บทนำ

912 Words
ทำความรู้จักตัวละคร: (คุณภากร) ภากร ฉัตรียวัตร x กานต์รวี ปพิชญา (กานต์) ...... -พระเอก- ภากร ฉัตรียวัตร นักธุรกิจ วัย 49 ปี "น้ำตาหนูทุกหยด เหมือนน้ำกรดที่รินรดบนใจฉัน...มันเจ็บนะรู้มั้ย" .... -นางเอก- กานต์รวี ปพิชญา นักศึกษาทุนบริหาร ปี 3 "หนูขอโทษ..." ..... บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านบนเนื้อที่นับสิบไร่นอกเมืองรายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาชนิดเพิ่มความร่มรื่นให้กับตัวบ้านหลังใหญ่ เสียงออดอ้อนของสองพ่อลูกบนเชิงบันไดหน้าบ้านเรียกรอยยิ้มจากสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ภากร ประมุขของบ้านในชุดสูทสีเข้มพร้อมทำงานยืนส่งยิ้มให้ลูกสาวที่กำลังออดอ้อนเสียงหวานชวนหลง 'พราว' ลูกสาวคนโตที่อยู่ในชุดกราวน์สั้นและกระโปรงพีทตัวยาว กำลังเกาะแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน "ป๊าระวังนะ เป็นคนไข้ให้พี่พราวพี่พราวจับถอนฟันแล้วไม่หล่อนะบอกเลย" "พาย!" คนเป็นพี่หันไปทำหน้างอใส่น้องชายคนเล็กอย่าง 'พายุ' ที่อยู่ในชุดเสื้อช้อปสีเข้มยืนโอบเอวคนเป็นแม่ "เจ้พราวต้องหากี่คนอ่า เดี๋ยวพลอยชวนเพื่อนไปด้วย" "หกคนอะ ตอนนี้ขาดหนึ่งเลยชวนป๊า" "แล้วอีกห้าคนละ" "ก็เพื่อนผมเองเจ้พลอย ถูกเกณฑ์ไปรักษาฟันกับเจ้พลอยโดยเฉพาะ" "ว่าไงคะป๊า ป๊าไปเป็นเคสให้หนูหน่อยน๊าถึงแม้ว่าป๊าจะมีทันตแพทย์คนสวยคอยดูแลให้ตลอดก็ตาม แต่รอบนี้ไปเป็นเคสให้หน่อยนะคะ นะๆเดี๋ยวหนูให้ม๊าพาไปดินเนอร์" "หึหึ ป๊าไปให้อยู่แล้วครับลูก" "เย้!! รักป๊าที่สุด!" จุ้บ! แก้มสากที่มีเคราจางๆถูกปากอิ่มของลูกสาวกดจูบอย่างเอาใจ "ไปเรียนได้แล้วลูก สายแล้ว" "ค่ะม๊า ป๊าไปส่งม๊าแล้วไปไหนต่ออะ" "ไปมหาลัยพวกเรานั่นแหละ ป๊าถูกเชิญไปเป็นวิทยากรเรื่องการลงทุนให้เด็กๆคณะบริหารน่ะ" "ไม่น่าาา ป๊าแต่งตัวหล่อสุดๆป๊ารู้มั้ยว่าป๊าไม่เหมือนคนจะอายุเลขห้าเลยสักนิด กล้ามก็แน่นหล่อก็หล่อ…ม๊าเนี่ยโชคดีสุดๆไปเลยย!" "ผมเลยหล่อแบบป๊าไงคร้าบเจ้พลอย" "หึหึ" คนเป็นพ่อหัวเราะอย่างเอ็นดูลูกทั้งสามที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ลูกจะโตแค่ไหนก็ยังคงเป็นเด็กสำหรับคนเป็นพ่อเสมอ "ไปเรียนตั้งใจเรียนนะลูก เพื่ออนาคต" "รับทราบค่ะป๊า" ร่างสูงโน้มตัวลงเอียงแก้มให้ลูกๆที่เดินเข้ามาหอมแบบทุกครั้งก่อนแยกย้ายไปเรียนเหลือเพียงแค่คนเป็นพ่อและแม่ที่ยืนฉีกยิ้มหวานส่งให้ลูกๆที่เปิดกระจกโบกมือให้พ่อกับแม่ที่ยืนคู่กันหน้าประตูบานใหญ่ ทันทีที่ท้ายรถคันหรูแล่นพ้นออกจากรั้วขนาดใหญ่ท่อนแขนแกร่งที่โอบรอบเอวของคนเป็นเมียรีบปล่อยทันทีไม่ต่างจากตัวที่รีบเขยิบหนี "ฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นรึไงคะ!?'' ภากรไม่ได้ตอบรับหรือสนใจเสียงจากคนข้างๆที่คอยกระแนะกระแหน "เหอะ! ใครจะไปสู้อีพวกผู้หญิงที่แต่งตัวล่อแหลมรุ่นราวคราวลูกเล่าา!" "เฮ้อ…ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นแหละเมื่อไหร่คุณจะเลิกยกเรื่องเก่าๆที่ผ่านมานานหลายสิบปีมาพูดซะที" "เพราะพวกมันไงที่ทำให้เราต้องแสดงละครบ้าๆแบบนี้ให้ลูกเห็น" "ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นแหละ ที่เราเป็นแบบนี้เพราะตัวคุณเองคุณหญิง คุณเลิกโทษคนอื่นได้แล้ว!ผมไม่ได้มีใครผมแค่เบื่อ! เบื่อคนอย่างคุณ!" ดวงตาสองคู่มองจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร "ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้!" "ใช่! คุณเป็นของคุณแบบนี้ เป็นแบบนี้มาตลอดแต่เป็นผมเองที่โง่เง่าไม่เชื่อฟังคำเตือนของพ่อแม่คว้าคนอย่างคุณมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูก!" "คนอย่างฉันมันทำไม! ถ้าเบื่อก็ออกไปสิ ออกไปจากบ้านฉัน!!!" "คุณอย่าท้า"นิ้วชี้ยาวชี้หน้าของอดีตคู่ชีวิตที่เคยรัก "…" "คุณอย่าท้าผมเพราะคนอย่างผมทำจริงมีแต่คุณนั่นแหละที่ยกเหตุผลงี่เง่ามาอ้างนานหลายปี คุณเองไม่ใช่หรอที่อ้อนวอนให้ผมแสดงละครบ้าๆนี่กับคุณ เหตุผลโง่เง่า!" "โง่เง่างั้นหรอ…เหอะ! หรือคุณอยากทำลายครอบครัวอบอุ่นของลูกละ" "เหอะ! ลูกโตแล้วคุณหญิง ลูกที่เลี้ยงมากับมือผมเชื่อว่าพวกเขาเข้าใจแต่เป็นคุณเองต่างหากที่ไม่กล้า!" พูดจบร่างสูงสง่าเดินออกจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันหลังกลับไปมองเสียงกรีดร้องที่ได้ยินตลอด ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเลือกไม่ผิด ผู้หญิงที่เคยคิดว่าใช่แต่วันเวลาผ่านไปกลับตอกย้ำว่าคิดผิด… สถานะที่เป็นเพียงพ่อแม่ของลูกๆ แสดงละครว่ารักหวานชื่นต่อหน้าลูกทั้งสามที่เป็นแก้วตาและดวงใจแม้ว่าลับหลังนั้นจะไม่ต่างจากมหาสงครามเลยแม้แต่น้อย…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD