหน้าที่แล้ว เชิญกลับได้... อ้อ ทิปวางอยู่ในแอพฯ เข้าบัญชีเธอเรียบร้อย" ขนมผิงหมุนตัวเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง ทันทีที่ประตูบานใหญ่ปิดลง เธอแทบจะทรุดลงกับพื้น ไอ้คนเผด็จการ! ไอ้ฉลามบ้าเลือด! เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูแจ้งเตือนจากธนาคาร ยอดเงินเข้า: 10,000 HKD (ทิปพิเศษ) ดวงตาของขนมผิงเบิกกว้าง เงินหมื่นเหรียญ... แค่มานั่งหั่นสเต็กเนี่ยนะ?! "โอ๊ย! เกลียด! เกลียดความรวยของเขา แต่รักเงินเขาได้ไหมเนี่ย!" หญิงสาวขยี้หัวตัวเองอย่างสับสน ก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปในลิฟต์ ภายในห้องทำงาน ไมก้ามองภาพจากกล้องวงจรปิดที่ฉายภาพหญิงสาวกำลังทำท่าทึ้งหัวตัวเองในลิฟต์ เขากลั้นขำไม่อยู่จนต้องหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง "เคน!" เขากดอินเตอร์คอมเรียกเลขา "ครับบอส" "เตรียมเอกสารสัญญาจ้างงานไว้เลย... พรุ่งนี้เราได้พนักงานใหม่แน่" "บอสมั่นใจเหรอครับ?" "ร้อยเปอร์เซ็นต์... ปลาติดเบ็ดแล้ว ที่เหลือก็แค่... ค่อยๆ ดึงขึ้นมา" ไมก้าเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเป็นประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกมนี้สนุกกว่าเทคโอเวอร์บริษัทเป็นไหนๆ เตรียมตัวไว้ให้ดีนะ ขนมผิง... พรุ่งนี้ของจริงจะเริ่มแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD